บทที่ 7 Ep.7

“บ้านะสิ เรื่องอะไรมาลากเอาฉันไปเกี่ยวข้อง แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกันสักหน่อย พูดแล้วขนหัวลุกอ่ะแก” ทิพย์ลดาทำท่าขนลุกขนพองได้น่าขำในสายตาของภาพตะวันจนเธอหลุดเสียงหัวเราะคิกคักออกมา

“ก็เพราะแกนั่นแหละทำให้คุณพ่อคุณแม่ฉันเข้าใจผิดจนวางแผนจับฉันคลุมถุงชนแบบนี้ไง ถ้าไม่รักแกมากแบบนี้ฉันเลิกคบกับแกให้พ่อแม่สบายใจไปแล้ว จะได้ไม่ต้องโดนเข้าใจผิดเรื่องบ้า ๆ นี่” ภาพตะวันบ่นไม่จริงจังนัก

“ทำไมคุณอาถึงไม่เชื่อว่าฉันเป็นผู้หญิงนะ ขนาดฉันยืนยันเป็นรอบที่ร้อยกว่าแล้วมั้ง พวกท่านยังไม่เลิกเข้าใจฉันผิดอีก” ทิพย์ลดาทำหน้าอ่อนใจ

“ก็ฉันบอกให้แกแต่งหญิง แกก็ไม่ยอมเชื่อฉันนี่หว่า หน้าแกก็สวยจะตาย ถ้าลองไว้ผมยาว ๆ ใส่กระโปรงบาน ๆ เสื้อโป๊ ๆ รับรองหนุ่ม ๆ มองแกเหลียวหลังเพราะนมแกอ่ะ มันใหญ่มาก” ภาพตะวันเน้นเสียงพรางเหลือบตามองหน้าอกเพื่อนด้วยรอยยิ้ม

“ขืนแต่งตัวแบบนั้น บรรดาพี่ ๆ กับพ่อ ฉันได้เอาตาย ซ้ำร้ายฉันคงต้องอยู่โยงเฝ้าไร่ไม่ได้มาอยู่สบาย ๆ แบบนี้หรอกไอ้ตะวัน แกก็รู้ว่าคนพวกนั้นร้ายกาจแค่ไหน” ทิพย์ลดาทำหน้าหวาด ๆ

“พ่อกับพี่ชายแกนี่ก็จริง ๆ เชียว ทำไมถึงไม่อยากให้แกแต่งตัวสวย ๆ เป็นผู้หญิงเหมือนคนอื่นเขานะ ประหลาดคนชอบให้ลูกสาวน้องสาวเป็นทอมบอยทั้งที่แกสวยจะตายไป” ภาพตะวันบ่นพึมพำ

“แกก็เวอร์ไป หน้าตาอย่างฉันนี่นะสวย ขืนแกพูดแบบนี้ให้พวกพี่ฉันฟังมีหวังพวกนั้นหัวเราะฟันโยกกันแน่ ๆ” ทิพย์ลดาทำหน้าเบื่อโลกเมื่อคิดถึงบรรดาพี่ชายทั้งสี่และบิดา

ทิพย์ลดาระบายลมหายใจเหนื่อย ๆ ตั้งแต่รับโทรศัพท์เพื่อนและได้ยินเสียงออกตัวรถจนล้อเสียดไปตามถนนด้วยฝีมือของเพื่อนสาวแล้วและเธอก็ไม่ต้องรอนานในเมื่อภาพตะวันขับรถเร็วราวจะเหาะมาหาเธอถึงคอนโด แค่อึดใจ ร่างระหงหุ่นดินระเบิดของภาพตะวันก็เดินผ่านประตูห้องอาด ๆ เข้ามาพร้อมเสียงบ่นพึมพำ แน่นอนว่าทันทีที่เธอหันไปถามหาสาเหตุที่ทำให้เพื่อนอารมณ์เสีย ภาพตะวันคงไม่แคล้วส่งเสียงกรีดร้องเอ็ดอึงดังลั่นระบายอารมณ์ก่อนรอบใหญ่จึงจะสามารถสงบสติเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เธอฟังได้

“โอ๊ย...ฉันอยากจะบ้า ฉันจะอยากจะบ้าจริง ๆ ไอ้ทิพย์ กรี๊ดดดด” สาวเปรี้ยวกรีดร้องจริง ๆ ตามที่ทิพย์ลดาคาด ร่างระหงกระทืบเท้าเร่า ๆ เหมือนเด็ก ๆ โชคดีที่ว่าหน้าตาภาพตะวันสวยบาดใจทำให้ท่าทางปัญญาอ่อนที่เพื่อนแสดงไม่ขัดตาทิพย์ลดาเท่าไหร่นัก

“ตะวัน ตะวัน ไอ้ตะวัน” ทิพย์ลดาพยายามส่งเสียงเรียกเพื่อเตือนให้เพื่อนสงบสติอารมณ์ สาวมาดห้าวลุกขึ้นยืนโอบบ่าเพื่อนสนิทไว้หลวม ๆ พรางเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน “ใจเย็น ๆ สิแก ทะเลาะกับใครมาอีกล่ะคราวนี้น่ะ”

“คุณพ่อคุณแม่ของฉันนะสิ มีอย่างที่ไหนเอาแต่ยัดเยียดฉันให้ไอ้บ้านั่นอยู่ได้ ทำเหมือนฉันเป็นตัวเชื้อโรคต้องรีบขับไล่ไสส่งให้คนอื่น คอยดูนะไอ้ทิพย์ ฉันจะหนีไปอยู่ที่อื่นให้มันรู้แล้วรู้รอด ฉันไม่มีวันแต่งงานกับไอ้หมอนั่นแน่” ภาพตะวันบ่นกระปอดกระแปด

“คุณอาทั้งสองยัดเยียดแกยังไง แกเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่าฮะ” ทิพย์ลดาพยายามแก้ตัวแทนบุพการีของเพื่อนสาว

“ไม่ผิดหรอกไอ้ทิพย์ พ่อกับแม่เชิญไอ้บ้านั่นกับครอบครัวมากินข้าวที่บ้านฉันแล้วทำไม่รู้ไหม...แกไม่มีทางเดาถูกหรอก แกต้องคิดไม่ถึงแน่ ๆ ว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงคนไหนจะทำเหมือนอย่างที่พ่อกับแม่ของฉันทำ” ภาพตะวันพูดถึงบิดามารดาด้วยน้ำเสียงประชดประชันแหลมสูง

“คุณอาทำอะไรแกฮะ” ทิพย์ลดาถามด้วยความสงสัย

“ก็พอฝ่ายนู้นเสนอให้ลูกชายเขาพาฉันไปเที่ยวพักผ่อนกันตามลำพังจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกันให้ดีขึ้นก่อนแต่งงาน แม่กับพ่อของฉันแทนที่จะปฏิเสธเพราะลูกตัวเป็นผู้หญิง แต่นี่อะไร...ฉันอยากจะกรี๊ดให้ลั่นโลกไปเลย ไปตอบรับคำเชิญเขาซะนี่ โอ๊ย ชีวิตภาพตะวันทำไมถึงไม่ได้ดั่งใจขนาดนี้นะ มีพ่อก็ไม่ปกป้องลูก มีแม่ก็เอาแต่ยัดเยียดอยากให้ลูกมีผัวจนตัวสั่นไม่อายใครเขาบ้างเลยแบบนี้ ฉันจะคลั่งอยู่แล้วนะไอ้ทิพย์” ภาพตะวันจัดหนักนินทาบุพการีชนิดไม่เกรงกลัวนรกจะเรียกหาเพราะความโมโห

“ใจเย็นแกไอ้ตะวัน คุณอาทั้งสองคนไม่ได้หมายความว่าให้แกไปกับเขาตามลำพังจริง ๆ หรอกใช่ไหม” ทิพย์ลดาแน่ใจว่าเพื่อนตีเจตนาบุพการีทั้งสองผิดเพราะความใจร้องวู่วามก่อนจะถามหาเหตุผลของพวกท่านแน่

“ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อกับแม่คิดยังไง แค่แอบได้ยินพวกท่านคุยกับคุณลุงคุณป้า ฉันก็เปิดแนบมาหาแกแล้ว” ภาพตะวันยอมรับหน้าบึ้ง

“นั่นไง...ฉันว่าแล้วเชี้ยว แกนี่มันใจร้อนวู่วามไม่หาย แสดงว่าแกไม่ได้เข้าไปทักทายพ่อแม่คุณตรีศูลเขาด้วยซ้ำใช่ไหมนี่” ทิพย์ลดาทำหน้าเหนื่อยใจ

“ไม่ท้งไม่ทักทั้งนั้นแหละ ใครจะไปมีอารมณ์ทักทายกันเล่า” ภาพตะวันเถียงทั้งทำหน้างอ

“แกนี่จริง ๆ เลย ทำไมนิสัยแกถึงไม่ดีเหมือนหน้าตาบ้างนะ สมควรแล้วที่คุณอาจะไม่ไว้ใจในตัวแก” ทิพย์ลดาบ่นเพื่อนด้วยความระอา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป