บทที่ 7 บทที่ 3 คำตอบที่ไม่คาดฝัน 100%
“เอ่อ ขะ ขอบใจนะ” เภตราละล่ำลำลักขอบใจก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้าที่อีกฝ่ายใช้เช็ดปากให้มาถือไว้ในมือ ใบหน้าอ่อนหวานเริ่มร้อนผ่าวกับสายตาที่มีบางสิ่งแฝงเอาไว้อย่างไม่ปิดบัง บางสิ่งที่เรียกว่า…เจ้าของ!
“เมทานข้าวต้มไปนะ เดี๋ยวเราขอตัวไปโทรหาแม่สักครู่” ณภัทรกล่าว ก่อนจะเดินหายออกไปริมระเบียง ทิ้งให้คนกำลังสับสนว้าวุ่นหัวใจต้องผ่อนลมหายใจออกมาเสียงดัง
“เฮ้อ เกือบหัวใจวาย ทำไมรุกเร็วจัง”
คนไม่เข้าใจเหตุการณ์พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไร้ประโยชน์ สมองน้อย ๆ ที่เพื่อนเรียกว่า ปลาทองของเธอช่างไร้ความสามารถในการคิดอะไรลึกลับซับซ้อนโดยเฉพาะเรื่องของณภัทร!
ชายหนุ่มเป็นเพื่อนที่เธอคบหา ไม่สิ ต้องพูดว่าเป็นเพื่อนที่เธอใช้งานในบางครั้งมากกว่า เพราะเธอไม่เคยใช้เวลาใกล้ชิดกับอีกฝ่าย รวมไปถึงไม่เคยพบปะพูดคุย หรือนัดเจอกันตามลำพังนานเกินสองชั่วโมงเลยสักครั้ง เมื่อคืนถึงเป็นครั้งแรกที่เธอและเขาอยู่ด้วยกันตามลำพังโดยไร้ธนาหรือทศพล เธอจึงเริ่มวิตกและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะรับรู้ว่าทั้งหมดเป็นแผนการที่เกิดจากการร่วมมือของหลาย ๆ คนแต่หัวใจของเธอยังสับสนกับความรู้สึก…ของตัวเองมากมายเกินกว่าจะคิดอะไรออกมาได้
เภตรานั่งหน้ามุ่ยพร้อมตักข้าวต้มเข้าปากจนหมดชาม คนกำลังคิดอะไรในหัวถึงได้รู้ว่าตัวเองทานอาหารเช้าหมดเกลี้ยงไปตั้งนานแล้วที่เหลือตักลมเข้าปากอย่างไม่รู้ตัว
ณภัทรวางสายจากมารดาเมื่อพูดคุย ‘เรื่องสำคัญ’ ที่ชายหนุ่มต้องแจ้งเสร็จจึงเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร
“เมทานเสร็จหรือยังครับ”
ร่างบางกลืนน้ำลายลงคอกับรอยยิ้มแปลก ๆ ของผู้ชายตรงหน้า เธอคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มแฝงความนัยที่อาจเป็นภัยต่อตัวเธอ
“อะ อืมเรียบร้อยแล้วล่ะ”
ร่างสูงที่ใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกง คลี่ยิ้มสดใสส่งให้ ก่อนจะเดินตรงมานั่งที่เก้าอี้ข้างกายเภตราแทนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สายคู่คมจับจ้องดวงหน้าของสตรีที่อยู่ในหัวใจด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย บางครั้งเขาก็ขี้ขลาดกับสิ่งที่กำลังจะทำ ทว่าความทุกข์ทรมานจากการแอบรักก็สั่งให้เขา ‘ทำ’ ทุกอย่างตามที่หัวใจส่วนลึกต้องการ และวันนี้เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองเภตราไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือว่า…หัวใจ
“เม” เภตราช้อนสายตาขึ้นมองคนที่เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงวิตกแปลกหู ก่อนจะย่นคิ้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจก่อนจะเงยหน้าจ้องตาตอบ
“เราตกลงจะแต่งงานกับเม”
พรวด!
น้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปกระจายเต็มโต๊ะเพราะคนตกใจเผลอพ่นน้ำออกมา
“อะไรนะท็อป”
“เราตกลงแต่งงานกับเมตามที่เมขอ ที่สำคัญเราบอกแม่เรียบร้อยแล้วนะ” รอยยิ้มฉีกกว้างที่เกือบจะถึงใบหูของณภัทรกลายเป็นไม้หน้าสามที่กระแทกแสกกลางหน้าจนเภตราสมองอื้ออึงมึนงงกับการ ‘รุก’ ที่รวดเร็วจนตามไม่ทันของชายหนุ่ม หญิงสาวกระตุกยิ้มแห้ง ๆ ส่งไปอย่างเสียไม่ได้ ตอนนี้เธอไม่สามารถตอบอะไรณภัทรได้นอกจากส่งยิ้มจืดเจื่อนที่เต็มไปด้วยความตกใจให้อีกฝ่ายเท่านั้น
“เราพร้อมแต่งทันทีที่เมตั้งสติได้”
พะ พร้อมแต่งเลยเหรอ คำถามแรกที่เภตราคิดออก นี่เขาใจร้อนขนาดนี้เลย ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังดราม่าเรียกน้ำตาต่อว่าคำขอร้องเรื่องแต่งงานของเธออยู่เลยแถมยังปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนั้น ทำไมวันนี้ถึงใจเร็วด่วนได้แบบนี้ล่ะ
“ตะ แต่เมื่อวานท็อปปฏิเสธเราแล้วนะ”
ณภัทรคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้าแล้วเอ่ยตอบ “เราทบทวนแล้วทั้งคืน เรายินดีแต่งงานกับเมตามคำขอร้องแต่…”
เภตราเลิกคิ้วมองใบหน้าหล่อที่วันนี้ดูร้ายกว่าทุกครั้งแล้วบุ้ยปากเล็กน้อย
แต่…อะไร
“ตะ แต่อะไรเหรอ” ณภัทรกระตุกยิ้มมุมปากบาง ๆ ก่อนเอ่ยต่อด้วยอารมณ์ที่แตกต่างจากเมื่อวานลิบลับ “งานแต่งจะต้องจัดขึ้นอย่างถูกต้องตามประเพณีทุกอย่าง เมต้องจดทะเบียนสมรสกับเรา ที่สำคัญหลังจากแต่งงานต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ และต้องลาออกจากที่ทำงานเก่าแล้วเข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยของเราที่บริษัทด้วย”
ร่างบางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ริมฝีปากเล็กเผยอขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่หวานกะพริบปริบ ๆ จ้องคนยื่นข้อเสนอที่อุกอาจอย่างไม่คาดฝัน เวลาแค่คืนเดียวเปลี่ยนพระรองแสนดีให้กลายเป็นตัวร้ายมากเล่ห์ไปได้อย่างไร
“ถ้าเมตกลง เราจะจัดงานแต่งทันทีในอาทิตย์หน้า”
“อะ อาทิตย์หน้า”
“ใช่ อาทิตย์หน้าไม่ต้องกลัวเตรียมงานไม่ทัน เราสามารถบันดาลให้ทุกอย่างเสร็จได้ในสามวันถ้าเมต้องการ”
“อะ เอ่อ” เภตราอึกอักกับการจู่โจมไม่ให้ตั้งตัวของณภทัร สมองที่ทำงานไม่ค่อยมีประสิทธิภาพกำลังประมวลผลคำพูดและความหมายในสิ่งที่เพื่อนสนิทเอ่ย เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับเต้นตึกตัก เธอเผลอดีใจที่ชายหนุ่มตอบตกลงเรื่องแต่งงาน แต่ไม่มั่นใจว่าที่ดีใจเพราะได้มีคำตอบให้มารดาหรือว่าตัวเองรู้สึกจากหัวใจกันแน่
“เราให้เวลาเมคิดและปรึกษาเพื่อน ๆ ได้ทั้งวัน และพรุ่งนี้เช้าเราขอคำตอบด้วยนะเม เราจะได้สั่งให้คุณสิงข์เตรียมงานทันที”
ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มอบอุ่นทว่าแฝงเลศนัยมาให้บีบหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะแรงจนแทบระเบิด เภตราไม่รู้ว่าตัวเองจะตอบคำถามไหนก่อนและควรตอบเช่นไร ในเมื่อเขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดมากกว่าคำว่า เอ่อ เลยสักครั้ง หญิงสาวยังคงมึนงงกับการกระทำด่วนตัดสินใจที่ไม่คาดฝันของเพื่อนสนิทที่ทำตัวเป็นพระรองแสนดีมีแต่เงามาตลอดจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัว นี่เป็นเรื่องดีใช่ไหมที่ณภัทรตอบตกลงเรื่องแต่งงานหรือว่ามันเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยนอย่างเขารุกไล่เข้ามาประชิดหัวใจเธอแบบนี้!
ณภัทรจ้องมองดวงหน้าหวานเจื่อนสีที่มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด แล้วก้มหน้าหัวเราะ เธอมีอาการเหมือนที่ธนาและทศพลบอกจริง ๆ ด้วย
“ถ้าอยากให้แผนสำเร็จต้องจู่โจมด้วยคำพูดไม่ให้โพนี่สมองทึบอย่างไอ้เมตั้งตัว” ธนาจีบปากจีบคอกล่าวพลางยกขาขึ้นไขว่ห้าง แววตาชายใจสาวมุ่งมั่นและจริงจังกว่าครั้งไหน ๆ
“ถูกค่ะ หนึ่งจู่โจมด้วยคำพูด สองจู่โจมโดยใช้ผู้ใหญ่มาอ้าง หากคุณท็อปต้องการให้แผนสำเร็จต้องบอกไอ้เมไปว่าคุณบอกเรื่องแต่งงานกับครอบครัวไปแล้ว รับรองโพนี่สมองช้าระบบไม่พัฒนาต้องคิดอะไรไม่ทันแน่นอนค่ะ คนสวยคอนเฟิร์ม!” ทศพลยืนยันอีกเสียงเรื่องการจู่โจมแบบไม่ให้เภตราตั้งตัวเพราะรู้ดีว่าหากเกิดช่วงชุลมุนหรือมีเหตุการณ์คับขันที่ต้องใช้ไหวพริบ เภตราจะ ‘โง่’ ขึ้นมาและคิดตามไม่ทัน ที่สำคัญหญิงสาวอาจจะเผลอตอบตกลงแบบงง ๆ ออกมาด้วยซ้ำ
“เราไปอาบน้ำก่อนนะจะได้รีบไปส่งให้เมได้ ‘ปรึกษา’ เพื่อน”
ร่างสูงกลั้นยิ้มก่อนจะเดินเข้าห้องไปเพื่อไม่ให้ตัวเองระเบิดเสียงหัวเราะกับอาการ ‘โพนี่สมองช้าระบบไม่พัฒนา’ ดั่งคำจำกัดความของธนาและทศพล เขาเพิ่งรู้ว่าเภตราก็มีมุมน่ารักแบบนี้ ที่ผ่านมาเพราะระยะห่างที่หญิงสาวทิ้งไว้ทำให้เขาไม่สามารถใกล้ชิดเธอได้อย่างที่ต้องการ เภตราจะมาพบตนเมื่อเธอมีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องเงิน ครอบครัว การงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องความรัก แต่เขาไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสหรือเข้าใกล้เธอในระยะประชิดชนิดที่หัวใจเกือบได้สัมผัสกันอย่างเมื่อคืนเลย ชายหนุ่มลอบยิ้มกับความรู้สึกที่เรียกว่า ‘สุข’ ที่กระจายเต็มใบหน้า นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนอยู่บนโลกของเธอ และต่อไปนี้ในทุก ๆ วันผู้ชายคนนี้จะมีตัวตนและเป็นเจ้าของเภตราดั่งหัวใจปรารถนาเสียที
คล้อยหลังณภัทรหายลับเข้าไปในห้องนอนของเขา คนสมองช้าระบบไม่พัฒนาที่กำลังใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนักถึงบางอ้อเสียทีหลังจากหลงอยู่บางพลีนานหลายชั่วโมง หญิงเบิกตากว้าง ปากเล็กอ้าออกเมื่อทบทวนความหมายของสิ่งที่ ‘เพื่อนสนิท’ ทิ้งไว้ให้ก่อนไป ณภัทรในวันนี้ดูเจ้าเล่ห์และร้ายลึกจนเธอคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายไม่ออก เธอไม่เคยเห็นมุมตัวร้ายเช่นนี้มาก่อนมันจึงยากที่เธอจะเข้าใจการกระทำของเขาได้
“นี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่”
คำถามวนไปวนมาในหัวมีอยู่เพียงเท่านี้ เขาคิดจะทำอะไร เขาหมายความว่าอย่างไร และเขาเป็นอะไรไป ซึ่งล้วนเป็นคำถามที่ปราศจากคำตอบจากเจ้าตัว เภตราไม่เข้าใจสิ่งที่ณภัทรแสดงออกทั้งหมดแต่อย่างน้อยแววตายามชายหนุ่มทอดมองมามันอบอุ่น รักใคร่ ไม่ได้ปองร้ายหรือต้องการอะไรจากเธอ
“หรือบางทีเขาจะเพี้ยน?” แต่คนที่จะเพี้ยนควรเป็นเธอ?
คำถามที่อยากถามมากที่สุดในเช้าวันนี้กลับยังไม่ทันได้ขยับปากถามก็ถูกอีกฝ่ายจู่โจมด้วยคำถามที่ไม่ทันตั้งตัวจนหัวใจเกือบวาย
หรือบางทีเขาอาจร้ายกว่าที่แสดงออก…
ชายหนุ่มใช้เวลาสิบห้านาทีในการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปส่งเภตราที่ร้านเสื้อผ้าของน้ำทิพย์ หลังจากพูดคุยและตอบตกลงเรื่องแต่งงานกับเธอ หญิงสาวก็เอาแต่เงียบไม่ยอมซักถามหรือชวนคุยอะไรอีกเลย แม้เขาพยายามชวนคุยแต่เธอก็ถามคำตอบคำ ถามสองคำตอบสองคำจนคนถามเริ่มอ่อนใจ
“ขอบคุณที่มาส่งนะ” เภตราเอ่ยคำลาเพียงเล็กน้อยโดยไม่สบตาก่อนจะลนลานลงจากรถไป ชายหนุ่มมองเห็นธนาโบกมือทักทายอยู่ไกล ๆ แต่ไม่ทันได้ขยับปากเอ่ยทักทายกลับถูกสายตาพิฆาตของคนตัวเล็กของว่าที่ ‘ภรรยา’ ไล่ตะเพิดทางอ้อมจนต้องถอนหายใจแล้วขับเคลื่อนรถออกไปทันที
“อ้าว ยัยโพนี่” ธนาร้องทักทายพลางวิ่งถลาเข้ามาหาเพื่อนสาวเมื่อเห็นอีกฝ่ายลนลานลงจากรถของ ‘เพื่อนเขย’ มาด้วยอาการเจกตื่นไฟ สีหน้าบอกบุญไม่รับเต็มที แค่นี้เพื่อนชายใจสาวที่คบหากันมานานก็เดาออกตั้งแต่ต้นจนจบ ที่สำคัญเขานี่แหละรู้เห็นเป็นใจทุกอย่างเป็นอย่างดี
“สวัสดีค่ะคุณท็อป” ธนาเบนสายตาไปโบกมือทักทายเพื่อนเขยที่ถูกอกถูกใจตัวเองอีกครั้งเพื่อแกล้งเพื่อนรักที่กำลังมีสีหน้าเหมือนคนใกล้หมดประจำเดือน ชายใจสาวยกยิ้มมุมปากเมื่อถูกคนกำลังจะมีสามีแบบไม่เต็มใจกึ่งลากกึ่งจูงกลับเข้ามาในร้าน ชายใจสาวบุ้ยปากบ่นขมุบขมิบตามประสาเพื่อนที่เริ่มรำคาญเพื่อนสมองทึบ
“อะไรย่ะ ฉันทักทายว่าที่สามีแค่นี้หึงเหรอ” เภตราย่นจมูกก่อนจะยกมือยิกแขนธนาสุดแรงกับความมั่นไส้ที่เกิดจากการออกตัวแรงว่าเชียร์ณภัทรหมดหน้าตัก เธออยากจะทำมากกว่านี้อีกถ้าไม่ติดที่ว่าคนรวมวางแผนที่สามอยู่พร้อมหน้ากัน
“นี่อยู่พร้อมหน้ากันทั้งสามคนเลยเหรอ”
ธนา ทศพล และน้ำทิพย์ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมโบกมือทักทาย ‘เครื่องสังเวย’ ที่พร้อมใจใส่พานส่งไปถวายพระรองผู้แสนดีที่ถูกโพนี่ตังเมโยนทิ้งไปมาน่าเห็นใจ
“ไงย่ะยัยตังเมท็อปเขาเสร็จแกหรือยัง” ทศพลเป็นคนที่สองที่เอ่ยเย้า สีหน้าของเภตราเหมือนจดหมายรายงานความประพฤติแบบละเอียดที่ถูกส่งตรงมาให้เพื่อนรับรู้ทุกอย่าง เมื่อคืนนี้หลังจากธนาสั่งคอกเทลสูตรพิเศษให้เภตรากระดกรวดเดียวหมดแล้วใส่พานถวายตัวให้ณภัทร ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามแผน
ความจริงทุกคนอยากให้ชายหนุ่มรวบหัวรวบหางเภตราเสียตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ทุกคนพอเข้าใจและรู้ว่าผู้ชายอบอุ่นสุภาพแสนดีที่รักยัยโพนี่ยิ่งกว่าสิ่งใดอย่างณภัทรคงไม่กล้าแตะต้องเพื่อนสมองทึบของพวกเขาแน่นอน และก็จริงดั่งที่คาด ว่าที่เพื่อนเขยไม่ได้ลวงเกินเภตราตามแผนแต่คนที่คิดว่าตัวเองควรถูกล่วงเกินกลับจินตนาการไปว่าตัวเองไปล่วงเกินคนอื่นแทน
ทศพลจึงได้แต่ลอบถอนหายใจแล้วบ่นพึมพำกับความเพี้ยนในความคิดของเพื่อนรุ่นน้อง ‘เฮ้อ นี่แหละน่ายัยโพนี่ตังเม’
“เจ๊!” เภตราร้องเรียกเพื่อนรุ่นพี่ใจสาวคอแทบแตกกับคำทักทายที่ทำให้ใบหน้าอ่อนหวานร้อนผ่าวราวกับไฟลน
“อะไรย่ะ ร้องซะเสียงดังหรือว่าแกปล้ำเขาจริง ๆ ห๊ะ”
เภตราเบ้ปากแล้วเดินกระแทกเท้าปึงปังไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟากลางร้านด้วย ธนายักคิ้วส่งสัญญาณให้น้ำทิพย์ทำตามแผนที่ร่วมมือกันวางเอาไว้เพราะรู้ดีว่าในบรรดาสามคน เภตราเคารพและเชื่อฟังน้ำทิพย์มากที่สุด ทุกคนจึงลงความเห็นน้ำทิพย์เป็นคนไปเป่าหูเภตราคนแรก
“น้องเมไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยว่าเมื่อคืนเราเกิดปล้ำ เอ้ย เกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง” เภตราเม้มปากเป็นเส้นตรง คิ้วสวยกระตุกเล็กน้อยเมื่อต้องตอบคำถามที่ยากเหลือเกิน แต่สีหน้าและแววตาของพี่สาวคนสนิทดูห่วงใยทำให้คนไม่เคยโกหกและไม่คิดมีเรื่องปิดยังอย่างเธอต้องตอบทุกอย่างออกไป
“เมื่อคืนหนูคิดว่าหนูปล้ำท็อป!”
