บทที่ 3 บทที่ 1 การแต่งงาน (100%)

ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน เธอ…ก็เคยไม่รัก

“เก็บเอาสิ่งที่กูบอกไปคิดให้ดี ๆ การที่มึงยอมเป็นกระโถนให้ไอ้ตังเมมา ตลอดมันมีอะไรตอบแทนสิ่งที่มึงทำบ้างนอกจากความเจ็บปวด กูไม่เคยเห็นมึงมีความสุขจริง ๆ สักครั้ง ตั้งแต่มึงรักผู้หญิงคนนั้น ไอ้ท็อปกูเป็นพี่ชายของมึงนะ การต้องทนเห็นมึงร้องไห้เสียใจเพราะผู้หญิง มึงคิดว่ากูไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ หลายครั้งที่กูเคยคิดหาวิธีทำให้มึงเลิกรักไอ้มัน แต่กูรู้ว่ากูคงทำไม่ได้เพราะขนาดมึงที่เป็นเจ้าของหัวใจยังทำไม่ได้แต่วันนี้กูยอมให้มึงด่าว่าเป็นผู้ชายสารเลวเพื่อให้มึงเลิกเป็นแค่ถังขยะของคนที่มึงรักสักที มันอาจจะเลวที่มึงเลือกใช้วิธีแบบนี้แต่มึงอย่าลืมว่ามึงดีมามากเกินไปแล้ว”

รามินเดินออกไปแล้วเหลือทิ้งไว้เพียงคำพูดที่สะท้อนสิ่งที่หัวใจบอบช้ำต้องเผชิญมาตลอด ไม่มีคำไหนในประโยคเป็นความเท็จตรงกันข้ามทุกคำที่ชายหนุ่มต้องพบเจอกับการเป็นคนแอบรักมาตลอด

มันอาจจะเลว ไม่สิ มันอาจเรียกได้ว่ายิ่งกว่าเลวที่เขากำลังจะใช้คำขอร้องของเภตราเพื่อแย่งชิงเธอมาเป็นเจ้าของ แต่หัวใจที่บอบช้ำมานานก็ต้องการเธอ

เขาไม่อยากเป็นแค่กระโถนให้เธอมาระบายแล้วจากไปอีกแล้ว แต่เขาอยากเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นเช่น…สามีของเธอ

“เราคงเป็นคนดีมากเกินไปใช่ไหมเม ถ้าวันนึงเราเลวขึ้นมาเมจะรักเราเหมือนนายติณณ์หรือเปล่า ฮึก”

เภตราเดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาในร้านอาหารของ ‘เนตรนรินทร์’ เพื่อนสมัยมัธยมหลังจากได้รับโทรศัพท์จากแฟนหนุ่มให้รีบเร่งมาพบกัน เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องบอกกับเธอ หญิงสาวเรียกแท็กซี่แล้วตรงมาที่นี่โดยไม่ต้องคิด แม้จะอารมณ์เสียกับคำพูดของณภัทรอยู่มากก็ตาม

“เม!”

เสียงเรียกจากโต๊ะมุมสุดของร้านพร้อมใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นตาของ ‘ติณณ์’ แฟนหนุ่มของเธอทำให้ใบหน้าบึ้งตึงคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ สำหรับหญิงสาวแล้วผู้ชายตรงหน้าคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตที่ขาด ๆ เกิน ๆ ของเธอ

“ตินมานานแล้วเหรอ ขอโทษนะที่ให้รอ พอดีรถติดน่ะ” เภตราทรุดนั่งลงตรงข้ามแฟนหนุ่ม วางกระเป๋าเป้ลงที่เก้าอี้ข้างตัวแล้วส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างเคย

“ไม่นานเราก็เพิ่งมา เมอยากสั่งอะไรไหม”

“ไม่ล่ะ เราไม่หิว ตินมีเรื่องสำคัญอะไรเหรอถึงได้นัดเรามาเร่งด่วนขนาดนี้”

ร่างบางยิ้มถามมองใบหน้าของแฟนหนุ่ม แอบคาดหวังว่าวันนี้ติณณ์อาจจะมีคำตอบที่เธอวอนขอมาให้แล้ว หญิงสาวตื่นเต้นจนเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่ไหว หากเรื่องสำคัญเร่งด่วนในเวลานี้สำหรับทั้งสองคนคงหนีไม่พ้น…

“เรื่องแต่งงาน”

รอยยิ้มของเภตรากว้างขึ้น ดวงตาคู่หวานจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงนิ่งสนิทอย่างจดจ่อ หัวใจรอฟังคำตอบที่ปรารถนาด้วยความหวัง หากติณณ์รักเธออย่างเช่นที่เธอรักเขา ชายหนุ่มต้องยินดีตกลงแต่งงานกับเธออย่างแน่นอน

“เราคงแต่งงานกับเมไม่ได้ เรายังไม่พร้อม ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพร้อม ขอโทษนะเมแต่เราไม่อยากแต่งงานจริง ๆ”

ทว่า…คำตอบของเขาเหมือนฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจ ความหวังที่วาดฝันมาหลายวันพังครืนลงตรงหน้า ใบหน้าอ่อนหวานที่ระบายยิ้มสดใสสลดวูบลงพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตา ขอบตาร้อนผ่าวจนแทบสกัดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว

ติณณ์มองแฟนสาวด้วยความกระอักกระอ่วน เภตราเป็นผู้หญิงที่เขาคบหามานาน แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่าตนเองไม่ได้รักอีกฝ่ายมากมายถึงขนาด ‘กล้า’ เสี่ยงกับความเจ็บปวดและแต่งงานกับเธอได้

ความจริงเขาไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลยต่างหาก เพราะยังรักชีวิตโสด หวงอิสระและนามสกุลของตัวเอง แม้จะคบหากับเภตรามานานแต่หญิงสาวไม่ต่างจากผู้หญิงที่เขาควงเล่น ๆ แก้เบื่อหรือพวกรักสนุกแต่ไม่ผูกพันที่เดินเข้ามาให้เขาฟรี ๆ อย่างที่ผ่านมา ต่างกันแค่เภตราเป็นผู้หญิงจืดชืดที่โง่เง่าเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวเขามากกว่าใคร

แม้จะทิ้งขว้างเหมือนของตายแต่อีกฝ่ายยังคงรักและซื่อสัตย์กับเขามาเสมอนั่นเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถเลิกรากับเธอจริง ๆ จัง ๆ ได้ ทั้ง ๆ ที่ถ้าหากจะทำ เขาก็ทำได้โดยไร้ความรู้สึก

อีกเหตุผลสำคัญที่ติณณ์ไม่ยอมเลิกรากับเภตราอย่างถาวรเนื่องมาจาก ‘ณภัทร’ เพื่อนสนิทของหญิงสาวที่แอบรักผู้หญิงจืดสนิทไร้ชีวิตชีวามานาน เขาและเพื่อนในกลุ่มขอแฟนสาวเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาก่อนจะคบหากับเภตราเสียอีก เขาจึงอยากเอาชนะและทำร้ายหัวใจเน่า ๆ ของผู้ชายที่แอบรักผู้หญิงของชาวบ้านให้สาสม แต่วันนี้ทุกอย่างยุ่งยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ เภตราเริ่มน่ารำคาญและอ้อนวอนขอบางสิ่งที่เขาไม่มีวันให้ผู้หญิงคนไหนได้ นั่นคือ ‘การแต่งงาน’ มันทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะ ‘ยุติ’ ความสัมพันธ์ที่คาราคาซังมานานลงเสียที

“ขอโทษนะเม แต่ว่า…เราสองคนห่างกันสักพักเถอะ”

“ตะ ติน ทะทำไมพูดอีกแล้ว ไหนตินสัญญาว่าจะไม่พูดแบบนี้กับเราอีกไง” เภตราหน้าซีด ริมฝีปากบางสั่นเทา แววตาที่เขามองมายามเอ่ยคำคำนั้นช่างไร้เยื่อใย หัวใจของหญิงสาวชาวาบเมื่อกลัวว่าการขอเลิกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย

“ตินให้โอกาสเราอีกครั้งนะ ต่อไปนี้ ฮึก เราจะไม่ขอให้ตินแต่งงานด้วยอีกแล้ว แต่ตินอย่าทิ้งเราไปเลย ฮือ”

คำอ้อนวอนพร้อมน้ำตาของเภตราช่างไร้ค่าในสายตาของติณณ์เหลือเกิน ชายหนุ่มส่ายหน้าเอือมระอากับความดื้อด้านของหญิงสาวจนต้องกล่าวคำพูดตัดรอนที่โหดร้ายออกไป

“เฮ้อ เมจะให้เราพูดอีกกี่ครั้งเธอถึงจะเข้าใจ เราเบื่อว่ะ เมวอนขอในสิ่งที่เราเกลียดมากที่สุด เราไม่อยากพูดคำนี้เลยนะ มันฟังดูโหดร้าย แต่เมทำให้ความอดทนของเราหมดลง เราเลิกกันเถอะ แล้วต่อไปนี้เธอไม่ต้องโทรมา ไลน์มา หรือแม้กระทั่งทักเฟสมาอีกนะ เรารำคาญเธอมาก เข้าใจตามนี้นะ” เขาพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา ก่อนสะบัดมือบางที่ไร้เรี่ยวแรงของเภตราทิ้งอย่างไม่แคร์สายตาของคนในร้านรวมไปถึงเจ้าของร้านที่เป็นเพื่อนของหญิงสาว ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นพร้อมวางธนบัตรใบสีม่วงลงบนโต๊ะแล้วเดินออกจากร้านไปทันที

“ตะ ติน อย่าไป ฮึก อย่าเพิ่งไป ติน” เภตราลุกพรวดพราดจะวิ่งตามออกไปแต่ถูกเพื่อนสาวที่เป็นเจ้าของร้านและสามีของเธอรั้งไว้เสียก่อน

“เมพอแล้ว ไม่ต้องตามออกไป”

เนตรนรินทร์รั้งร่างเล็กที่สั่นเทิ้มเข้ามากอดไว้แน่น ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของเธอมาตลอด โชคดีที่วันนี้เพื่อนชายใจสาวคนสนิททั้งสองของเภตราไม่เข้ามาที่ร้านไม่เช่นนั้นผู้ชายสารเลวคนนั้นคงจะโดนรุมประชาทัณฑ์ตายก่อนจะทันได้ขยับขาไปไหนแน่

“ร้องเถอะ ร้องให้พอ”

การถูกทิ้งมันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่มีใครสามารถยับยั้งได้ เธอเองก็เคยถูกทิ้งอย่างไร้เยื่อใยจากคนที่เชื่อใจมาหลายปีเช่นกัน จึงรู้ดีว่าคำปลอบโยนที่ดีที่สุดคือการร้องไห้ออกมาให้ดังที่สุด

“ที่รักพาคุณตังเมเข้าไปหลังร้านก่อนเถอะ” เสียงเอ่ยเตือนของสามีทำให้เนตรนรินทร์รีบพยุงร่างกายอ่อนแอของเพื่อนเข้าไปหลังร้าน

หญิงสาวปรายตามองสามีเพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายโทรตามเพื่อนสนิทของเภตราให้มาที่ร้านโดยด่วน ภาวะหัวใจบอบช้ำที่เภตรากำลังเผชิญเธอคงไม่มีความสามารถพอที่จะหยุดยั้งหรือบรรเทาให้มันเบาบางลงได้มากมายนัก

“ภีมโทรหาคุณทิวลิปกับคุณฟ้าใสด้วยนะ”

ไม่นานถึง 15 นาที บุคคลที่เนตรนรินทร์หวังพึ่งพาเดินปึงปังเข้ามาในร้านด้วยในหน้าบอกบุญไม่รับ

“ไหนไอ้ส้นตินมันอยู่ไหน” เสียงกระด้างห้าวที่แว้ดมาจากสภาพบุรุษร่างเล็ก ใบหน้าหล่อเข้มด้วยหนวดเคราที่ถูกดูแลมาอย่างดี สายตามาดร้ายกวาดมองบุคคลในร้านอย่างเอาเรื่อง หลังจากได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนผู้เห็นเหตุการณ์บัดซบ ตนก็ตรงดิ่งมาที่นี่หมายจะกระทืบไอ้ผู้ชายสารเลวที่กล้าทิ้งขว้างเพื่อนรักของเขาราวกับเศษขยะให้ตาย

“เอ่อ คุณฟ้าใสครับ คุณตังเมอยู่หลังร้านครับ” เสียงทุ้มพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มของบุรุษผู้เป็นสามีของเพื่อนเรียกกิริยากุลสตรีของชายหนุ่มให้กลับมา ฟ้าใสหรือฟร์อท ชื่อจริงว่า ‘ธนา’ เพื่อนชายใจสาวคนสนิทของเภตราฉีกยิ้มหวานก่อนจะกระแอมเรียกเสียงหวานใสที่ดัดออกมาจากหัวใจเอ่ยตอบ

“อุ้ย คุณภีมขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาท พอดีอินไปหน่อยน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ เชิญคุณฟ้าใสด้านในดีกว่านะ”

ธนาเดินตามแผ่นหลังกว้างที่ดูมาดแมนสมเป็นสามีของเนตรนรินทร์ด้วยสายตาเป็นประกายลืมไปแล้วว่าที่พุ่งตัวเข้ามาในร้านด้วยอารมณ์โกรธสุดขีดมาจากเรื่องใด จนกระทั่งเห็นเพื่อนสาวคนสนิทนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นราวจะขาดใจตรงหน้า ความรู้สึกต่าง ๆ ถึงพากันกลับมาอีกครา

“ยัยเม”

เภตราเงยหน้ามองเพื่อนสนิททันทีที่ได้ยินเสียง หญิงสาวผละออกจากอกของเนตรนรินทร์แล้วพุ่งตัวเข้าไปโถมกายเข้ากอดเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกอัดแน่นในหัวใจ

“ตินทิ้งฉันไปแล้ว ฮึก เขาพูดคำว่าเลิกกับฉันอีกแล้ว ฮือ”

ฟ้าใสในร่างชายแต่กายหญิงได้ฟังเช่นนั้นแล้วก็ขบกรามแน่นมือหนาตบหลังตบไหล่ปลอบเพื่อนไปพร้อมความกรุ่นโกรธของตัวเอง แม้จะอยากพูดอะไรออกไปมากกว่านี้แต่สภาพที่เหมือนคนกำลังจะตายของเพื่อนทำให้ชายข้ามเพศที่เข้าใจหัวอกเพื่อนต้องกลืนทุกอย่างลงคอ

ทุกคนต่างรู้ว่าเภตรากับติณณ์คบหากันมานาน และทุกคนก็รู้อีกเช่นกันว่าทั้งสองคบ ๆ เลิก ๆ และฝ่ายชายก็มีเล็กมีน้อยมาตลอด มีแต่เภตราเพียงคนเดียวที่โง่งมให้อภัยผู้ชายสารเลวที่ทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าใครจะพูดเช่นไรเพื่อนของตนก็ปักใจใจผู้ชายคนนั้นเหมือนเดิม

9 ปีที่เภตราคบหากับผู้ชายไม่มีวันไหนที่เพื่อนสาวของเขาจะมีความสุขจริง ๆ สักวัน เมื่อใคร ๆ ต่างรู้ว่าไอ้ส้นตินไม่มีความคิดจะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่แค่เจ้าชู้แต่ยังสารเลวเที่ยวฟันคนไปทั่ว คว้าไปไม่เจอหางก็เสียบหมด เหมือนมีงานอดิเรกขายลูกชิ้นปิ้งหน้างานวัด เพื่อนทุกคนในรุ่นต่างต้องการให้เภตราเลิกรากับผู้ชายคนนั้นอยู่บ่อย ๆ 

ไม่ว่าจะสรรหาวิธีไหนมาพูดก็ไม่มีอะไรระคายหัวใจที่รักมั่นของเภตราให้พังลงได้…นอกจากตัวของมันเอง และแล้ววันนี้ก็มาถึง ธนาแอบดีใจที่ติณณ์เลิกกับเพื่อนของตัวเองจริง ๆ สักที เพราะที่ผ่านมาผู้ชายคนนั้นทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เห็นเภตราเป็นของตายแต่ที่วันนี้ชายใจสาวมั่นใจว่าสารเลวอย่างมันต้องการเลิกรากับเภตราจริง ๆ ก็เพราะเรื่องที่เพื่อนสาวของเขาวอนขออีกฝ่ายเป็นสิ่งต้องห้ามที่นายติณณ์เกลียดนักหนา

“ร้องไห้ให้พอ แล้วเลิกคร่ำครวญกับไอ้ผู้ชายคนนั้นสักที”

ร่างบางเงียบเสียงลงเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนล้าจากการร้องไห้มาเกือบชั่วโมง หญิงสาวนั่งก้มหน้าสะอื้นเสียงเบาอย่างคนหมดสิ้นทุกอย่าง ความเสียใจมีไม่เท่าความผิดหวัง ที่ผ่านมาเธอเฝ้าให้อภัยและเชื่อมั่นในตัวอดีตแฟนหนุ่มมาตลอดเพราะรัก เนื่องจากว่าเขาเป็นรักครั้งแรกที่เธอฝังใจ แม้อาจไม่ใช่แฟนคนแรกแต่เขาเป็นรักครั้งแรกที่เธอมี ชายหนุ่มจึงเป็นเสมือนพลังใจในการใช้ชีวิตของเธอมาตลอด

ทั้ง ๆ ที่ตลอดมาเภตรารู้ว่าติณณ์มีผู้หญิงคนอื่นมาเกี่ยวพันข้องแวะตลอด แต่เธอทำใจหลับหูหลับตามองไม่เห็นเพราะคิดเสมอไม่ว่ายังไงเขาก็รักเธอมากที่สุด แต่แล้ววันนี้ทุกอย่างพังครืนลงต่อหน้า ติณณ์ไม่ได้รักเธอมากพอที่จะยอมแต่งงานได้ เขายังเกลียดการแต่งงานและไม่พร้อมอย่างที่เคยพูดบอกไว้

“เราทำอะไรผิดเหรอฟ้าทำไมตินถึงได้ทิ้งเรา”

คำถามของเภตราไม่มีใครตอบได้นอกจากนายติณณ์ ผู้ชายไร้สำนึกที่สารเลวจนชายใจสาวอย่างเธอยังแขยง นิสัยใจคอของนายคนนั้นไม่มีอะไรน่าพิสมัยเลยแม้แต่มีก็แค่หน้าตาที่พอไปวัดไปวาได้บ้าง ทั้งยังทำตัวหยิ่งยโสทะนงตนว่าหล่อเหลาราวพระเอกเกาหลี

“แกน่ะไม่ผิด คนที่ผิดน่ะมันไอ้ติน” คำตอบของธนาทำให้เพื่อนสาวปล่อยโฮออกมาอีกครา หัวใจของหญิงสาวแหลกละเอียดกับคำว่าเลิกราและแววตาตัดรอนของเขาที่ฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวอยู่ตลอด

เธอรู้ได้ในทันทีที่ว่าการเลิกราครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหน ๆ เพราะครั้งนี้ติณณ์เอ่ยคำว่า ‘เลิก’ ด้วยตัวเองซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมาแม้จะระหองระแหงกันตลอดแต่เขาไม่เคยเอ่ยคำคำนั้นด้วยปากสักครั้ง

“หยุดร้องไห้ได้แล้วเม แกต้องกลับมาสู่โลกของความเป็นจริง ที่นี่เมืองไทยอากาศร้อนไม่ใช่ทุ่งลาเวนเดอร์ที่มีม้าโพนี่ให้แกขี่หรอกนะ ตื่นขึ้นมาแล้วรับรู้ความเป็นจริงของสังคมโลกได้แล้ว หยุดโลกสวยแล้วหันมองแม่ของแกที่นอนรอแกอยู่ในห้องไอ้ซียูสักที”

เภตราชะงัก เสียงสะอื้นเงียบลงก่อนจะกล่ำกลืนความเสียใจทิ้ง

คำว่า ‘แม่’ ที่ได้ยินเรียกสติของผู้หญิงที่กำลังคุ้มคลั่งให้กลับเข้าที่ เธอยังมีมารดาที่รอคอยกำลังใจอยู่ หากมัวแต่ร้องห่มร้องไห้ให้คนอื่นแล้วมารดาจะเอากำลังใจมากจากไหนต่อสู้กับโรคร้ายที่กำลังเผชิญอยู่

“ได้สติแล้วใช่ไหม ถ้างั้นตอบฉันมาก่อนว่าตกลงเรื่องที่ฉันให้แกไปคุยกับท็อปว่าไงบ้าง”

ใบหน้าของเภตราบิดเบ้ทันทีที่ได้ยินชื่อของผู้ชายที่ทำให้เธอระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อตอนเช้า ยิ่งนึกถึงคำพูดและสีหน้าของผู้ชายคนนั้นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้โหมไหม้ขึ้นอีก หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบเพื่อนเสียงแข็ง

“เขาไม่อยากทำ!”

“ว้าย เป็นไปได้ยังไงที่ท็อปจะไม่ตอบตกลง แกไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า ฉันบอกแล้วให้แอ๊บสวย ทำหน้าเศร้า เล่าเสียงสะอื้น นี่แกไปอาละวาดฟาดงวงฟาดนอมาใช่ไหม” คำพูดรู้ทันของธนาทำให้เภตราต้องเบือนหน้าหนี แน่นอนเธอไม่มีวันแอ๊บสวยทำหน้าเศร้าเล่าเสียงสะอื้นอย่างที่เพื่อนแนะนำได้ พอเห็นสีหน้าของณภัทรตอนที่ได้ฟังคำขอร้องของเธอ คำพูดสวยหรูหรือบทดราม่าเรียกน้ำตาที่เพื่อนสอนถูกกลืนหายกลายเป็นความหงุดหงิดอารมณ์เสียขึ้นมาทันที

“นี่ยัยตังเมช่วยดึงสติของตัวเองนิดนึงนะคะ ตอนนี้อิเจ๊ทิวหรี่เนี่ยบินไปนอร์เวย์สอยผู้ชายมาเปย์อีกหลายวัน เพราะฉะนั้นแกกับฉันต้องช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้ นี่ก็ใกล้จะถึงวันที่แกต้องให้คำตอบกับแม่เรื่องนั้นแล้วนะ แล้วแกจะทำยังไงต่อไป ผัวก็ทิ้ง ชู้ก็ทำท่าจะทิ้งไปอีกคน”

“ฉันไม่มีชู้นะ!” เสียงเล็กตะโกนแย้งจนเพื่อนชายใจสาวต้องเบ้ปากเอือมระอา

ใคร ๆ เขาก็รู้กันหมดว่าณภัทรน่ะแอบรักยัยโพนี่ตังเมหัวปักหัวปำ มีก็แต่ยัยโพนี่ที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ข้าง ๆ นี่แหละที่ทำเป็นไม่รู้!

“ไม่ใช่ชู้ค่ะแต่กำลังจะเลื่อนตำแหน่งมาเป็นผัว” เพื่อนชายใจหญิงยังคงจีบปากจีบคอพูดอย่างหมั่นไส้ก่อนจะได้รับค้อนวงใหญ่จากเพื่อนสาวที่ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาหลายวัน

“ลำไย ลองกองมาก นี่ยัยตังเม ท็อปคือความหวังเดียวของแกนะ เลิกอคติกับเขาเถอะ ผู้ชายหล่อล่ำน่าปลุกปล้ำขนาดนั้นแกยังไม่สนแต่มาสนใจไอ้ตันหน้าส้นตินเนี่ย ฉันละเบื่อชะนีไร้รสนิยม”

“อย่ามาว่าตินแบบนี้นะฟ้า ไม่งั้นเราจะโกรธเธอจริง ๆ ด้วย” เภตราตอบน้ำเสียงสะบัดก่อนตวัดสายตาเอาเรื่องจนเพื่อนชายใจสาวเริ่มระอากับความหน้ามืดตามัวของเพื่อนจนอยากจะควักลูกตาของยัยโพนี่ตังเมทิ้ง

“โอ้ย แม่คุณ แม่นางเอกละครไทยถามจริง ๆ นี่แกแกล้งโง่หรือว่าโง่จริงๆ กันแน่ย่ะ”

“ฟร์อท!” คราวนี้เภตราตะโกนเรียกชื่อจริงของเพื่อนเสียงดัง เริ่มโกรธขึ้นมาตงิด ๆ ที่เพื่อนเข้าข้างคนอื่นมากกว่าเธอ อีกทั้งคนอื่นที่ว่ายังเป็น…ใครก็ไม่รู้

“นี่ฟังฉันนะตังเม เรามีเวลาไม่มาก แกจำที่คุณหมอแจ้งได้ไหมว่าแม่อาจอยู่กับเราได้ไม่ถึงปี นั่นหมายความว่าแกต้องทำให้แม่หมดห่วง มันอาจดูน้ำเน่านิยายไทยไปหน่อย แต่ว่ามันเป็นทางออกเดียวที่แกเหลืออยู่ ท็อปคือความหวังสุดท้ายของเรา แกต้องเตรียมตัวและไปคุยกับเขาใหม่เข้าใจไหม?”

เภตรากัดริมฝีปากตัวเองแรง ๆ หัวใจดวงน้อยหนักอึ้งและสับสน ข้างในปวดร้าวกับการเลิกราแต่ไม่เหลือเวลามานั่งคร่ำครวญโหยหาอีกฝ่ายเพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นหลายเท่าคือมารดา หากเธอยังทำตัวไร้ค่าวิ่งตามผู้ชายอยู่แบบนี้มารดาที่กำลังป่วยหนักคงนอนหลับฝันร้ายไปตลอดกาล…

“เตรียมตัว คืนนี้ฉันจะทำให้ท็อปยอมตกลงกับแก คอนเฟิร์ม!”

สีหน้าและแววตาของฟ้าใสทำให้เภตราขนลุก การวางแผนครั้งนี้ดูเหมือนจะมีเธอเข้าไปเอี่ยวและอาจเป็นประเด็นหลักในการวางแผนเสียด้วย หญิงสาวอดห่วงตัวเองไม่ได้เมื่อต้องเอาชีวิตมาวางไว้ในอุ้งมือมารอย่างนายธนา

“นี่ฟ้าคงไม่ได้คิดจะให้เราไปปล้ำท็อปหรอกนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป