บทที่ 11 Ep.11

“อีบ้า แกสิแก้วหน้าม้า” แก้วเกษราเต้นผางกับชื่อที่ถูกคนตรงหน้าเปลี่ยนให้

“ไม่เอาค่ะลูกแก้ว พูดจาไม่เพราะเลย” ธีรราชปรามน้องสาว

“พี่ราชก็ดูมันสิคะ อีบ้านี่มันแกล้งน้องยังไม่พอ ยังมาเรียกน้องด้วยชื่อน่าเกลียดๆ นั่นอีก”

“แล้วจะเอายังไง มาตบกันเลยดีไหม ฉันต่อให้เธอด้วยก็ได้ เอาไหมล่ะ” มโนห์ราตวาดลั่น

“นี่คุณ ผิดแล้วก็ควรขอโทษสิ ไม่ใช่มาท้าตีท้าต่อยแบบนี้” ธีรราชส่ายหน้ามองคู่กรณีของน้องสาวอย่างตำหนิ

“ก็ขอโทษไปแล้ว แต่ถ้ายังไม่พอใจอยากเอาคืนก็ได้ เขามาได้เลย” มโนห์ราเชิดใบหน้าขึ้นสบตาคนทั้งสามอย่างไม่เกรงกลัว

“ถ่อย เถื่อนที่สุด” กรกนกเบะริมฝีปาก

“กระแดะ ทำเป็นว่าคนอื่นเขาน่ะหัดมองตัวเองซะบ้างก็ดีนะ” มโนห์ราเชิดหน้าสูง เปิดยิ้มหยันมองท่าทางของกรกนกอย่างหมั่นไส้

“พี่โนรา พอเถอะค่ะ” พระแพงทำหน้ากระอักกระอ่วนมองคนนั้นทีคนนี้ทีก่อนเอ่ยเตือนสาวรุ่นพี่เบาๆ

“ก็นังพวกนี้มันไม่ยอมจบนี่พระแพง” มโนห์รากัดปาก

“เอาล่ะๆ ให้มันจบแค่นี้แล้วกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปดีกว่า” ธีรราชตัดบทเสียงระอา

“ไม่ได้ค่ะพี่ราช ลูกแก้วไม่ยอม”

“พอแล้วลูกแก้ว เขาก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจและก็ขอโทษเราแล้วไม่ใช่เหรอ” ธีรราชเอ่ยตำหนิน้องสาว

“แต่ว่ามัน...” แก้วเกษราพยายามจะท้วง

“เชื่อพี่นะลูกแก้ว กลับบ้านกันดีกว่า” เขาส่งสายตากำราบน้องสาว

“ฮึ...ฝากไว้ก่อนเถอะ” แก้วเกษราหันมาชี้หน้าหญิงสาว

“แล้วรีบมาเอาคืนล่ะ เพราะฉันจะเตรียมดอกเบี้ยไว้ให้เธอด้วย” มโนห์รายักคิ้วแบะปากใส่อริสาวอย่างท้าทายกวนอารมณ์

“พอทีทั้งสองคนนั้นแหละ...” ธีรราชส่ายหน้ามองสองสาวอย่างนึกเอือมแล้วคว้าข้อมือน้องสาวรั้งเบาๆ “ไปลูกแก้วกลับบ้าน”

ธีรราชดึงตัวน้องสาวที่ยังจ้องมโนห์ราอย่างผูกใจเจ็บแล้วหันไปมองคู่กรณีของน้องที่เนื้อตัวเปียกชุ่ม เปรอะเปื้อนไปด้วยเศษดิน เศษหญ้า เธอยืนกอดอกมองแก้วเกษราอย่างท้าทาย ท่ายืนมั่นคงไม่กลัวใคร ดวงตาแน่วนิ่งตวัดมองเขาเหมือนจงใจจะส่งสารท้ารบ

“บ้าที่สุด ลูกแก้วล่ะเกลียดมันจริงๆ เลย คอยดูนะเจอกันอีกเมื่อไหร่ละก็ ลูกแก้วจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุดเลยพี่กร” แก้วเกษราเอ่ยอย่างกระฟัดกระเฟียดถึงคู่กรณี

“ดีค่ะน้องลูกแก้ว พี่ก็เกลียดสายตามันเหมือนกัน จองหอง อวดดีจริงๆ ค่ะ”

“พอได้แล้วลูกแก้ว พี่ไม่ชอบเห็นน้องสาวพี่เป็นพวกอันธพาล กับแค่อุบัติเหตุนิดหน่อยทำไมต้องอาฆาตกันขนาดนั้น” ธีรราชปรายตาดุมองน้องสาวอย่างไม่ชอบใจ

“แต่มันแกล้งลูกแก้วนะคะพี่ราช” คนเป็นน้องทำหน้ามุ่ยเถียงเสียงสะบัดอย่างดื้อรั้น

“ลูกแก้วรู้จักกับเขาหรือไง ถึงคิดว่าเขาแกล้งเราน่ะ”

“เปล่าค่ะ”

“คนไม่รู้จักกัน เขาจะแกล้งเราทำไม พี่ไม่อยากให้ลูกแก้วทำตัวไร้เหตุผลกับเรื่องไร้สาระแบบนี้”

“แต่ว่า...”

“ลูกแก้วโตแล้ว อย่าใช้แต่อารมณ์โดยขาดเหตุผลสิ”

“ค่ะพี่ราช” แก้วเกษราถอนฉุน เอนตัวพิงเบาะรถอย่างกระแทกกระทั้น อารมณ์ยังกรุ่นไปด้วยโทสะแต่ไม่อยากทำให้พี่ชายรำคาญใจจึงยอมยุติ

มโนห์ราถอนใจแรงระบายอารมณ์หงุดหงิด สภาพเนื้อตัวเปรอะเปื้อน  ทำให้นึกอยากจะตามไปจับตัวคู่กรณีมาหักคออริตัวร้าย แต่ก็ทำได้แค่หันไปคว้ากล้องถ่ายรูปแล้วหยิบโทรศัพท์ที่ซุกไว้ในกระเป๋ากระโปรงขึ้นมา ตั้งใจจะโทร.หารามแต่ลืมนึกว่าโทรศัพท์ที่พกติดตัวได้รับความเสียหายตอนที่ถูกดึงลงไปในบ่อน้ำ

“แย่จริงเชียว เพราะเด็กบ้านั่นคนเดียวเลย โทรศัพท์พี่เสียหมด” เธอบ่นเบาๆ

พระแพงรีบหยิบโทรศัพท์ของตนยื่นให้เพื่อนรุ่นพี่ “ใช้ของพระแพงก็ได้ค่ะ”

“มือพี่เปื้อนไปหมด พระแพงช่วยโทร.ให้พี่หน่อยก็แล้วกัน”

มโนห์ราบอกเบอร์โทรศัพท์ของพี่ชายคนโตให้พระแพงต่อสาย จังหวะเดียวกัน รามกำลังขับออกออกจากบ้านป้าส้มเตรียมจะกลับบ้านวิษณุวัสเมื่อโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่หน้ารถดังขึ้น

“สวัสดีครับ”

“พี่รามใช่ไหมคะ คือ ตอนนี้พี่โนราอยู่กับแพงค่ะ”

“โนรา...มโนห์ราหรือครับ เกิดอะไรขึ้นกับยายน้องหนูครับ” รามถามเสียงรัวด้วยความเป็นห่วง

“ค่ะ คือ..” พระแพงกำลังจะอธิบายแต่มโนห์ราออดอ้อนพี่ชายแทรกขึ้นก่อน เธอจึงยื่นโทรศัพท์ให้มโนห์ราพูดเอง

“พี่รามขามารับน้องหนูที่มหาวิทยาลัยหน่อยสิคะ” มโนห์ราพูดเท่านั้นก็ดันโทรศัพท์มือถือของพระแพงออกห่างพร้อมกับเอ่ยขมุบขมิบไร้เสียง สั่งให้พระแพงพูดกับพี่ชายของเธอแทน

“เกิดอะไรขึ้นฮะน้องหนู...”

คำถามร้อนใจของคนปลายสายทำให้พระแพงรีบตอบ “คือว่า...พี่โนราเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ พี่รามรีบมารับพี่โนราหน้ามหาวิทยาลัยนะคะ”

“ครับ อย่างนั้นผมฝากคุณบอกน้องหนูว่า ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

รามวกรถกลับมุ่งหน้าไปในเส้นทางใหม่เพื่อรับน้องสาว และเมื่อมาถึง เขาเห็นสภาพเกรอะกรังของน้องที่ยืนทำหน้าง้ำอยู่ข้างนักศึกษาสาวหน้าหวาน รามยังไม่ทันเอ่ยปากทักถาม มโนห์ราก็เป็นฝ่ายแนะนำให้เขารู้จักกับอีกฝ่าย

“นี่น้องพระแพงค่ะพี่ราม”

“สวัสดีค่ะพี่ราม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป