บทที่ 12 12

เมรินพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แม้จะรู้ดีว่าลำพังเงินที่มีอยู่และสถานการณ์ตอนนี้ เธอไม่สามารถดูแลพริกแกงได้ดีเท่าไหร่นัก แต่หญิงสาวก็ไม่มีทางปล่อยลูกให้ไปอยู่กับใคร!

“ฉันไม่ได้บอกให้เธอทิ้งลูกนะริน แต่ฉันจะให้เธอกับลูกไปอยู่ที่เหมืองของฉัน”

คำพูดของเมฆินทำเอาเมรินตาโตทันที เขาไม่ใช่แค่เข้ามาวุ่นวายกับลูก แต่ลามมาถึงเธอแล้ว

“นายเหมืองหมายความว่ายังไงคะ” หลุดปากเอ่ยถามออกไป เพราะตอนนี้ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเมฆินจะให้ตนเองกับลูกไปอยู่ที่เหมืองในฐานะอะไร เธอกับเขาไม่ได้มีสถานะใดต่อกัน

เมฆินพูดหน้าตาเฉย น้ำเสียงราบเรียบ “ฉันจะจ้างเธอไปเป็นแม่ครัว เธอทำอาหารได้นี่ ฉันรู้ว่าเธอคงลำบากใจที่จะบอกลูกตรงๆ ว่าฉันเป็นพ่อ ไม่เป็นไร ฉันรอได้ แต่อยากให้ลูกอยู่ในสายตาและอยู่ในการดูแลของฉัน ถ้าเธอฉลาดมากพอก็ควรจะรับข้อเสนอนี้ งานง่ายๆ แค่ทำอาหารให้ฉันกินคงไม่หนักหนาอะไรนักหรอก แล้วก็ได้ดูแลพริกแกงในฐานะแม่อีกด้วย”

เมฆินเริ่มแผนการ เขาไม่ได้อยากจะให้เมรินมาเป็นแม่ครัวหรอก แต่นี่แค่ข้ออ้างเท่านั้น ถ้าบอกว่าให้มาอยู่ในฐานะเมีย หญิงสาวคงไม่ยอมแน่ๆ และที่สำคัญ เขาไม่อยากเสียฟอร์ม

“แต่…” เมรินทำท่าคิดหนัก

ข้อเสนอของเมฆินก็ถือว่าน่าสนใจ หากเขาจ้างเธอในฐานะแม่ครัวไม่มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง ตอนนี้ก็ไม่มีที่ไป การยอมไปทำงานที่เหมืองให้เขาก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตนเองและลูก เพราะเธอรักพริกแกงดั่งแก้วตาดวงใจจึงต้องใคร่ครวญให้มาก หากอยู่ลำพังตัวคนเดียวคงเชิดใส่เขาแล้วบอกว่า

‘ไม่มีทาง ไปตายซะ’

แต่ลูกควรได้รับสิ่งดีๆ ถ้าเธอยังอยู่ในสภาพตกงานแบบนี้ พริกแกงก็ต้องลำบากไปด้วย

“ถ้าฉันตกลง นายเหมืองรับปากได้มั้ยคะว่าอย่าเพิ่งบอกพริกแกง เรื่องที่นายเหมืองเป็นพ่อของแก ฉันบอกลูกไปว่าพ่อแกตายแล้ว” เมรินพูดพร้อมหลบตา ไม่บอกก็รู้ว่า เมฆินโกรธแค่ไหนที่เธอแช่งให้เขาตาย

“เหอะ ดีนักนะ พรากลูกจากพ่อแล้วยังจะมาแช่งฉันอีก”

ฝ่ายเมฆินน่ะฉุน อยากจะจับแม่ของลูกมาฟาดก้นให้ยับ นี่ถ้าถือไม้เรียวอยู่รับรองได้ว่าไม้เรียวสั่น แต่เอาเถอะ อย่างน้อย เมรินก็เป็นผู้หญิงที่มีความคิด ยังเห็นแก่ลูกมากกว่าเห็นแก่ตัว เพราะถ้าเขาไม่เอาลูกมาอ้าง เธอคงไม่ยอมง่ายๆ 

“เอางั้นก็ได้ แต่สักวันหนึ่ง ลูกจะต้องรู้ว่ามีพ่อเป็นนายเหมือง เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม” เมฆินพูดด้วยสายตาแน่วแน่จริงจัง สักวัน พริกแกงจะต้องรับรู้ว่าเขาเป็นพ่อให้ได้ รวมถึงเมรินเอง สักวันจะต้องยอมเป็นเมียเขาอย่างเต็มใจเช่นกัน!

หลังจากเมฆินกลับไปแล้ว เมรินคิดไม่ตกกับเรื่องที่เขาเสนอให้เธอไปเป็นแม่ครัวที่เหมือง แม้หญิงสาวจะตอบตกลงแต่ใจจริงแล้วใช่ว่าจะอยากไป ใครๆ ก็รู้ว่าเขามันตัวอันตรายชัดๆ! และเรื่องเมื่อ 6 ปีที่แล้วก็ยังคอยตามหลอกหลอนเธออยู่ทุกคืน ทำให้ไม่กล้าที่จะเปิดใจให้กับผู้ชายคนไหน

หากตัวคนเดียวเหมือนแต่ก่อน เมรินคงออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่นี่มีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ เธอคงรับไม่ได้หากพริกแกงต้องมาลำบากไปด้วย คนเป็นแม่อับจนหนทางในการแก้ปัญหา ตอนนี้ สิ่งที่ดีต่อตนเองและลูกที่สุดคือการเข้าไปทำงานที่เหมืองเมฆินเพื่อเอาตัวรอด

หลังส่งพริกแกงเข้านอนเรียบร้อยแล้ว เมรินจึงลงมาจัดแจงข้าวของในร้านต่อ นึกๆ แล้วก็ใจหายเพราะผูกพันกับร้านนี้มากเสียจนไม่อยากย้ายไปไหน กระนั้นแม้จะต้องสูญเสียร้านที่รักไป แต่เธอยังหวังว่าสักวันจะต้องกลับมาสานฝันของตนเองต่อ โดยมีร้านเป็นของตนเอง ไม่ต้องเช่าใคร จะได้ไม่เจอเรื่องแบบนี้อีก

แกร๊กๆ

ขณะที่กำลังวางอนาคตของตัวเองกับลูก เสียงประตูร้านดังขึ้นทำให้เมรินที่เก็บของอยู่ถึงกับชะงักไป เธอเงยหน้ามองดูนาฬิกาพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม

“ใครน่ะ”

ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่เสียงที่ประตูดังต่อเนื่องเหมือนใครกำลังงัดแงะบริเวณลูกบิด

“ฉันถามว่าใคร”

ไม่มีเสียงตอบยิ่งทำเอาวิตก! เมรินเอื้อมมือไปหยิบเก้าอี้ที่วางอยู่ ยกเอามาไว้ข้างหน้าตนเองเหมือนโล่กำบัง หัวใจเธอเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอกพร้อมกับเดินไปที่บริเวณหน้าร้าน ภาวนาให้ตัวเองหูฝาดไป เพราะหากมีคนบุกรุกเข้ามาในยามวิกาลจริงก็ย่อมไม่ใช่ผู้หวังดีเป็นแน่

“ว้ายย!” เมรินร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ ก็โดนแรงกระชากจากข้างหลังให้หันไปมอง และเธอก็อยากจะกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นชายแปลกหน้าคนนั้น

“สวัสดีน้องรินคนสวย”

“แก!”

หญิงสาวกำลังจะถอยหนี แต่อีกฝ่ายก็ไวกว่า เอามือปิดปากเธอไว้เพื่อไม่ให้ร้องโวยวาย

“อื้อๆ ๆ ชะ ชะ ช่วย...” เมรินพยายามร้องออกมาเพราะจำหน้าผู้ชายคนนี้ได้ดี เขาคือลูกค้าที่ชอบแวะเข้ามาที่ร้านบ่อยๆ เรียกได้ว่าทุกเช้า และมักจะมาขายขนมจีบให้เสมอ แต่เธอก็พยายามเลี่ยงตลอด ไม่คิดว่าเขาจะกล้าดีถึงกับขนาดบุกมาที่ร้านยามวิกาลแบบนี้

“หยุดร้องเลยถ้าไม่อยากให้ฉันทำอะไรลูกเธอ!”

ชายผู้บุกรุกตะคอกเสียงดัง ฝ่ายเมรินเมื่อได้ยินคำว่า ‘ลูก’ ก็เงียบเสียงทันที เธอกลัวว่าพริกแกงจะตกอยู่ในอันตราย

“แกจะทำอะไร” เธอทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไปทั้งที่ยังเสียงสั่น ไม่ว่าชายคนนี้จะต้องการอะไร แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป