บทที่ 12 แพ้ควัน

"อย่าเลยค่ะพี่วีร์ หนูเกรงใจ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของหนูเอง หนูต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"

"พี่ไม่เข้าใจ เพียงคิดว่าพี่เป็นคนอื่นไกลหรือไง นี่เราเองก็คุยกันมาเป็นเดือนแล้ว ยังไม่รู้ใจพี่อีกหรือว่าพี่จริงจังกับเพียง ต้องการที่จะใช้ชีวิตคู่กับเพียง..."

"หนูรู้ค่ะ แต่มันยังไม่ถึงเวลา พี่ก็รู้ว่าหนูมีภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลครอบครัว"

"พี่รู้ แต่พี่ไม่เข้าใจ เพียงควรจะเปิดโอกาสให้พี่ได้ดูแลเพียงมากกว่านี้"

"หนูดูแลตัวเองได้ค่ะ ยังไม่อยากรบกวนพี่วีร์..."

"เพียงขวัญ!"

"หนูว่าเราเริ่มคุยกันคนละเรื่องแล้วนะคะ เอาไว้เราค่อยคุยกันใหม่พรุ่งนี้ดีกว่า แค่นี้ก่อนนะคะ" เพียงขวัญกดวางสายแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง ช่วงนี้เธอเหนื่อยและอ่อนเพลียมากกว่าปกติ

"กิ๊กเธอใจป้ำดีนะ จะลงทุนจ่ายค่าซ่อมรถแทนด้วย" เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นมาด้านหลัง เพียงขวัญสะดุ้งสุดตัว หันหลังไปชนกับแผ่นอกกว้าง เธอไม่รู้เลยว่าเขายืนประชิดด้านหลังเธอขนาดนี้

"ว้าย!"

"ตกใจอะไร นึ่คน ไม่ใช่ผี!" เขาว่า แล้วยังทำหน้าดุใส่อีก

"พี่รพีมายืนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมไม่ให้สุ่มให้เสียงกันบ้าง หนูตกใจหมด!"

"ก็มายืนตั้งแต่เธอคุยกับแฟนนั่นแหละ" เขาบอกหน้าตาเฉย แถมยังเดินไปด้านหน้า ต้อนเธอจนแผ่นหลังติดกับขอบระเบียงอีกด้วย

"พี่รพี... จะทำอะไรคะ!" เธอถามเสียงสั่น รพีปั้นหน้าขรึมก้มลงประชิดใบหน้านวล ก่อนที่จะ...

ฮัดชิ่ว ฮัดชิ่ว ฮัดชิ่ว

เพียงขวัญจามออกมาสามครั้งติดกันเสียงดัง ทำให้รพีผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะเอามือปัดๆ เสื้อตัวเองเพราะเธอปิดปากไม่ทัน เขามุ่นหัวคิ้วขึ้น ส่วนเธอได้แต่เอามือดันแผ่นอกกว้างออกห่างเต็มแรง

""พี่รพีไปสูบบุหรี่มาใช่ไหมคะ" เธอถามเสียงดังขึ้น รพีพยักหน้า

"อืม"

"แต่เขาห้ามสูบบุหรี่ในโรงพยาบาล!" เธอดุเขา รพียักคิ้วขึ้นเป็นเชิงสงสัย

"ฉันก็ไม่ได้สูบในโรงพยาบาลนี่ ออกไปสูบนอกโรงพยาบาล เดินออกไปไกลเกือบกิโล" เขาว่า

"ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ กลิ่นบุหรี่มันติดเสื้อ เหม็นเชียว” เธอเอามืออุดจมูก ทำหน้าแหยง รพีแค่นเสียงหัวเราะออกมาในลำคอ

"มากไปหรือเปล่าคุณพยาบาล ฉันสูบบุหรี่มียี่ห้อนะครับ กลิ่นไม่ได้แรงขนาดนั้นสักหน่อย"

"ถึงจะกลิ่นไม่ได้แรงก็เถอะ ยังไงมันก็มีกลิ่น ฮัดชิ่ว!" เธอจามอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเธอเหม็นกลิ่นบุหรี่จริงๆ รพีจึงยกเสื้อตัวเองขึ้นดมๆ ดูอีกรอบ ถ้าเป็นบางยี่ห้อ แม่เขาต้องได้กลิ่นเหม็นไปด้วย แต่นี่คือยี่ห้อที่นิโคตินต่ำที่สุดเธอยังจามไม่หยุดเลยบ้าจริงเชียว

"จะจามอะไรกันนักกันหนาเนี่ย หยุดจามแล้ว"

ฮัดชิ่ว!

เพียงขวัญจามจนจมูกแดง รพีจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองยื่นให้หญิงสาว เธอลังเลที่จะรับไว้ แต่เขาเล่นเอามาเช็ดน้ำมูกที่จมูกเธอแล้ว

"ไม่ต้องทำหน้ารังเกียจขนาดนั้น ผ้าเช็ดหน้านี่พกใส่กระเป๋าไว้เฉยๆ ไม่เคยควักออกมาใช้ แต่แม่ชอบรีดผ้าเช็ดหน้าแล้วพับใส่กระเป๋ากางเกงไว้ให้ คงจะคิดว่าฉันเป็นเด็กประถมขี้มูกกรังนั่นแหละ ทำจนชินจนลืมไปว่าฉันจะอายุ 30 แล้ว" เขาบ่นคนเป็นแม่ แต่ในแววตานั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความเปี่ยมสุขอย่างที่เจ้าตัวคงไม่รู้ เพียงขวัญแย้มรอยยิ้มเมื่อได้ยินเรื่องราวที่น่ารักของสองแม่ลูกคู่นี้

"หนูเป็นคนแพ้กลิ่นบุหรี่ค่ะ ได้กลิ่นนิดหน่อยก็จามแล้ว" เธอบอก รพีจึงถึงบางอ้อขึ้นมาทันที

"แล้วทำยังไงถึงจะหายแพ้กลิ่นบุหรี่"

"อาการแบบนี้ไม่มีทางหายค่ะ นอกจากอยู่ให้ห่างคนที่สูบบุหรี่" เธอบอก ทำให้รพีนึกหงุดหงิดในใจ

"โรคสำออยน่ะสิ่ไม่ว่า" เขาบ่น และอยากจะลองเชิงอีกรอบ จึงดันตัวเธอติดกับผนังระเบียงแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เพียงขวัญตัวแข็งทื่อ ก่อนจะ...

ฮัดชิ่ว!

เธอจามสวนออกมาทันที ละอองน้ำลายกระเด็นใส่รพีอย่างช่วยไม่ได้เพราะเธอปิดจมูกตัวเองไม่ทัน รพีเอามือลูบหน้าลูบตาเช็ดเสื้อตัวเอง แต่ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด

ฟืด ฮัดชิ่ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป