บทที่ 15 15

“ขอบคุณนายเหมืองมากนะคะที่มาช่วยรินกับลูกทันเวลา” ทั้งที่กลับไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้อะไรทำให้นายเหมืองหนุ่มกลับมาอีก เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เมรินนึกอยากขอบคุณที่เขามาช่วยเธอกับลูกได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้น คืนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตจะเป็นยังไง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ แม้แต่เงาของเมฆิน เธอก็ไม่อยากเห็น

เมฆินถอนหายใจพรืดยาว ทอดตามองไปยังใบหน้าสวยหวานอย่างรู้สึกสงสาร

“เฮ้อ แล้วแบบนี้เธอรู้หรือยังว่าเธอไม่สามารถดูแลพริกแกงคนเดียวได้ ถ้าฉันไม่ได้กลับมาจะเกิดอะไรขึ้น” พร้อมกับมองสบตาเธอ หากเขามาไม่ทันคืนนี้ เมรินกับพริกแกงคงตกอยู่ในอันตราย ตนเองก็คงรับไม่ได้เป็นแน่ ยิ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ยิ่งย้ำเตือนชายหนุ่มว่า จะไม่มีวันปล่อยให้เมียกับลูกต้องอยู่ดูแลกันเพียงลำพังอีกเป็นอันขาด

“เอ่อ…” เมรินเป็นคนมีเหตุผลจึงยอมรับโดยดุษณี หาคำโต้แย้งเขาไม่ออก

ที่เขาพูดก็ถูก และตนเคยคิดมาตลอดว่าสามารถดูแลพริกแกงเพียงลำพัง ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้แกได้ และก็ทำได้ดีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่า เธอไม่สามารถดูแลลูกได้ในทุกเรื่อง

พอนึกถึงภาพที่พริกแกงเกือบถูกมันตบ น้ำตาของคนเป็นแม่ก็คลอหน่วยจนเก็บกลั้นไม่ไหว กลั่นความเสียใจไหลออกมารินรดแก้มนวล เธอมันเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน ช่วยเหลือลูกไม่ได้สักอย่าง แม้แต่ตอนที่ลูกอยู่ในอันตราย

“ร้องไห้ทำไมริน” เสียงขรึมถามขึ้นอย่างตระหนกตกใจที่เห็นหญิงสาวร้องไห้ ร่างสูงใหญ่รีบเดินเข้ามาหาเธอ แต่ร่างบางกลับถอยหลังหนีเขาพร้อมกับปาดน้ำตาพยายามทำตัวเป็นปกติ

“รินแค่รู้สึกผิดที่เมื่อครู่เกือบช่วยลูกไม่ได้ รินเป็นแม่ที่แย่มาก...เท่านั้นเองค่ะ”

เมฆินรู้ และมั่นใจว่าเมรินรักลูกมาก และไม่มีใครอยากให้เรื่องเลวร้ายแบบนั้นเกิดขึ้น ต้องขอบคุณในความอยากจะหาทางมานอนค้างกับสองแม่ลูกทำให้เขาต้องหาทางกลับมาอีกครั้ง และเข้ามาช่วยทั้งสองคนทันเวลา

“อย่าโทษตัวเองแบบนั้น เธอทำดีแล้ว แต่มันจะดีกว่านี้ถ้ายอมไปอยู่ที่เหมืองฉัน คราวนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอกับลูกแน่นอน ฉันรับประกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง

เมรินมองร่างสูงด้วยความรู้สึกสับสน คิดไม่ตก ไม่แน่ใจว่าจะเชื่อใจผู้ชายตรงหน้าได้แค่ไหน เขาเองก็ใช่ว่าจะมือใสใจสะอาด แต่ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ความปลอดภัยของลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และหญิงสาวเชื่อว่าเมฆินสามารถปกป้องลูกเธอได้!

“ตกลงค่ะนายเหมือง ฉันจะไปทำงานที่นั่น ในฐานะแม่ครัวของนายเหมือง”

เขาพยักหน้ารับรู้ขณะมองแววตาเรียบเฉยของคนตัวเล็ก “ฉันชอบที่เธอมีเหตุผล รักและห่วงลูกมากกว่าตัวเอง”

แม้ว่าจะมีอคติกับเขา แต่เมรินก็มีเหตุและผลมากพอ คืนนี้หากไม่ได้เขาช่วยไว้ ไม่รู้ชีวิตเธอจะเป็นยังไงบ้าง

“ขอบคุณนะคะนายเหมืองที่มาช่วยฉันกับลูกไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้น ป่านนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง”

ชายหนุ่มพยักหน้าสบตาคู่สวยของเมรินที่มันดูเศร้าไปสักหน่อย หลายปีมานี้ เธอที่ทำหน้าที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกเพียงลำพังคงจะลำบากไม่น้อย และเขายังอยากอยู่ที่ร้านจึงแสร้งกระแอมกระไอ แล้วบ่นว่า

“ฉันคอแห้งเอามากๆ สงสัยจะใช้พลังงานกระทืบกับด่าไอ้ชั่วนั่นมากไปหน่อย”

เมรินมองใบหน้าคม เห็นเพียงสีหน้าที่เรียบเฉยอย่างเป็นปกติของเขา เธอซึ่งเป็นเจ้าบ้านจำเป็นต้องเอ่ยปากอย่างมีน้ำใจ และสำนึกในบุญคุณช่วยเหลือ

“คุงแม่ขา คุงอา...” เด็กหญิงตัวน้อยก้าวเดินลงบันไดมาพลางสีตามองมารดากับ ‘คุงอา’ ที่จัดการคนเลวจนหมอบ แล้วคลี่ยิ้มให้ เวลานี้หนูน้อยมองเขาเป็นเหมือนฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรมก็ไม่ปาน

“พริกแกง ลงมาทำไมลูก เมื่อกี้หนูหลับไปแล้วนี่คะ” คนเป็นแม่ถลาไปหาลูกสาวตัวอวบทันที

“พริกแกงปวดชิ้งฉ่องค่า คุงแม่” เด็กน้อยทำหน้านิ่วเล็กๆ และอาการไร้เดียงสานั้นก็เรียกรอยยิ้มจากนายเหมืองหนุ่มได้แทบจะทันที

“โถ...ลูก งั้นแม่พาไปนะคะ มาค่ะ”

เมรินลืมไปเสียสนิทว่าก่อนนอนไมได้พาลูกเข้าห้องน้ำอย่างเคยจึงรีบพาพริกแกงเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่เยื้องกับบันไดเล็กน้อย ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก็กดชักโครก แล้วพาแม่หนูออกมา “งั้น นายเหมืองนั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาน้ำมาให้”

“อื้อ” เมฆินไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เขาหาจังหวะจะได้พูดคุยกับพริกแกงอย่างสนิทสนม

“คิกๆ ถ้าพริกแกงโตขึ้น คุงอาสอนท่านั้นให้พริกแกงด้วยนะคะ พริกแกงจะเอาไปจัดการคนชั่วให้หมดเลย”

“อ๋อ ได้สิ แม่นางฟ้าตัวน้อย”

แค่เมรินหายไปในครัวแล้วออกมาพร้อมน้ำภาพที่เธอเห็นก็คือเมฆินกับพริกแกงคุยหยอกล้อราวกับสนิทสนมกันจนคนเป็นแม่อดหมั่นไส้ไม่ได้ และนี่มันก็ดึกมากแล้ว เขาไม่ยอมกลับไปเสียที จริงด้วยสิ เธอยังไม่รู้เลยว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงมาโผล่ที่ร้านแล้วก็ช่วยจัดการคนร้ายทั้งที่กลับไปนานแล้ว

เมรินไม่อยากจะเก็บความสงสัยนั้นไว้ หลังจากวางแก้วน้ำและเชิญให้เขาดื่มตามมารยาทจะถามไถ่ให้หายสงสัย และกลับเป็นแม่หนูช่างเจรจาหยิบยกไปเสิร์ฟให้แขกทันควัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป