บทที่ 10 10

เธอจะตอบว่าไม่ แต่เสียงขรึมแทรกขึ้นก่อน

“หึ ลูกฉันสินะ ถ้าไม่ท้องกับฉัน พ่อของเด็กคงเป็นฝาแฝดกับฉัน แต่ว่าฉันเป็นลูกคนเดียว”

จากนั้น เขาก็หัวเราะหึๆ ในลำคอ ท่าทางกวนประสาท คิ้วเข้มข้างหนึ่งเลิกขึ้นอย่างยียวนขณะจ้องหน้าเจ้าของร้านสาว

“ท้องกับฉันแล้วทำไมไม่บอก มีสิทธิ์อะไรมาพรากลูกพรากพ่อเขา หา!”

เมฆินพูดด้วยความโมโห แต่พยายามจะข่มอารมณ์ไว้เพราะไม่อยากให้ลูกค้าคนอื่นตกใจ เมรินได้แต่ถอนหายใจและรวบรวมความกล้าทั้งหมด เธอเองก็นึกโมโหเช่นกัน ในเมื่อโกหกไปเขาก็จับได้ อยากรู้นักก็จะบอก

“ใช่ค่ะ ลูกของนายเหมือง แต่ดิฉันทราบดีค่ะว่าเรื่องระหว่างเรามันคือความผิดพลาด ความไม่ตั้งใจ และความจัญไรของ...” หญิงสาวยั้งปากที่จะไม่ด่าเขาอีก ที่ผ่านมาไม่เคยพูดหยาบแบบนี้เลย แต่ในนาทีนี้ เธอจะไม่ขอทนกับคนเลวๆ อีกต่อไป

“เมริน...เธอจะมากไปแล้วนะ”

ยิ่งได้ฟังคำพูดนั้น เมฆินก็ยิ่งโมโห เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าด่าเขาแรงขนาดนี้ แต่พอคิดอีกที คืนนั้นนอกจากแสงจันทร์ที่ยั่วเย้ากิเลสตัณหา ตัวเขามันก็จัญไรอย่างที่เธอว่า อยากแย่งคนรักของคนอื่นมาปู้ยี่ปู้ยำ

“เพราะฉะนั้น ดิฉันยินดีที่จะเลี้ยงลูกคนเดียวค่ะ”

เมรินพูดออกไปด้วยความมาดมั่น นาทีที่รู้ว่าตั้งท้องกับเมฆินก็ไม่มีหน้ากลับไปบอกเขา และเธอเองก็ทำใจฆ่าลูกในท้องไม่ได้ จึงตั้งใจเลี้ยงพริกแกงให้ดีที่สุดตามแบบฉบับแม่เลี้ยงเดี่ยว

“หึ ฉันจะพาลูกไปอยู่กับฉัน” เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดก็จริง แต่เมฆินไม่ได้นึกจงเกลียดจงชังเมรินกับลูกแม้แต่น้อย ถ้าเธอเดินมาบอกตั้งแต่ต้นว่าเธอท้อง เขาก็ยินดียืดอกรับผิดชอบทุกอย่าง

‘แต่นี่ไม่บอก ใครจะไปรู้วะ’ คนเพิ่งรู้ตัวว่าได้เป็นพ่อยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด

“อย่าเลยค่ะ ปล่อยฉันกับลูกไปเถอะนะคะนายเหมือง”

คุณแม่คนสวยพูดด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว เมฆินมองภาพนั้นอย่างรู้สึกหมั่นไส้ ผู้หญิงทุกคนอยากได้เขาและอยากให้เขารับเป็นภรรยา แต่เมรินผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวโจรกลับปฏิเสธได้ลงคอ

“ถ้าเธอยังดื้อแบบนี้ เราจะได้เห็นดีกัน”

คาดโทษเสร็จ จากนั้นก็เดินออกจากร้านไปด้วยอารมณ์โมโห แต่คนอย่าง ‘นายเหมืองเมฆิน’ ไม่มีวันที่จะถอยง่ายๆ ในเมื่อเธอคือแม่ของลูกเขา อย่างไรก็ต้องทำให้ทั้งสองคนไปอยู่กับเขาที่เหมืองให้ได้

ร่างสูงเดินออกมาก่อนจะหันไปมองป้ายร้านของเมรินอีกครั้ง พร้อมกับคิดในใจว่า หญิงสาวคงเช่าร้านนี้ไว้ขายกาแฟและอาหารเช้า ก่อนกระตุกยิ้มออกมาเมื่อคิดแผนที่จะทำให้แม่ของลูกยอมสยบและหอบลูกไปขออยู่กับเขาได้

เมื่อคืน เมรินนอนไม่ค่อยหลับ ตั้งแต่เห็นหน้านายเหมืองเมฆิน โลกที่สงบสุขของเธอก็เหมือนถูกจ้องมองจากซาตาน จนรู้สึกใจคอไม่ดีเลย ใครๆ ก็รู้ว่าคนอย่างเขามันร้ายกาจแค่ไหน เช้านี้ หญิงสาวเลยมาเปิดร้านด้วยหน้าตาไม่สดใสเท่าที่เคย แล้วต้องประหลาดใจเมื่อเจอคุณนายเจ้าของร้านมายืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีค่ะ คุณอรัญญา มารอริน มีอะไรหรือเปล่าคะ”

เมรินรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง หญิงสาวรีบเปิดร้านแล้วเชิญเจ้าของตัวจริงที่ตนเองเช่าอยู่เข้าไปคุยต่อในร้าน สักครู่เดียวก็ได้ข่าวร้ายที่สุดในรอบหลายปีนี้

“อะไรนะคะ คุณอรัญญาจะยกเลิกสัญญาร้านหนูหรอคะ” แทบช็อกเมื่อเจ้าของร้านที่ปล่อยให้เช่า จู่ๆ ก็มาขอยกเลิกสัญญากะทันหัน ทั้งที่เธอไม่เคยเบี้ยวหรือจ่ายค่าเช่าล่าช้า

ฝ่ายหญิงวัยกลางคนก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ ลูกค้ารายนี้จ่ายค่าเช่าตรงเวลา เธอเองก็ไม่อยากทำแบบนี้ ทว่า มันเป็นคำสั่งจากผู้มีอิทธิพล

“ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละหนูริน ฉันมีความจำเป็นจริงๆ หนูมีเวลาสามวันเพื่อเก็บข้าวของออกไปจากที่นี่ เข้าใจตรงกันตามนี้นะ” เจ้าของร้านจำเป็นต้องพูดเหมือนคนไม่ไยดีทั้งที่ภายในใจนึกสงสารเมริน

ท่าทางของคุณอรัญญา ยิ่งทำให้เมรินงงเข้าไปใหญ่

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ มีคนมาขอเช่าที่นี่ให้ราคาดีกว่าหนูเหรอคะ ถ้าคุณอรัญญาจะขอเพิ่มราคาเช่า หนูยินดีจ่ายนะคะ” เมรินได้แต่คิดว่า หรือเพราะมีผู้เช่ารายใหม่ที่ให้ราคาเช่าที่สูงกว่า คุณนายผู้เอื้ออารีถึงได้ออกปากไล่เธอออกอย่างไม่ไยดีแบบนี้

“โอย จะมาเพิ่มเงินอะไรตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกหนูริน คือ...ฉันขายตึกนี้ไปแล้ว อย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยนะ”

อรัญญาพูดออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด แต่คำพูดของนั้นยิ่งทำให้เมรินช็อกเข้าไปใหญ่ สมองมึนงงอยู่นานกว่าจะเรียกสติกลับมาได้แล้วถอนหายใจยาวพรืด เวลานี้ เธอรู้สึกเคว้ง มืดแปดด้าน เพราะงานเข้าแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

“แล้วแบบนี้ หนูกับลูกจะไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ หนูกับลูกอยู่กินที่นี่มาหลายปีจนเป็นเหมือนบ้านไปแล้ว” หากเธอกับลูกต้องหาที่อยู่ใหม่ก็คงลำบากน่าดู เพราะลำพังทุกวันนี้ข้าวของมากมาย ไหนจะเครื่องมือทำมาหากินอีก

ทางฝั่งอรัญญา แม้จะสงสารแม่ลูกยังไงก็ยังต้องรับบทโหด กดดันเมรินให้หนักกว่าเดิม

“นั่นไม่ใช่ปัญหาของฉันนะ เอาเป็นว่า ฉันมีเวลาให้แค่ 3 วัน จัดการแก้ปัญหาของหนูเองละกัน”

คุณนายร่างท้วมพูดจบก็หันหลังให้ รีบเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เมรินต้องปวดหัวกับปัญหาที่เกิดขึ้น หญิงสาวคิดแทบไม่ออกว่าจะหาที่อยู่หรือเช่าร้านที่ไหน เพราะที่นี่ก็ไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาลมากนัก ระยะเวลาอันน้อยนิดช่างกดดันเธอเหลือเกิน

“นี่มันอะไรกันนี่ ยืนสวยๆ ความซวยก็มาเยือนจนได้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป