บทที่ 2 มาหยาของนายหัว 2
เพราะเขาถือว่าเธอเป็นเพียงเด็กในอุปการะ ถ้าจะถามหาความรักความใส่ใจก็คงมีไม่มากไปกว่าการให้ชีวิตและการศึกษา อัสลานเองก็ไม่ได้ชอบเด็กด้วย
“มึงสั่งหมอ! กูต้องการหมอที่ดีที่สุดรักษาเธอเดี๋ยวนี้!” เสียงอันทรงพลังสั่งเดชทันที
“ครับนาย”
นี่เธอเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอมาหยา? แล้วฉันผิดพลาดตรงไหนที่ไม่เคยเห็นเพชรเม็ดงามเม็ดนี้ที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านสวนอย่างนี้? อัสลานเอาแต่จ้องประตูฉุกเฉินและรอจนหมอออกมาจากห้อง
“คุณหมอ คนไข้เป็นอย่างไรบ้างครับ” อัสลานรีบถามด้วยความร้อนใจ
“คนไข้ที่เป็นเด็กนักเรียนใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ เธอคนนั้นแหละครับ”
“เธอปลอดภัยดีครับ คงตกใจแล้วสลบไป ส่วนหัวที่แตกก็เย็บแล้วสองเข็มครับ พักที่โรงพยาบาลสักคืนก็คงดีขึ้นครับ”
“ผมเข้าไปเยี่ยมเธอได้ไหมครับ”
“ได้ครับ ผมได้เห็นคำขอให้ย้ายเธอเข้าไปในห้องพิเศษเรียบร้อยแล้วครับ”
“ขอบคุณครับหมอ”
“งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ”
อัสลานรีบเดินไปที่ห้องพิเศษชั้นสองทันที เพื่อไปดูแม่หนูน้อยมาหยา เด็กในอุปการะที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาตลอดหลายปี เธอโตสวยสะพรั่งราวกับนางฟ้าเลยหรือไงนะ ทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นเด็กคนนี้ในสายตามาก่อน
อัสลานเปิดประตูห้องคนป่วยพิเศษ มองเห็น มาหยาที่นอนสลบพร้อมสายน้ำเกลือที่ห้อยอยู่ เขาเดินเข้าไปใกล้เธอพิจารณาใบหน้าหวานนี้อีกครั้ง เธอสวยกว่าที่เขาเห็นบนรถเสียอีก
ตอนนี้เธอเปลี่ยนเป็นชุดคนป่วยทำให้เธอดูโนบรา แต่หน้าอกหน้าใจกลับใหญ่โตกองรวมกันจนล้น อัสลานกำลังคิดไม่ดีกับเด็กตรงหน้าที่กำลังป่วยอยู่
“นาย... นายหัวครับ” เสียงเดชลูกน้องคู่ใจเปิดประตูเพื่อรายงานเรื่องต่างๆ เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว จะให้นายกลับไปนอนแล้วเขาจะเฝ้ามาหยาเอง
“อะไรของมึงจะเสียงดังทำไม กูไม่ได้หูหนวก”
“ผมจะบอกว่านายกลับเลยไหมครับ เดี๋ยวผมให้รถที่รีสอร์ตมารับนายกลับไปพักผ่อน นี่ก็ดึกมากแล้วครับ เดี๋ยวมาหยาผมเฝ้าเธอเองครับนาย”
“ไม่! ไม่ต้อง!”
“อะไรนะครับนาย ทำไมล่ะครับ นายเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ให้ผมเฝ้าเธอเองก็ได้ครับนาย”
“ไม่ต้อง กูจะเฝ้าเธอเอง มึงเอาเสื้อผ้ามาให้กูก็พอ”
“ครับนาย”
เดชถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ร้อยวันพันปีไม่เคยใจดีกับใครหรือเฝ้าผู้หญิงคนไหน แต่พอเจอมาหยากลับอยากจะดูแลเธอซะงั้น ทั้งที่ตลอดห้าปี
เธอก็มักจะส่งเรื่องราวชีวิตของเธอมาให้นายดูตลอด แต่นายไม่เคยแยแสเธอเลย มีแต่เดชที่ต้องคอยส่งของขวัญให้เธอเพื่อไม่ให้เธอเสียใจว่านายไม่สนใจเธอ
“มาหยา... หลังจากนี้ฉันจะดูแลเธอเอง ในแบบที่ฉันควรจะทำตั้งแต่แรก... มาหยาของฉัน”
.......
ดวงตาเล็ก ๆ เปิดออก ภาพเบลอมัวจนจำอะไร เธอรู้สึกปวดเนื้อปวดตัว ปวดหัวไปหมด ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเธอกำลังรีบกลับบ้านหลังจากทำกิจกรรมที่โรงเรียนเสร็จวันสุดท้าย แต่ว่าฝนตกหนักแล้วรถเสียหลักลงข้างทาง แล้วที่นี่ที่ไหน แล้วเพื่อนเธอละ
“จิ๊บ จิ๊บ” เสียงแหบพร่าของมาหยาที่เรียกชื่อของเพื่อนรักออกมาเป็นอย่างแรก เพราะเธอมีเพื่อนเพียงคนเดียวที่เป็นเพื่อนสนิท
“อ้าวตื่นแล้วหรอ เป็นไงบ้าง” เสียงทุ้มต่ำที่พูดออกมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“เออ นายหัวอัสลานใช่ไหมจ๊ะ” เสียงแหบพร่าตอบกลับมาพร้อมกับหัวใจดวงเล็ก ๆ ที่เฝ้าคิดถึงนายหัวผู้มีพระคุณมาตลอดเวลา 5 ปี เขาไม่เคยมาหาเธอเลย แต่มักจะซื้อของต่าง ๆ ส่งมาให้เธอทุกเทศกาลเลย
“ใช่ ฉันเอง เธอทำไมรู้ละฮึ” เขารู้สึกแปลกใจกับร่างเล็กตรงหน้าที่จำเขาได้ทันที ทั้งที่ไม่เคยเจอกันเลย
“จำได้ซิจ๊ะ ก็นายหัวเป็นผู้มีพระคุณของมาหยานี่จ๊ะ”
“ฮึม”
“แล้วเพื่อนมาหยาละจ๊ะนายหัว”
“เพื่อนเธอไม่เป็นอะไร มีแต่เธอที่ตกใจจนสลบไป”
“นม มาหยายังไม่ได้บอกนมเลยจ้ะ โดนนมดุแน่เลย” ใบหน้าซีดเริ่มทำหน้าประวิงกังวล
“นมไม่ต้องห่วงหรอก ฉันบอกแล้ว ว่าเธอประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย เดี๋ยวฉันจัดการให้”
“ขอบคุณจ้ะนายหัว” สองมือประนมไหว้มาที่ผู้มีพระคุณของเธอ และเธอดีใจอย่างสุดซึ้งที่ได้เจอเขา
“เธอหิวหรือยัง เดี๋ยวฉันสั่งอะไรให้กิน”
“หิวจ้ะ” เธอยิ้มกว้างส่งตาหยีกลับมาหานายหัวหนุ่มวัย 40 กะรัตที่ตอนนี้มองหน้าคนป่วยจนหลงไปแล้ว
“เดี๋ยวฉันสั่งให้นะมาหยา” เขารีบลุกออกไปเพราะมัวแต่จ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กอุปการะที่น่ารักขนาดนี้ เขารู้สึกได้เลยว่า มาหยามีอะไรพิเศษกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ
ไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเป็นข้าวต้มหมูร้อน ๆ พร้อมกับน้ำส้มคั้นเย็น ๆ ที่พร้อมเสิร์ฟที่เตียงคนป่วย มาหยาลุกตัวนั่งลงเตรียมจะก้าวเท้าลงไปเอาอาหารที่วางอยู่เพื่อไปทาน แต่เสียงใหญ่ก็สั่งห้ามเธอลงมาเสียก่อน
“จะทำอะไร มาหยา!!”
“เออ.. คือ มาหยาจะไปหยิบถ้วยข้าวไงจ๊ะนายหัวอัสลาน”
“ไม่ต้อง นั่งอยู่บนเตียงนั่นแหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” อัสลานพูดจบก็ลุกเอาอาหารที่ส่งเดินตรงไปพร้อมกางโต๊ะทานอาหารที่เตียงออก วางข้าวต้มหมูลงแล้วตักเตรียมป้อนคนตรงหน้าทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อนหน้านี้
“นายหัว ทำอะไรจ๊ะ” มาหยาถามแบบงง
“ก็ป้อนข้าวเธอไง มาหยา” เขาพูดพร่างเป่าข้าวต้มหมู
“ไม่เป็นไรจ้ะ มาหยาทานเองได้นายหัว”
“ไม่นั่งเฉย อย่าให้ฉันโกรธนะมาหยา” น้ำเสียงเป็นเชิงข่มขู่มากกว่าการดูแล มาหยาก็ต้องทำตามอย่างว่าง่าย ขณะที่กำลังป้อนข้าวมาหยาอยู่จนใกล้หมดลูกน้องคู่ใจอย่างเดชก็กำลังขึ้นมาพร้อมกับผลไม้เยี่ยมคนไข้
ตุบ ...เสียงผลไม้ร่วงหลุดมือของเดชที่เห็นภาพประหลาดใจอย่างมากเมื่อนายหัวอัสลานกำลังป้อนข้าวมาหยาเด็กอุปการะอยู่เขาไม่เคยเห็นโหมดอ่อนโยนแบบนี้ถึงกับช็อกไปชั่วขณะ
“นะ นายหัว นาย”
“อ้าว ไอ้เดชมึงมือไม่มือเอ็นหรือไง ผลไม้ช้ำหมดแล้วไอ้ห่า” เสียงตะโกนด่ามาจากเตียงคนไข้ เดชรีบเก็บตะกร้าผลไม้ขึ้นทันทีเขาเองก็ตกใจมากจริง ๆ
มาหยาที่เห็นเดชก็จำได้ ยกมือไหว้เดช พร้อมส่งยิ้มไปให้เดชด้วยความเคยชิน เพราะเดชเอาสิ่งของมาส่งที่บ้านสวนบ่อยบางวันมาหยาก็จะทำกับข้าวให้เดชฝากท้องก่อนกับบ้านเป็นประจำ
“พี่เดชสวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ พี่เกือบจำเราไม่ได้สภาพหน้าตาตอนเมื่อคืนมีแต่โคลนแถมหัวแตกอีก” น้ำเสียงที่พูดกันดูคุ้นเคยจนทำให้อัสลานรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินไปเลย
