บทที่ 6 บทที่ 3 คำตอบที่ไม่คาดฝัน 50%

บทที่ 3 คำตอบที่ไม่คาดฝัน

เภตราปรือตาขึ้นช้า ๆ เมื่ออาการปวดหัวรุนแรงจู่โจม ร่างกายปวดเมื่อยราวกับทำงานแบกหามมาสามอาทิตย์ ลำคอแห้งผาก และผะอืดผะอมจนแทบอาเจียนออกมาในทันที หญิงสาวผละตัวลุกขึ้นมองรอบกายด้วยอาการวิงเวียนศีรษะ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้นอนหลับอยู่บนเตียงในห้องนอนที่บ้านหรือห้องพักของเพื่อนสนิท

“เอ๊ะ” สายตาคู่หวานกวาดมองข้าวของเครื่องใช้ที่ประดับตกแต่งอยู่ภายในห้อง แล้วเบิกตากว้างขึ้นไปอีกเมื่อจำได้ว่ามันคือห้องของใคร

“เฮ้ย!” ร่างบอบบางพรวดพราดลงจากเตียงโดยไม่ทันได้สำรวจร่างกายส่วนอื่น ผิวขาวเนียนสะอาดถูกอากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศกระทบผิวจนขนลุก หญิงสาวยกมือลูบแขนตัวเอง ก่อนจะเบิกกว้างกว่าเดิมอีกหลายเท่าเมื่อพบกับความจริงที่ว่า…เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น!

ทำไมเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แล้วทำไมเธอถึงมานอนอยู่ที่นี่ อยู่ในห้องของ…

แอ๊ด

“เมตื่นแล้วเหรอ”

ความคิดทุกอย่างหยุดชะงัก เมื่อใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาเปิดประตูเข้ามายืนส่งยิ้มให้ สมองเล็ก ๆ ของเภตราขาวโพลนไปหมด รอยยิ้มอ่อนโยนที่อีกฝ่ายส่งมาพาหัวใจดวงน้อยให้เต้นรัว หรือว่าตอนนี้เธอกับเขาจะ…

“กรี๊ด!”

ร่างสูงสะดุ้งตกใจ คิ้วเข้มเลิกสูงเมื่ออยู่ ๆ คนไม่สร่างเมาที่ยืนแก้ผ้าอยู่ตรงหน้าส่งเสียงกรีดร้องออกมา ทั้ง ๆ ควรจะเป็นเขามากกว่าที่ต้องร้องตกใจกับภาพชวนหวามใจที่ได้เห็น ชายหนุ่มมองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนสีชมพูอ่อน พลางลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พักใหญ่ทีเดียวกว่าชายหนุ่มจะดึงสติเคลิบเคลิ้มให้เข้าที่ พลางถลาเข้าไปห้ามคนไม่สร่างเมาให้หยุดร้อง ก่อนคนทั้งคนโดจะแตกตื่น

“เมอย่าร้อง”

“กะ กรี๊ด” เภตราไม่เหลือสติให้คิดทบทวนเรื่องราวในเหตุการณ์ที่ไม่ปะติดปะต่อเรื่องคราวเมื่อคืนได้ เมื่อร่างกายของ ‘เพื่อนสนิท’ ตรงหน้ากระชากหัวใจของเธอให้หลุดไปอยู่ที่พื้น รอยแดงเป็นจ้ำบริเวณลำคอของอีกฝ่ายที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาเป็นสัญลักษณ์ที่เพียงเห็นแวบเดียวรู้ได้ทันทีว่ามันคือรอยอะไร และเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและ…เธอ!

น้ำตาเม็ดเล็กไหลอาบแก้มใสสีชมพูระเรื่อ สมองน้อย ๆ ประมวลผลสิ่งแวดล้อมและพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ ภาพเสื้อผ้าของเธอที่กองระเกะระกะบนพื้น ร่างกายไร้อาภรณ์ห่อหุ้มและร่องรอยสัญลักษณ์ของเรื่องราวบนตัวของเขาและเธอ เพราะไม่ใช่แค่รอยแดงบนลำคอของณภัทรแต่ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอก็เป็นอีกสัญญาณเตือนภัยว่าตอนนี้สถานะของชายหนุ่มได้เปลี่ยนจากเพื่อนสนิทไปเป็น…สามีเรียบร้อย

“เมใจเย็น ๆ ก่อนนะ ฟังเราก่อน” ณภัทรกลืนน้ำลายลงคออีกหลายอึกเมื่อเห็นสีหน้าเหมือนคนกำลังจะตายของเภตรา ชายหนุ่มเข้าใจดีว่าหญิงสาวคงจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนกับสถานการณ์ชวนคิดลึกเช่นนี้ แต่เมื่อคืนหลังจากถูกเธอ ‘ปลุก’ ให้ตื่นแต่ชิงหลับไปก่อน เขาพาตัวเองไปดับความร้อนรุ่มที่พลุ่งพล่านนานพอสมควร พอกลับเข้ามากับพบว่าเธอนอนหลับสบายเลยไม่อยากกวนให้คนเมาตื่นมาอาละวาดอีก เพราะรู้ดีว่าหญิงสาวตื่นง่าย แต่ไม่คิดว่าการปล่อยให้เภตรานอนหลับไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใส่อะไรแบบนั้นพอตื่นขึ้นมาเธอจะเป็นแบบนี้!

“อ่ายอัง (ไม่ฟัง)” เสียงตอบอู้อี้พร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอทำให้ณภัทรต้องปล่อยมือจากปากเล็กแล้วลนลานอ้าปากเตรียมอธิบายเรื่องทั้งหมด

“เมฟังเราก่อน เมื่อคืนนี้ / ฮือ เมื่อคืนนี้เราปล้ำท็อปแล้วใช่ไหม ฮือ”

คนยังไม่สร่างเมาพูดไปร้องไห้ไปไม่ฟังอะไรเลย ความทรงจำสุดท้ายที่อยู่ในหัวคือตัวเองกอดรัดอีกฝ่ายแล้วดึงรั้งให้เขาลงมาทาบทับตัวเอง หลังจากนั้นสมองส่วนสั่งงานก็หยุดทำงาน ความจำที่เหลือขาด ๆ หาย ๆ แต่พอปะติดปะต่อได้ว่าคนที่เริ่มทุกอย่างคือเธอเอง

“เฮ้อ เมพร้อมเมื่อไหร่ค่อยออกมานะ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวเหยียดจนใจจะอธิบายเมื่อคนคิดไปเองไม่ยอมฟังอะไร เอาแต่ร้องไห้แล้ววิ่งเข้าไปมุดตัวในผ้าห่มพร้อมสะอื้นเสียงดัง เขาคิดว่าคงต้องให้เวลาเธอสักนิดเพื่อให้ได้ทบทวนเรื่องราวเมื่อคืนให้ถี่ถ้วนไม่ใช่ตีโพยตีพายไร้เหตุผลแบบนี้

“เราทำอาหารเช้าไว้ให้แล้ว ถ้าเมพร้อมออกมาทานได้เลยนะ”

เภตรานอนสะอื้นใต้ผ้าห่มโดยไม่ยอมตอบอะไร กระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องปิดลง ใบหน้าอ่อนหวานจึงโผล่ออกมาสอดส่องมองหาคนที่เข้าใจว่าตัวเองปลุกปล้ำขืนใจเมื่อไม่พบก็พ่นลมหายใจออกมาพร้อมกรีดร้องไร้เสียงทั้งน้ำตา สมองตื้อไปหมด สับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ทว่าร่องรอยบนร่างกายของเขาและเธอ…คิดพร้อมก้มมองร่างกายเปล่าเปลือยที่แดงก่ำทั้งรอยเกาและรอย…จูบ

ใบหน้าอ่อนหวานร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นแตะ กลัวเหลือเกินว่ามันร้อนจนระเบิด หัวใจดวงน้อยไม่ประสาเต้นระส่ำกับความทรงจำวาบหวามเมื่อคืน พลันทุกอย่างก็ดับวูบลงเมื่อคิดถึงใบหน้าของเพื่อนชายใจสาวผู้หยิบยื่นแก้วเครื่องดื่มน่าสงสัยมาให้

“เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือฟ้าใสแน่!” พูดกับตัวเองได้สองสามคำก็คว้านหาเครื่องมือสื่อสารเพื่อโทรหาผู้ต้องสงสัยที่น่าจะสมรู้ร่วมคิดกันหลายคน แผนการนี้มีเงื่อนงำและคอกเทลแก้วนั้นต้องไม่ใช่แค่น้ำผลไม้ปั่นแน่นอน!

เภตราผละตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องเพื่อมองหากระเป๋าเป้ของตัวเอง ก่อนจะพบว่านอนเกลื่อนกลาดอยู่ปลายเตียง หญิงสาวเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเป้มาค้นหาเครื่องมือสื่อสารของตัวเองอย่างเร่งด่วนและว้าวุ่นกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก โมโหตัวเองที่มักพ่ายแพ้ให้เล่ห์เหลี่ยมของคนเจ้าเล่ห์มากประสบการอย่างธนา ที่สำคัญโกรธตัวเองที่เป็นคนคออ่อนแตะแอลกอฮอล์นิดหน่อยก็สลบไสลจำเรื่องราวก่อนหน้านั้นไม่ได้เลย

ตื้ด ตื้ด ตื้ด

เสียงสัญญาณรอสายที่ได้ยินยิ่งกระตุ้นให้คนร้อนใจกระวนกระวายมากขึ้นไปอีก กลัวเหลือเกินว่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอาจมีการร่วมมือกันของหลายคน โดยเฉพาะเขา…ผู้ชายเจ้าของห้องที่อ่อยจนเธอเผลอปลุกปล้ำไปเมื่อคืน!

(“ฮัลโหล ชะนีโพนี่ว่าไงคะ แหกขี้ตาโทรมาตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันเลยนะ”)

เสียงงัวเงียพร้อมคำทักทายตามประสาเพื่อนสาว ทำให้เภตราต้องพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ อยากโกรธก็อยาก แต่โกรธไม่ลงนี่สิ

“ฟ้าตอบเรามาเดี๋ยวนี้นะว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” เภตราย่นจมูกต่อว่าเพื่อนเสียงหลง อีกฝ่ายกลับถอนหายใจยาวเหยียด แล้วตอบกลับเสียงเรียบเหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติที่เธอควรทำ

(“เอาเรื่องไหนก่อนล่ะ เรื่องที่แกกระดกคอกเทลสูตรพิเศษหมดแก้วหรือเรื่องที่ฉันส่งแกไปสังเวยท็อปล่ะ”)

เภตราอ้าปากหวอ สติสตางค์ค้างหมด สมองอื้ออึงกับคำตอบของเพื่อน นี่แสดงว่าเธอถูกเพื่อนหลอกอีกครั้ง ที่สำคัญธนาเพิ่งยอมรับกับปากตัวเองว่า…ส่งเธอมาสังเวยณภัทร!

“ฟ้า! ทำแบบนี้ทำไม รู้ไหมว่าเรา เอ่อ” ความลับเกือบหลุดเพราะความโมโห ทว่าชะงักคำพูดเอาไว้ทันก่อนจะลนลานเอ่ยต่อเสียงตะกุกตะกัก

“เอ่อ เราต้องวุ่นวายแค่ไหน”

ธนาแค่นยิ้มเบา ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วสูงกับคำพูดติดขัดที่แฝงความนัยของเพื่อนสาว หรือว่า…แผนจะสำเร็จ

(“why? ทำไมย่ะ หรือว่าแกปล้ำท็อปจริง ๆ กรี๊ด ข่าวดีในรอบสิบปีของฉัน แผนการของเจ๊ทิวลิปนี่ได้ผลชะงัดนัก ส่งม้าโพนี่ชะนีโลกสวยถวายกายให้ชายหล่อน่าปล้ำสำเร็จ กรี๊ด แบบนี้ฉันต้องคอลไปหาเจ๊ทิวลิปกับเจ๊น้ำทิพย์ คิก”)

เภตราเบิกตากว้างเมื่อได้ยินรายชื่อของบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังแผนการบ้า ๆ ในครั้งนี้ เจ๊ทิวลิปหรือทศพล ชายใจสาวผู้เป็นรุ่นพี่ที่เธอและธนาเคารพรัก และน้ำทิพย์ รุ่นพี่สาวสวยผู้เป็นเจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดัง เจ้านายของธนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของธนาและเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เธอเคารพรักเช่นกัน ทว่าทำไมทั้งสองถึงได้ร่วมมือกับธนาทำร้ายเธอแบบนี้!

“นี่พี่น้ำกับพี่ทิวลิปร่วมมือด้วยเหรอ”

คนโดนลากเข้าไปร่วมแผนแบบไม่ได้ตั้งใจ ร้องถามเสียงหลงพร้อมผ่อนลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาล ยิ่งได้ยินว่าใครร่วมมือกันบ้าง ยิ่งพาลให้โกรธมากขึ้นไปอีก

(“โอ๊ย เขาร่วมมือกันหมดนั่น น้องชายแก ฉัน เจ๊ทิวหรี่ เจ๊น้ำจืด อ่อ คุณรามินสุดหล่อห่อหมกใหญ่ของฉันด้วย มีแต่แกนั่นแหละไม่รู้อยู่คนเดียว”)

“ฟ้า เราโกรธฟ้าจริง ๆ ด้วยนะ นี่เล่นอะไรกัน รู้ไหม ฮึก รู้ไหมว่าเรา ฮือ” น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดล้นทะลักออกมา ความโกรธกลายเป็นความน้อยใจ เมื่อใคร ๆ ต่างผลักไสเธอให้ผู้ชายคนอื่น  

(“แกคิดว่าพระรองแสนดีอย่างท็อปจะทำอะไรแกจริง ๆ เหรอ ถ้าเขาคิดจะปล้ำคงไม่รอให้แกข่มเหงรังแกหัวใจอันอ่อนโยนมานานเป็นสิบปีหรอกย่ะ”)

“แต่เมื่อคืนเราเมามากนะ”

ธนาถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของเพื่อนสนิท ชายใจสาวเริ่มรู้สึกผิดที่ใช้วิธีรวบรัดเช่นนี้กับการจับคู่ให้เพื่อน ทว่าเธอไม่ต้องการปล่อยเวลาให้เลยผ่านไปนานกว่านี้ เพราะเวลาที่เภตราเสียไปกับผู้ชายชื่อติณณ์ มันมากมายเกินควรแล้ว

พวกเขาทุกคนต่างรักและหวังดีกับเภตราถึงได้ร่วมมือกันทำเรื่องนี้ขึ้นมา แม้มันอาจดูทำร้ายจิตใจของหญิงสาว หากรอคอยให้เภตราตัดสินใจเองหรือตัดใจจากติณณ์ได้ ทุกคนคิดตรงกันว่าคงอีกนานแสนนานจนไม่อาจกำหนดเวลาได้

(“นี่แกฟังฉันนะเม ฉันและทุกคนรักแก ห่วงแก ไม่อยากให้แกจมอยู่กับผู้ชายเห้ ๆ คนเดียวไปตลอดชีวิต ขอร้องล่ะช่วยรับความหวังดีจากฉันและทุก ๆ คนด้วยเถอะ อย่างน้อยก็ 6 เดือนต่อจากนี้หากท็อปตกลงยอมแต่งงานกับแกตามคำขอร้อง ฉันอยากให้แกเปิดหัวใจของตัวเองออก แง้มมันสักนิดเพื่อตัวเอง แกไม่ต้องรีบปฏิเสธหัวใจของท็อปและฉันก็ไม่ได้ขอให้แกรักเขา ฉันขอให้แกมองเขาอย่างที่มองผู้ชายคนหนึ่งไม่ใช่เสาไฟหรือต้นไม้อย่างที่แกเคยทำ”)

“แต่ว่า” แต่ว่าอะไร หัวใจดวงน้อยยังตีบตันคิดไม่ออก หรือมันจะจริงดั่งคำพูดของธนาที่เคยปรามาสว่าเธอปิดกั้นหัวใจของณภัทรเพียงเพราะว่าอีกฝ่ายแอบรักมานาน ไม่แน่ใจในตัวเองว่าทำไมเธอถึงไม่เคยให้โอกาสเขา นั่นเป็นคำถามที่เภตราเองยังตอบไม่ได้เช่นกัน ทำไมนะ ทำไมหัวใจของเธอถึงเพิกเฉยต่อหัวใจอ่อนโยนที่ส่งมอบแต่ความรักมาให้เช่นนั้น

(“เก็บไปคิดดี ๆ ถ้าท็อปตกลงยอมแต่งงานกับแกตามคำขอ เวลาตั้งหกเดือนเลยนะที่แกจะต้องอยู่ใกล้เขา ลองเปิดหัวใจของตัวเองดู มองเขาในฐานะผู้ชายธรรมดาเหมือนที่แกมองผู้ชายคนอื่น ๆ เผื่อว่าหัวใจของแกจะเจอสิ่งที่ซ่อนเอาไว้”)

สายของธนาตัดไปแล้วทว่าคำพูดเชิงต่อว่าที่เหมือนแนะนำเหล่านั้นยังคงดังก้องในหัวใจของเธออยู่ หรือเธอควรจะเปิดใจคุยกับชายหนุ่มถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น บางทีเขาอาจไม่ได้ทำอะไรเธออย่างที่ธนาแย้งเสียงหลงก็ได้

เภตราถอนหายใจเกือบสิบรอบก่อนจะพาร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเข้าไปชำระล้างร่างกายและหัวใจที่กำลังสับสนให้ผ่องใสขึ้น คำถามที่เพื่อนถามเธอเองยังสับสนและไม่สามารถหาคำตอบได้เช่นกัน

ทำไมเธอถึงปิดกั้นความรู้สึกของณภัทร ทำไมนะ…

เกือบครึ่งชั่วโมงที่ณภัทรปล่อยให้เภตราได้ตั้งสติและคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ ชายหนุ่มเตรียมอาหารให้หญิงสาวจนเสร็จ จึงตัดสินใจเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งแล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังอาบน้ำอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งซุกซ่อนความรู้สึกข้างในเอาไว้ หลังจากที่เมื่อตอนเช้าที่เข้ามาในห้องแล้วพบคนไม่สร่างเมายืนเปลือยกายร้องไห้คิดว่าปล้ำเขา มันทำให้เขาตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งเพื่อให้หัวใจแอบรักที่เจ็บปวดมานานแสนนานได้สัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความสุขเสียที

ชายหนุ่มเก็บกวาดเสื้อผ้าของเภตราที่เกลื่อนกลาดขึ้นมาพับใส่ตะกร้าเพื่อเตรียมนำไปซักก่อนจะเลือกเสื้อผ้าของตัวเองที่คิดว่า ‘ขนาด’ พอดีตัวกับคนตัวเล็กที่อาบน้ำไปร้องเพลงไปอยู่ตอนนี้ ณภัทรเก็บเสื้อผ้าของเภตราออกมาซักตากให้หญิงสาวจนเสร็จเรียบร้อย จึงกลับไปอุ่นอาหารเช้าให้ร้อนเพื่อรอคนตัวบางอีกครั้ง

ไม่นานร่างเล็กในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นของเขาที่กลายเป็นกางเกงขาสามส่วนของเธอก็เดินหน้าบึ้งออกมาเงียบ ๆ หญิงสาวเดินตรงไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อรอทานอาหารเช้า ณภัทรคลี่ยิ้มบาง ๆ เมื่อจับได้ว่าคนตัวเล็กคงหิวเพราะนี่ก็เกือบเที่ยงกว่าเธอจะอาบน้ำแต่งตัวออกมาได้

“ข้าวต้มปลาที่เมชอบ”

ชายหนุ่มวางชามข้าวต้มหอมกรุ่นลงบนโต๊ะ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าบึ้งตึงรับชามข้าวต้มไปตั้งหน้าตั้งตาทานจนต้องระบายยิ้มบาง

“ท็อปไม่ทานเหรอ” คนตั้งหน้าตั้งตาทานเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่ข้าวเต็มปากจนข้าวต้มเลอะมุมปาก ณภัทรส่ายหน้าปฏิเสธเพราะเขาทำอาหารให้เธอตั้งแต่เช้าจึงแอบทานอะไรรองท้องไปพอสมควร

“เมทานเถอะเราอิ่มแล้ว” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดคราบน้ำซุปจากข้าวต้มให้คนตัวเล็กเบา ๆ

“ค่อย ๆ ทานนะ” ทว่าคนถูกเช็ดปากกลับนั่งตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้น ตื่นใจกับการเอาใจแบบรุกฆาตของเพื่อนสนิทที่ร้อยวันพันปีไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวเธอเช่นนี้ ยิ่งได้รับรอยยิ้มมีเลศนัยที่เขาส่งมาหัวใจดวงน้อยที่กำลังสับสนยิ่งเต้นรัวจนแทบระเบิด หรือว่าเพราะเรื่องเมื่อคืนเช้านี้ณภัทรถึงได้เปลี่ยนไป!

“เอ่อ ขะ ขอบใจนะ” เภตราละล่ำลำลักขอบใจก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้าที่อีกฝ่ายใช้เช็ดปากให้มาถือไว้ในมือ ใบหน้าอ่อนหวานเริ่มร้อนผ่าวกับสายตาที่มีบางสิ่งแฝงเอาไว้อย่างไม่ปิดบัง บางสิ่งที่เรียกว่า…เจ้าของ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป