บทที่ 5 Ep.5

“ดูทำหน้าเข้าสิคุณ ตกลงนี่คุณเพียงเขาชวนคุณไปกินข้าวที่บ้านหรือชวนคุณไปกินยาขมกันแน่ หน้าตาถึงได้ดูไม่สบายใจเอาเสียเลยฮะ”

คุณสุริยนสั่นศีรษะเบา ๆ พร้อมกับถอนหายใจหนักอก นี่ถ้าท่านและภรรยาไม่คิดอยากจะจับคู่ให้บุตรชายกับลูกสาวเพื่อนสนิทของครอบครัวแล้วล่ะก็ เรื่องราวคงไม่น่าเวียนหัวขนาดนี้ นี่แหละนะเขาถึงว่าอย่าข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้าเพราะเวลามันดื้อ มันดื้อด้านได้สุดฤทธิ์เลยทีเดียว

“เราคิดผิดหรือเปล่าค่ะคุณที่จะบังคับให้ตาตรีแต่งงานกับหนูตะวัน” คุณตรีชฏาหันมาถามความเห็นของสามี

“ไม่ผิดหรอกคุณดา เด็กสองคนนี่เหมาะสมกันที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนิสัย ชาติตระกูล การศึกษา ผมว่าหนูตะวันเหมาะกับเจ้าตรีของเรามากกว่าแม่หนูเจ้าขานั่นซะอีก” คุณสุริยนเชื่อมั่นใจความคิดของท่านมาก

“แต่สเป็กเจ้าตรีกับบุคลิกหนูตะวันนี่มันแตกต่างกันมากจนดิฉันรู้สึกหวั่นใจยังไงไม่ทราบสิคะคุณพี่”

“สเป็กของผู้ชายกับผู้หญิงที่เหมาะจะเป็นคู่ชีวิตนะมักจะเป็นคนละคนกันเสมอนะคุณ ดูอย่างผมสิชอบผู้หญิงเปรี้ยวแต่พอเลือกเข้าจริง ๆ ผมก็เลือกสาวเรียบร้อยอย่างคุณมาเป็นแม่ของลูก มาเป็นคู่ชีวิต”

คุณสุริยนมั่นใจว่าบุตรชายของท่านไม่เหมาะกับแสงเย็นนวลตาอย่างจันทร์เจ้าแน่นอน ในเมื่อบุตรชายของท่านเป็นคนบ้างานขนาดนี้แล้วต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงเรียบร้อยจืดเกินไปแบบนั้น มีหวังแต่งงานกันได้พักเดียว บุตรชายของท่านก็จะลืมภรรยาและหันกลับไปทุ่มเทให้กับงานอย่างบ้าคลั่ง และถึงตอนนั้นปัญหาครอบครัวของทั้งคู่ก็จะต้องเกิดตามมาอย่างแน่นอน โชคดีที่หญิงสาวชิงแต่งงานไปกับต้นสายซะก่อน ต่างกับภาพตะวันเพราะแค่เพียงทั้งคู่ได้พบกันครั้งแรกก็เหมือนมีแรงดึงดูดทั้งคู่เข้าหากันซะจนขึ้นหน้าหนึ่งขนาดนี้ ท่านจึงมั่นใจว่าภาพตะวันจะดึงตรีสูรให้ห่างจากงานมาสนใจหญิงสาวได้ไม่ยาก

“แต่ดิฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละค่ะ” คุณตรีชฏาระบายลมหายใจหนักอกอีกครั้ง

“เอาเถอะคุณ ผมเชื่อว่าคนเราลองได้เป็นคู่กันแล้วมันไม่มีทางจะแคล้วกันไปได้หรอกนะ เจ้าตรีมันหนีหนูตะวันแทบเป็นแทบตายแต่สุดท้าย สาวเจ้าก็วิ่งเข้าไปชนมันเองถึงที่ อย่างนี้มันต้องเป็นพรหมลิขิตแน่นอน” คุณสุริยนกล่าวกับภรรยาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ร่างสูงสง่าในชุดสูทหรูราคาแพงที่ก้าวเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับเพื่อนนักธุรกิจหลายรายกำลังเป็นจุดสนใจของลูกค้าแทบจะทุกคนที่ใช้บริการห้องอาหารอยู่โดยเฉพาะสายตาสาว ๆ รวมทั้งเธอด้วย แต่ต่างกันตรงที่เธอไม่ได้มองเขาอย่างชื่นชมแต่สายตาเธอตอนนี้คงแสดงออกชัดเจนถึงความหมั่นไส้และใบหน้าก็คงเผลอบ่งบอกอารมณ์จนเพื่อนที่มาด้วยรู้สึกได้

“เป็นอะไรไปตะวัน ท่าทางเหมือนกำลังหมั่นไส้ใครอยู่อย่างนั้นแหละ” ทิพย์ลดาอมยิ้มมองหน้าเพื่อนสาว

“ก็หมอนั่นนะสิ ไม่รู้ทำไมต้องมากินข้าวร้านเดียวกับเราด้วยก็ไม่รู้ เสียบรรยากาศหมด” ภาพตะวันพยักพเยิดไปทางต้นเหตุที่ทำให้เธอหมดอารมณ์รับประทานอาหาร

“คุณตรีศูล...ว่าที่เจ้าบ่าวของแกนะเหรอ” ทิพย์ลดายกคิ้ว

“ไม่ตลกเลยนะไอ้ทิพย์ ฉันยิ่งเครียด ๆ อยู่ด้วย ทำยังไงนะฉันถึงจะไม่ต้องแต่งงานกับหมอนี่” ภาพตะวันทำหน้าง้ำบ่นกระฟัดกระเฟียด

“จะทำอะไรได้ล่ะในเมื่อคุณอาทั้งสองจัดแจงเป็นธุระเตรียมงานทุกอย่างไว้หมดแล้วแบบนั้นน่ะ” ทิพย์ลดาสั่นศีรษะเบา ๆ พรางเหลือบตามองว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนอีกครั้ง ในสายตาของเธอภาพตะวันกับตรีศูลเหมาะกันราวกิ่งทองใบหยก เพื่อนของเธอก็สวยเสน่ห์แพรวพราว ผู้ชายหรือก็หล่อน่าหลงซะขนาดนั้น ทั้งสองคนคงเป็นคู่ที่หลาย ๆ คนอิจฉาถ้าหากทั้งคู่รักกันได้

“นั่นแหละคือปัญหา นี่ถ้าหมอนั่นไม่แกล้งจูบฉันและนักข่าวบ้าพวกนั้นไม่ทะเล่อทะล้าเข้ามาเห็นจนเป็นเรื่อง ฉันก็คงไม่ต้องซวยแบบนี้หรอก” ภาพตะวันบ่นโดยไม่ได้มองเลยว่าคู่กรณีที่เธอพูดถึงเดินเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังและได้ยินประโยคที่เธอกล่าวพอดี

“นั่นสิ ถ้าคุณไม่ทะเล่อทะล้าเข้าไปหาเรื่องผมถึงออฟฟิตพร้อมพวกนักข่าวที่คุณนัดแนะไว้ละก็ ผมก็คงไม่ต้องซวยไปกับคุณด้วยหรอก” ตรีศูลแกล้งหาเรื่องหญิงสาวหน้าตาเฉย เขาเห็นเธอตั้งแต่แรกแล้วและทันสังเกตด้วยว่าหญิงสาวมีสีหน้าอย่างไรเมื่อเห็นเขา และท่าทางของเธอก็ดึงดูดให้เขาอยากแกล้งเสียจนต้องขอตัวเดินมาทักทายอย่างที่กำลังทำอยู่

“เอ๊ะนาย...นี่จะมาหาเรื่องกันนอกสถานที่เลยหรือไงฮะ” ภาพตะวันเบิกตากว้างก่อนจะหันไปตวาดเสียงใส่คนปากเสีย

“หาเรื่องที่ไหน ผมก็แค่เดินมาทักทายว่าที่เจ้าสาวของผมเท่านั้นเอง” ตรีศูลกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจะค่อย ๆ โน้มกายลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับใบหูเล็กกระซิบพอให้ได้ยินกันสองคน “แล้วก็อยากมาดูให้เห็นกับตาด้วยว่าคุณมากับใครเพราะถึงยังไงอีกสองเดือนเราก็ต้องแต่งงานกันแล้ว ผมก็อยากจะแน่ใจว่าจะได้เมียมือหนึ่งไม่ใช่ของมือสองต่อจากใครไง แต่คิดไม่ถึงว่าคุณจะมีรสนิยมทัวร์ฉิ่งฉับ” เขายักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนเธอด้วยสีหน้าทะเล้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป