บทที่ 9 Ep.9

“คุณตะวันเป็นคนรักของคุณทิพย์จริงอย่างที่ทุกคนเข้าใจอย่างนั้นเหรอคะ” ฆฤษวีถามข้อข้องใจของเธอออกมาตรง ๆ

“เฮ้ย!..ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ตะวันกับทิพย์เป็นเพื่อนกันจริง ๆ แล้วทิพย์ก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงอย่างที่คนอื่นเข้าใจนะคะคุณวี” ทิพย์ลดารีบโบกไม้โบกมือส่ายศีรษะปฏิเสธหน้าตาตื่น ยอมรับว่าตกใจกับคำถามโพล่ง ๆ ของเจ้านายสาว ไม่คิดว่าเจ้าหล่อนจะถามออกมาตรง ๆ แบบนี้

“คุณทิพย์ไม่ต้องปิดบังวีหรอกค่ะ วีเองยังยอมรับเลยว่าชอบผู้หญิงด้วยกัน แล้ววีก็ชอบคุณทิพย์นะคะ” ฆฤษวีทำตากรุ้มกริ่มเดินต้อนพยายามเบียดกระแซะเข้าหาสาวห้าวน่าตาน่ารักที่เธอพอใจ

“ค..คุณวี เอ่อ คุณวีคะ คุณวีใจเย็น ๆ นะคะ ทิพย์ไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกันเหมือนที่คุณวีคิดจริง ๆ นะคะ”

มือเรียวทั้งสองข้างพยายามดันตัวฆฤษวีออกห่างพร้อมกับเบี่ยงตัวหนี ใบหน้าใสของเธอคงซีดไม่มีสีไปแล้วในตอนนี้ หัวใจที่เต้นแรงไม่ใช่เพราะตื่นเต้นแต่เป็นเพราะเริ่มรู้สึกสยองแค่คิดว่ากำลังจะโดนผู้หญิงด้วยกันข่มขืน เอ๊ย ผู้หญิงด้วยกันจะข่มขืนกันได้หรือเปล่าเธอก็ตอบไม่ถูก แล้วเขาข่มขืนกันท่าไหน เธอก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกัน รู้แต่แค่คิดก็จั๊กจี้ ขนลุกขนพองไปหมดแล้ว อื๊ย...ไม่อยากจะคิดเลยจริง ๆ ทิพย์ลดาเอ๊ย

“แฮ่ม...”

เสียงทุ้มกระแอมดังทำให้ทิพย์ลดาตกใจสุดตัว ส่วนฆฤษวีแค่เพียงไหวไหล่และขยับตัวออกห่างไปจากเธอซึ่งนั่นทำให้เธอระบายลมหายใจแรงด้วยความโล่งอก แต่พอเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาดุ ๆ ของผู้มาเยือน ใบหน้านั้นแม้จะเรียบตึงแต่สายตากับแสดงออกถึงความเยาะหยันและอาการดูถูกของผู้ชายหน้าคมคนนั้นอย่างชัดเจนและนั่นทำให้หัวใจของเธอแทบหล่นไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม รู้สึกยอกแสลงใจอย่างบอกไม่ถูก

“จะทำอะไรก็ให้รู้จักเกรงใจสถานที่กันบ้าง ถ้าพนักงานคนอื่นเข้ามาเห็นเข้าไม่ใช่แค่แกนะวีที่จะเสียชื่อ” เสียงเข้มกล่าวตำหนิน้องสาวแต่สายตาเหยียดหยามกลับไม่คลาดเคลื่อนไปจากใบหน้าทิพย์ลดาเลยแม้แต่น้อย

“พี่ฆฤณมีธุระอะไรกับวีคะถึงมาหาวีถึงที่บริษัท” ฆฤษวีไหวไหล่อย่างไม่คิดจะแคร์พี่ชายพร้อมถามอย่างไม่หยี่ละ

“บอกคนของแกให้ออกไปก่อน” ฆฤณส่งสาตาพิฆาตมองทิพย์ลดา ภายในแววตาแสดงชัดเจนถึงความรังเกียจ

“คุณทิพย์เป็นเลขาวี พี่ฆฤณมีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ วีไม่มีอะไรจะต้องปิดบังคุณทิพย์อยู่แล้ว” ฆฤษวีทำหน้าหน่ายมองพี่ชายอย่างถือดี

“เอ่อ...คุณวีค่ะ ทิพย์ขอตัวไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินก่อนดีกว่านะคะ” เธอหลบสายตาเข้มคู่นั้นพร้อมกับหาทางเลี่ยงจากสถานการณ์ชวดอึดอัดตอนนี้ทันที

“ก็ได้ค่ะ เป็นอันว่าวีตกลงเรื่องคุณภาพตะวันนะคะ คุณทิพย์จัดการทุกอย่างได้ตามสบายเลยค่ะ” ฆฤษวีระบายลมหายใจแรง พยักหน้าให้ทิพย์ลดาไปทำตามที่บอกโดยไม่สนใจสายตาดุของพี่ชายที่มองเธอกับเลขาเหมือนพวกเธอกลายเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างน่ารังเกียจอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว

ทิพย์ลดาลอบถอนหายใจยาวยอมรับว่ารู้สึกโล่งอกที่จะได้ออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอันระหว่างสองพี่น้องนี่เสียที แอบบอกตัวเองในใจว่าสงสัยต้องหาเวลาไปทำบุญทำสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้เหล่าสัมภเวสีเสียบ้าง รู้สึกพักนี้ดวงของเธอจะกุดเข้าขั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่บิดามารดาของภาพตะวันเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับภาพตะวันมีความสัมพันธ์กันเกินเพื่อน ซ้ำยังมีฆฤษวีอีกคนที่ทำท่าอยากจะขย้ำเธอ ทั้งที่เธอยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยคิดพิศวาสผู้หญิงด้วยกันแม้แต่น้อย แต่ดูเจ้าหล่อนจะไม่เชื่อคำพูดของเธอเอาซะเลย ขนาดคนเพิ่งเคยพบกันครั้งแรกอย่างฆฤณยังตั้งแง่อคติกับเธอตั้งแต่แรกพบซะอีก เฮ้อ...ทิพย์ลดาเอ๊ย สงสัยหล่อนต้องทำบุญล้างซวยขนาดใหญ่ซะแล้วคราวนี้

หลังก้าวผ่านประตูห้องทำงานของเจ้านายสาวหลบสายตาขุ่นขวางคู่นั้นออกมาได้ ทิพย์ลดาถึงกลับผ่อนลมหายใจโล่งอกออกมาทันที เธอรีบจัดการเคลียร์งานทุกอย่างของตนจนแล้วเสร็จในเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนจะคว้ากระเป๋าแบบสะพายข้างขึ้นคล้องบ่าด้วยท่าทางทะมัดทะแมง

“บอกคุณวีให้พี่ด้วยนะอร ว่าพี่ขอลาหยุดครึ่งวัน แต่ถ้าคุณวีมีอะไรให้โทรหาพี่ได้เลย” ทิพย์ลดาฝากเรื่องไว้กับเอมอร เพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ได้ไม่ถึงสัปดาห์

“ได้ค่ะพี่ทิพย์ เอ่อ...พี่ทิพย์ทราบไหมคะว่าผู้ชายที่มาหาคุณวีเป็นใครคะ” เอมอรทำหน้าเพ้อฝันพรางถามเพื่อนรุ่นพี่ยิ้มแบบเขิน ๆ

“พี่ชายคุณวีจ๊ะ อรสนใจเหรอ” ทิพย์ลดาอมยิ้มเหลือบตาขึ้นมองกระเซ้าเอมอร

“แหมพี่ทิพย์ คนหล่อขนาดนั้น สาว ๆ ที่ไหนก็สนทั้งนั้นแหละถ้าไม่ได้ชอบเพศเดียวกันอย่างพี่ทิพย์อ่ะ” เอมอรค้อนเพื่อนรุ่นพี่ ถึงแม้เธอจะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วันแต่ด้วยความเป็นกันเองของทิพย์ลดาทำให้เธอกล้ากระเซ้าเพื่อนรุ่นพี่อย่างรื่นเริง

“บ้าเหรออร พี่ไม่ได้ชอบผู้หญิงสักหน่อย” คำพูดของเอมอรทำเอาเธอสะดุ้ง ทำไมใคร ๆ ถึงไม่ยอมเชื่อว่าเธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาเหมือนทุกคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป