บทที่ 3 Ep.3

“คุณออกไปก่อนและคราวนี้ถ้ามีใครเข้ามาในห้องผมได้อีกทีละก็ คุณคงรู้นะว่าจะเป็นยังไง”

“เพราะนายคนเดียว บ้าที่สุด หมดกัน ชื่อเสียงของฉันป่นปี้หมดแล้วคราวนี้” ภาพตะวันแทบจะร้องไห้หลังหายจากอาการตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง

“ช่วยไม่ได้ คุณมันรนหาที่เอง”

ตรีศูลยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด ทั้งที่ในใจของเขากำลังว้าวุ่นหาทางหนีทีไล่ซึ่งแน่ใจได้เลยว่าคราวนี้ชีวิตโสดของเขาสะเทือนแน่ มารดาต้องใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างบังคับให้เขาแต่งงานกับยัยมะนาวเรียกพี่คนนี้แน่นอน หลังจากเมื่อสองเดือนก่อนท่านเคยเกริ่นเรื่องจะให้เขาหมั้นหมายกับบุตรสาวเพื่อนสนิทของบิดาแต่ถูกเขาปฏิเสธเสียงแข็งมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เพราะความห่วงของท่านที่ทราบว่าเขาเพิ่งอกหักจากจันทร์เจ้าทำให้มารดาไม่ล้มเลิกความพยายามกระทั่งผู้หญิงเปรี้ยวตรงหน้าเข้ามาโวยวายกับเขาถึงที่ทำงานอยู่อย่างนี้จนเป็นต้นเหตุให้เหตุการณ์บานปลาย

แต่เอ๊ะ...นักข่าวพวกนั้นรู้ได้ยังไงกัน?

“นี่เธอเป็นคนวางแผนพวกนี้ใช่ไหมฮะ” ตรีศูลหันมาตวาดเสียงเขียวใส่หญิงสาวด้วยความโมโห

“จะบ้าหรือไง ฉันจะทำอย่างนั้นทำไมไม่ทราบฮะ” ภาพตะวันที่ยังทำใจยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดไม่ได้เริ่มมีอารมณ์โมโหเช่นกันเมื่อต้องถูกคนนิสัยเสียตวาดใส่เสียงดังลั่นซะขนาดนั้น

“ก็ทำเพื่อจับผมนะสิ ปากก็พูดว่าไม่อยากถูกจับคลุมถุงชนที่แท้ก็อยากมีผัวจนตัวสั่นถึงมาอ่อยผมถึงที่ทำงาน ซ้ำยังเอาพวกนักข่าวนั่นมาแบล็คเมล์ผมด้วยใช่ไหมฮะ”

“ต๊าย คิดได้นะยะ ไม่ทราบว่านายเอาสมองส่วนไหนคิดฮะ คนอย่างฉันนี่นะจะสิ้นคิดทำเรื่องอัปยศแบบนี้ แล้วผู้ชายหน้าตาอย่างกับเต้าหู้ยี้โดนเหยียบอย่างนายนี่นะที่ฉันอยากจะจับ โอ๊ย ฉันอยากจะอ๊วก แค่คิดก็สยดสยองแล้ว นายทำฉันขนลุกขนพองหมดแล้วเห็นไหม” ภาพตะวันเบ้หน้าพร้อมกับยื่นท่อนแขนทั้งสองโชว์ให้ชายหนุ่มดูขนอ่อนบนต้นแขนของหล่อนที่กำลังลุกชันหลังฟังประโยคของเขา

“ถ้าหน้าอย่างผมเหมือนเต้าหู้ยี้ ไอ้หน้าหลากสีของคุณมันก็เหมือนไข่เยี่ยวม้าโดนบีบเละนั่นแหละ ยัยมะนาวเอ๊ย และถ้าไม่ใช่คุณทำแล้วพวกนักข่าวนั่นจะรู้ได้ยังไงแล้วทำไมถึงมาถูกจังหวะเหมาะกับที่คุณมาพอดีฮะ ลองอธิบายมาซิ” ตรีศูลถามเสียงหยัน

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า ฮึ...แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่คิดจะจับนายหรอก กลัวคัน” ภาพตะวันทำหน้าแขยงพลางถูแขนตัวเองราวกับไปถูกหมามุ้ยมาอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว

“กลัวคันหรือกลัวอดใจไม่ไหวกันแน่ อย่างผมน่ะเขาเรียกน่ากินไปทั้งตัว ทูนหัว” ตรีศูลยักคิ้วพลางเอ่ยกระเซ้าหญิงสาวเล่น หลังจากผ่านเรื่องชวนปวดหัวมาแล้ว เขาก็เริ่มสนุกกับการต่อปากต่อคำกับคนตรงหน้า

“แหวะ...เน่าอย่างนายนี่นะน่ากิน น่าหย่อนลงชักโคกแล้วกดทิ้งนะไม่ว่า” ภาพตะวันแบะปากใส่

“มากไปคุณ ผมคนนะไม่ใช่ขี้” ตรีศูลส่งตาค้อนใส่หญิงสาว

“อ้าวไม่ใช่หรอกเหรอ เห็นว่าหน้าเหมือนก็นึกว่าใช่”

“สรุปว่าที่คุณคลั่งจนกล้าบุกมาป่วนผมถึงที่ทำงานนี่เพราะอยากจะจับผมหรือไม่อยากถูกจับคลุมถุงชนกันแน่ฮะยัยมะนาวดองค้างปี”

“ไอ้คนปากเสีย...สวย ๆ เซ็กซี่อย่างฉันนี่นะจะอยากจับนาย อย่าแม้แต่จะคิดแล้วที่ฉันต้องเสียเวลามาถึงนี่ก็เพราะจะมาบอกนายให้กลับไปบอกแม่นายด้วยว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ให้ตายกันไปข้างฉันก็ไม่เอาเง้าบัวอาหารปลาอย่างนายมาทำพันธ์หรอกย่ะ”

“งั้นก็เป็นบุญของผมที่เราใจตรงกัน ผมเองก็ไม่มีวันยอมตกลงไปอยู่ในอเวจีของคุณหรอก ผู้หญิงอะไรเสน่ห์ก็ไม่มี จูบหรือก็ยังไม่เป็นสัปปะรดขืนต้องมาร่วมหอลงโลงด้วยมีหวังได้ลงแค่โลงไม่ต้องร่วมมันหรอกหอน่ะ แค่คิดก็สยองแล้ว” ตรีศูลทำท่าขนลุกขนพองพร้อมกับประกาศเจตนารมณ์ของตนเองชัดเจนเช่นกัน

“ไอ้เง้าบัว ไอ้คนปากหมา” เธอพึมพำด่าเขาเบา ๆ พร้อมกับพยายามข่มความหงุดหงิดของตนเองสุดความสามารถก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์ก่อนจะกล่าวกับเขาในที่สุด

“ก็ดี เป็นอันว่าเรามีความคิดเห็นที่ตรงกัน นายก็กลับไปบอกแม่นาย ส่วนฉันจะจัดการเรื่องทางฝ่ายฉันเอง”

“ก็ดี...”

ตรีศูลยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ แม้ร่างเพรียวตรงหน้าจะหมุนตัวสะบัดหน้าก้าวฉับ ๆ กลับไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้ตอนมาแต่ยัยมะนาวฤทธิ์เยอะยังไม่วายทิ้งทวนด้วยการกระแทกประตูห้องปิดซะดังจนเลขาฯของเขาสะดุ้งโหยง ถึงจะโมโหแต่เขาก็อดยิ้มขันความเจ้าอารมณ์คล้ายเด็ก ๆ ของหญิงสาวไม่ได้

ผลการแข่งขัน เอ๊ย ผลการต่อล้อต่อเถียงระหว่างสองหนุ่มสาวจบลงที่ภาพตะวันเป็นฝ่ายยอมล่าถอยกลับไปก่อน ส่วนตรีสูร เมื่อหล่อนลับสายตาเขาก็พร้อมจะลืมเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดทันทีเพราะงานจำนวนมาที่รอให้สะสางตามวิสัยรักงานเหนือสิ่งอื่นใดของเขาที่เป็นชนวนเหตุให้เสียจันทร์เจ้าให้แก่นักธุรกิจรุ่นพี่อย่างต้นสาย หิรัญเดชา แต่คนอย่างตรีศูลก็สามารถหักห้ามใจให้ลืมความผิดหวังจากจันทร์เจ้าได้ด้วยการทำงานให้มากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

คฤหาสน์เอกโยธิน 7.30 น.

“ตายแล้วลูกชายฉัน ดูมันทำสิคะคุณพี่ ปากมันก็ปฏิเสธว่าจะไม่แต่งงานกับลูกสาวคุณเพียงใจแล้วนี่อะไรลากเขาเข้าไปจูบถึงในห้องทำงานมิหนำซ้ำยังมีนักข่าวเก็บภาพมาขึ้นโชว์หลาบนหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงอย่างนี้ดูสิคะคุณพี่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป