บทที่ 7 EP 02 จุดจบของความสิ้นหวัง [2]
ฉันตัดสินใจจะก้าวต่อไปเพราระไม่ว่าจะช้าจะเร็วยังไงฉันก็ต้องตายอยู่ดี และไม่ต้องการรอให้โอยามะลงมือ ฉันจะไม่ยอมให้เขาลากฉันกลับไปเป็นสินค้าเด็ดขาด ฉันไม่อยากตกนรกทั้งเป็นแบบนั้น
จ๋อม~
เมื่อก้าวแรกที่เท้าได้สัมผัสกับน้ำเย็นเฉียบทำเอาฉันสั่นสะท้าน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ฉันยังคงก้าวต่อไปเรื่อยๆ จนระดับน้ำจากตาตุ่มไต่ระดับสูงขึ้นมาถึงหน้าแข้ง หัวเข่า ต้นขา เอว จนกระทั่งถึงหน้าอก
“ฮานะ!”
ใครสักคนตะโกนเรียกชื่อฉันดังมาจากด้านหลัง ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง เพียงแต่ไม่ได้คิดจะหันหลังกลับไป ข้างหลังไม่มีพื้นที่สำหรับฉันอีกแล้ว ไม่มีที่ให้ฉันยืน ไม่มีใครสักคนต้องการฉัน ไม่มีเลย...
“ฮานะ กลับมานะ!”
เสียงตะโกนเหมือนจะดังขึ้น แต่เพียงไม่นานมันก็ถูกสายลมพัดให้เลือนหายไป
“ฮานะ ทำบ้าอะไรของเธอ!” ต้นแขนของฉันถูกกระชากไว้ สายตาของคนที่วิ่งตามลงมาดูกรุ่นโกรธ
“ปล่อยฮานะนะ!”
“หยุดบ้าสักที เธอกำลังทำให้คนอื่นเขาแตกตื่น ไม่รู้รึไง!” พี่ยูตะตะคอกบอกพร้อมกับเขย่าตัวฉันแรงๆ เพื่อเตือนสติ พอได้มองไปรอบตัวฉันถึงได้รู้ว่าทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังมองฉันด้วยแววตาตื่นตกใจจริงๆ
ขนาดอยากตาย ฉันยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนเลย…
“กลับขึ้นไปคุยกันให้รู้เรื่อง” ถูกพี่ยูตะกระชากให้เดินตามเขากลับขึ้นมา
“คิดจะทำบ้าอะไรของเธอฮานะ!” ยูริแผดเสียงใส่ฉันอีกคน เธอยืนรออยู่ที่ริมฝั่ง พอฉันเดินมาถึง เธอก็โผเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่น
“ฉันขอโทษ แต่อย่าทำอะไรแบบนี้อีกเลยนะฮานะ”
ฉันสับสนไปหมด เมื่อกี้นี้เธอเป็นคนไล่ฉันมา แต่ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายพูดว่าขอโทษ ร้องห่มร้องไห้
“เมื่อกี้นี้ฉันแค่กลัวมากก็เลยทำอะไรไม่คิด ไม่คิดว่ามันจะทำให้เธอคิดสั้น เรากลับบ้านกันนะฮานะ ฉันจะพาเธอกลับบ้านเอง”
“ฉัน...”
ฉันพูดไม่ออก สะอึกสะอื้นตัวโยนแล้วกอดยูริแน่น
“รีบไปกันเถอะ” พี่ยูตะเร่ง ก่อนที่พวกเราจะรีบพากันเดินมาขึ้นรถของพี่ยูตะที่จอดอยู่ไม่ไกล
“ขอบใจนะ”
“ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนกันนี่” ยูริจนตาหยี คำว่าเพื่อนที่เธอพูดออกมาทำให้ฉันน้ำตารื้น รู้สึกร้อนผ่าวที่กระบอกตา
“รีบไปกันได้แล้ว ไม่ใช่เวลาจะมัวมาซาบซึ้ง” เสียงดุๆ จากคนด้านหน้าทำให้เราแยกย้ายกันขึ้นรถ
พี่ยูตะพูดถูกว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมัวมาซาบซึ้งใจหรือนั่งร้องไห้ เพราะถ้าคนของโอยามะมาเห็นฉันตอนนี้ ทั้งฉัน พี่ยูตะและยูริคงต้องเดือดร้อนกันหมด
“จริงๆ พี่ยูตะกับยูริไม่จำเป็นต้องช่วยฮานะก็ได้”
“ไม่ได้!” ยูริหันมาเอ็ดฉันเสียงดัง “เราเป็นเพื่อนกัน จะทิ้งให้เธอเดือดร้อนอยู่คนเดียวได้ยังไง อีกอย่างเรื่องทั้งหมดมันเป็นความคิดของฉันเอง เพราะฉะนั้นฉันต้องมีส่วนรับผิดชอบ”
“แต่ว่า...”
“ไม่แต่อะไรทั้งนั้น เมื่อกี้นี้ฉันแค่ตกใจกลัวมากไปหน่อยก็เลยทำไม่ดีกับเธอ เธอยังโกรธฉันอยู่เหรอฮานะ”
“เปล่าๆ ฉันเข้าใจ เพราะฉันเองก็กลัวมากเหมือนกัน” ฉันสารภาพอย่างไม่อาย สายตาเหลือบมองไปที่พี่ยูตะที่ยังคงขับรถต่อไปเงียบๆ ฉันรู้ว่าเขาได้ยินทุกอย่าง และก็เข้าใจดีว่าฉันกับยูริกำลังคุยกันเรื่องอะไร เพราะเขาเองก็รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก
“งั้นก็เชื่อฉันนะ ฉันกับพี่ยูตะจะพาเธอไปซ่อนเอง แต่ก่อนอื่นเราต้องไปเก็บเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ที่จำเป็นก่อน เดี๋ยวพี่ยูตะจะไปส่ง”
“อืม” ฉันรีบตอบตกลงทันที เม้มริมฝีปากแน่นแล้วมองออกไปด้านนอกระหว่างที่พี่ยูตะกำลังขับรถพาฉันกลับไปที่หอพัก
ฉันพักอยู่ที่หอพักหญิงใกล้ๆ กับโรงเรียน จะได้ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนเรื่องค่าเทอมก็ได้ทุนจากโรงเรียนซึ่งฉันมีหน้าที่แค่รักษาระดับของผลการเรียนเอาไว้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด นอกจากนั้นฉันก็ยังทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานที่ร้านขายไก่ทอดใกล้ๆ กันกับหอพักในช่วงวันหยุดด้วย
“ฮานะ เดี๋ยวเธออ้อมไปทางด้านหลังนะ ฉันกับพี่ยูตะจะรอที่รถ นี่โทรศัพท์ฉัน ถ้ามีอะไรให้รีบโทรมา หรือถ้าฉันเห็นอะไรไม่ชอบมาพากล ฉันก็จะรีบโทรไปบอก” ยูริย้ำพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้
“เดี๋ยว!”
“มีอะไรเหรอคะพี่ยูตะ”
“เอามาเฉพาะของที่จำเป็น แล้วก็เร็วที่สุดด้วย” พี่ยูตะกำชับเสียงเข้ม ฉันพยักหน้าตอบเพราะเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงอะไร
หัวใจเต้นตึกๆ เหมือนเมื่อตอนที่แอบย่องขึ้นไปที่คอนโดของโอยามะไม่มีผิด สายตามองสอดส่องไปรอบๆ เพื่อระมัดระวังตัวเอง
ฟุ่บ!
“บ้าจริง ทำไมพวกมันถึงได้มากันเร็วแบบนี้ล่ะ!”
