บทที่ 1 Ep.1

ตรีศูล เอกโยธินเจ้าของบริษัทตัวแทนนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อดังขวัญใจสาว ๆ ถูกทุกคนจับตามองอยู่ในขณะนี้เพราะหัวใจของเขาว่างลงอีกครั้งหลังจากเลิกงกับอดีตคนรักที่เพิ่งแต่งงานไปกับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ สร้างความกังขาให้กับเหยี่ยวข่าวและกระจอกข่าวทั้งวงการ ว่าเหตุใด จันทร์เจ้าจึงเป็นฝ่ายขอเลิกกับผู้บริหารหนุ่มของเอกโยธินและตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับต้นสาย ชายหนุ่มที่เทียบกับตรีศูลแล้วเป็นรองนักธุรกิจคนดังของเอกโยธินอยู่หลายขุม

ตรีสูรเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงล่ำสันและมีใบหน้าคมคาย บุคลิกของเขาดึงดูดทุกสายตาให้หันมาสนใจและหากเป็นสาวสวยที่มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองด้วยแล้ว พวกหล่อนพร้อมจะลงสนามเพื่อแย่งชิงหัวใจของเขามาครอบครองให้ได้อย่างไม่ลังเล ริมฝีปากหนาได้รูปบวกกับแววตาเปิดเผยทำให้ตรีศูลดูมีเสน่ห์ชวนรุ่มหลง เย้ายวนจนผู้หญิงหลายคนใจสั่น แค่เพียงได้สบตากรุ้มกริ่มมีชั้นเชิงนี้ก็ราวกับต้องมนต์สะกดให้เคลิบเคลิ้มจนเก็บกลับไปละเมอเพ้อฝันถึงกันเลยทีเดียวแม้แต่ผู้ชายด้วยกันก็อดจะอิจฉานักธุรกิจหนุ่มไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาสะดุดตาสาว ๆ แต่เพราะบุคลิกมาดมั่นต่างหากที่ทำให้น้อยคนนักที่จะกล้าลองดีกับผู้ชายคนนี้

เสียงเพลงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือข้างกายดังขึ้นรบกวนสมาธิของชายหนุ่มที่กำลังมุ่งมั่นอยู่กับเอกสารกองโตตรงหน้า ให้หันมาสนใจอุปกรณ์สื่อสารที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะ เสียงเพลงที่ตั้งเป็นสายเรียกเข้าเฉพาะสำหรับคนสำคัญอย่าง จันทร์เจ้า กิติลัดดา อดีตคนรักสาวที่เพิ่งแต่งงานไปกับ ต้นสาย หิรัญเดชา นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเศษที่สามารถเอาชนะใจอดีตคนรักของเขาได้ และคว้าตัวเธอไปเป็นคู่ครองได้สำเร็จด้วยการใช้ความจริงใจเอาชนะใจเธอ เขายอมรับว่าต้นสายเอาใจใส่ในตัวจันทร์เจ้ามากกว่าเขาที่แทบจะไม่มีเวลาให้หญิงสาวเลย เพราะยุ่งอยู่แต่กับการทำงานอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งอดีตคนรักตัดสินใจหันหลังให้และเลือกชายหนุ่มอีกคนที่มีเวลาให้เธอได้มากกว่าเขา

            “ว่ายังไงครับเจ้าขาคนสวย ทำไมวันนี้ถึงว่างโทร.หาตรีได้เอ่ย” เขาเอ่ยถามเย้าปลายสายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            “เจ้าขาโทร.มากวนหรือเปล่าคะ ยุ่งอยู่ไหมเอ่ย” หล่อนถามไถ่อย่างเกรงใจด้วยน้ำเสียงหวานเหมือนเคย

            “ไม่ยุ่งหรอกครับ เจ้าขาก็รู้ว่าผมว่างเสมอสำหรับคุณ” ชายหนุ่มตอบเสียงนุ่ม พลางขยับตัวอยู่ในท่วงท่าสบาย

            “ตรีทำให้เจ้าขาระอายใจ...” หล่อนตอบแผ่วเบา รู้สึกผิดต่ออดีตคนรักที่ยังคงอ่อนโยนเช่นเดิมแม้ว่าหล่อนจะเป็นฝ่ายผิดที่ตัดความสัมพันธ์และแยกทางจากเขามาโดยที่เขาไม่มีความผิดใด ๆ

            “โธ่...เจ้าขา อย่าบอกนะว่าที่โทร.หาผมวันนี้เพราะคุณยังรู้สึกผิดอยู่” เขาถามเสียงใสทว่าใบหน้าเคร่งขรึม เขาพยายามทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายสบายใจ แม้ลึก ๆ ใจเขายังปวดร้าวกับความรักที่มอบให้หล่อนซึ่งมันยังไม่จืดจางหรือเปลี่ยนไปตามวันเวลาที่ล่วงผ่านแม้แต่น้อย

            “คุณคะ ดิฉันบอกว่าเข้าไปไม่ได้ไงคะ อุ๊ย!”

ประตูถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต บานไม้แผ่นหนักกระแทรกเข้ากับผนังปูนด้านหลังจนเกินเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงเอะอะโวยวายของเลขาฯ คนสวยที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้าขวางหญิงสาวหุ่นปราดเปรียว หล่อนแต่งตัวได้เปรี้ยวจี๊ดจับใจและหล่อนกล้ามากที่บุกรุกเข้ามาในห้องของเขาแบบนี้

            “ขอโทษค่ะคุณตรี คือ...”

            ปั้ง! เลขาฯ คนสวยยังไม่ทันพูดจบก็ต้องสะดุ้งสุดตัวตกใจกับเสียงตบโต๊ะดังปังใหญ่ของหญิงสาวผู้บุกรุก

            “เกิดอะไรขึ้นคะตรี เจ้าขาได้ยินเสียงคุณสุรีย์โวยวายเอ็ดเชียว แล้วนั่นเสียงอะไรคะ” จันทร์เจ้าถาม

            “จำไว้เลยนะคุณตรีศูล คนอย่างฉัน ภาพตะวัน เสถียรพงศา ไม่สิ้นคิดถึงขนาดจะยอมถูกคลุมถุงชนง่าย ๆ อย่างนี้แน่ ถ้าคุณพอจะมีสมองเหลืออยู่บ้างล่ะก็ กลับไปบอกให้แม่คุณเลิกคิดที่จะเกี่ยวดองกับตระกูลของฉันได้แล้ว”

ตรีศูลเพ่งสายดุมองใบหน้าซึ่งแต่งแต้มสีสันไว้อย่างบรรจงของหล่อน แม้จะดูเปรี้ยวจี๊ดแต่ก็งดงามน่ามองไม่มีที่ติ ถ้าไม่ติดตรงความไร้มารยาทของหล่อนละก็ เขายอมรับว่าคงตกตะลึงในความงดงามนี้มากกว่าจะหงุดหงิดและรำคาญใจอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้แน่

            “เจ้าขาจ๊ะ เอาไว้ผมจะโทร.กลับไปหานะ”

เขายังคงกล่าวกับปลายสายด้วยสุ่มเสียงเสนาะหูแม้ใบหน้าติดจะบึ้งตึงขณะส่งสายตาตำหนิประสานสายตาเกรี้ยวกราดของหญิงสาวตรงหน้านิ่ง ๆ กระทั่งวางสายจันทร์เจ้าพร้อมวางโทรศัพท์ในมือลงบนโต๊ะทำงานเบา ๆ และเหยียดตัวลุกขึ้นยืนในระดับเดียวกับหล่อน

            “ดิฉันพยายามห้ามคุณคนนี้เธอแล้ว แต่เธอไม่ยอมฟังเลยค่ะคุณตรี” สุรีย์รีบละล่ำละลักแก้ตัวกับเจ้านายด้วยน้ำเสียงร้อนใจ สีหน้าของตรีสูรสร้างความหวั่นวิตกให้เลขาฯ สาว หล่อนอดจะที่จะขยาดแทนผู้มาเยือนไม่ได้

            “คุณออกไปก่อน เดี๋ยวผมจัดการกับผู้หญิงไร้มารยาทคนนี้เอง” เขาออกคำสั่งกับเลขาฯ ด้วยน้ำเสียงเครียดเคร่ง

            “ถึงฉันจะไร้มารยาท แต่ก็ไม่ไร้สมองถึงขนาดยอมให้พ่อแม่บังคับจูงจมูกได้อย่างกับไม่ใช่คนเหมือนใครบางคนหรอกนะ” ภาพตะวันเชิดหน้าขึ้นพลางสบตาคมอย่างไม่หวั่นเกรง

ในขณะที่เลขาฯ สาวได้แต่อ้าปากหวอเมื่อได้ยินคำพูดที่หล่อนใช้ต่อปากต่อคำกับเจ้านาย แต่พอตรีศูลส่งสายตาพิฆาตมาเท่านั้น ริมฝีปากที่อ้าอยู่ก็หุบฉับทั้งยังรีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวกลับออกไปในทันที

บทถัดไป