บทที่ 9 9
“จริงสิ ฉันจะหลอกหนูทำไม หนูน่าจะเคยถูกชมว่าน่ารักมาบ้าง”
แม่หนูพริกแกงรีบพยักหน้า เพราะปกติ ลูกค้าที่มากินขนมหรืออาหารที่ร้านก็มักชมว่าเธอหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเสมอ ร่างอวบกลมหายงอนแล้วก็ส่งยิ้มหวานให้เมฆิน มือป้อมๆ ยื่นเมนูไปข้างหน้าให้ชายหนุ่ม
“คุงอาจะรับอะไรดีคะ”
“โอเค” มือหนายื่นไปรับเมนูจากแม่หนูซึ่งท่าทางจะเป็นโรคบ้ายอ จะว่าไปก็คล้ายเขาตอนเด็กๆ อยู่เหมือนกัน ใครชมว่าหล่อก็พร้อมทำให้ทุกอย่าง
เจ้าของร่างสูงมองเมนูแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม แม่หนูพริกแกงเดินตาม รอลูกค้านั่ง แล้วก็ฉีกยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี
“อืมมมม แล้วที่ร้านนี้มีอะไรอร่อยบ้าง” เมฆินถามเด็กหญิงตรงหน้าพลางจ้องมองอย่างพินิจอีกครั้ง ยิ่งมองยิ่งเหมือนนั่งส่องกระจกเห็นภาพสะท้อนตนเองในวัยเด็กที่ขโมยหยิบวิกแม่มาใส่ เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเด็กคนนี้เกี่ยวพันกับเขาแน่
“แม่หนูทำอร่อยทุกอย่างค่ะ” เด็กน้อยตอบคำถามผู้ใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ช่างสดใสเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด
“ฉันยังนึกไม่ออกว่าเช้านี้จะกินอะไรดี งั้นเอางี้ หนูชอบกินอะไรบ้างจ๊ะ” เมฆินลองถามเด็กหญิงดู เพราะอยากชวนคุยต่อเรื่อยๆ
“หนูชอบกินเค้กกล้วยหอมค่ะ แต่ถ้าเช้าๆ แบบนี้ หนูชอบกินโจ๊กใส่ไข่ลวกสองฟองเลย คุงอาชอบทานโจ๊กเหมือนหนูไหมคะ”
คำถามของเด็กน้อยทำเอาคนฟังเผลอยิ้มออกมา นอกจากหน้าตาที่เหมือนกันแล้ว ความชอบของเด็กคนนี้ยังเหมือนเขาไม่มีผิด
“ได้สิ ฉันก็ชอบ งั้นเอา…”
“อุ๊ย ดูสิ สองพ่อลูกหน้าตาเหมือนกัน น่ารักจังเลย”
ไม่ทันที่จะได้สั่งอะไร ลูกค้าขาจรที่เดินเข้ามาในร้านก็กระซิบกระซาบถึงเขาและเด็กตรงหน้าว่าเป็นพ่อลูกกัน คำพูดนั้นทำเอาเมฆินถึงกับยิ้มมุมปาก ไม่ใช่แค่ตนเองคนเดียวที่คิดว่าหนูน้อยคนนี้หน้าเหมือนเขาสินะ ขนาดคนอื่นยังคิดเหมือนกันแบบนี้ เมรินก็คงจะปฏิเสธความจริงไม่ได้ เลยหลอกถามแม่หนูที่มั่นใจว่าแม่ของเธอคือเจ้าของร้านนี้
“ว่าแต่หนูเป็นใครกัน ฉันยังไม่รู้จักหนูเลย”
“นู่นค่ะชื่อหนู” หนูน้อยชี้ไปยังป้ายร้าน เมฆินหันไปมองแล้วพบว่าร้านชื่อว่า ‘อาหาร & ขนมหวาน บ้านพริกแกง’
“พริกแกง?” เมฆินหันสายตากลับมาหาสาวน้อยตรงหน้า
“ใช่ค่ะ หนูชื่อพริกแกง เป็นลูกสาวแม่รินค่ะ” หนูน้อยพริกแกงตอบออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พริกแกง!”
ทันใดนั้น เสียงตกใจของเมรินก็ดังขึ้น ร่างบางรีบเดินเข้าไปดึงตัวลูกสาวด้วยความหวงแหน และแล้วสิ่งที่กลัวที่สุดก็เกิดขึ้น เมฆินได้เจอลูกสาวของเธอแล้ว ขอให้ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตว่าพริกแกงหน้าตาเหมือนเขาด้วยเถิด
“ออกมาทำอะไรลูก ไปเล่นที่หลังร้านก่อนนะคะพริกแกง แม่ดูแลลูกค้าเอง”
เมรินหันไปพูดกับลูกสาวพลางควบคุมสติของตนเอง ทั้งที่ใบหน้าถอดสี เมฆินเห็นหน้าพริกแกงแล้วจะต้องสงสัยแน่ ต่อจากนี้คงต้องรับมือกับเขาให้ดี
“คุงแม่งานยุ่ง หนูอยากช่วยคุงแม่” แม่หนูหันมาตอบคนเป็นแม่ เธอกลัวแม่เหนื่อย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แม่ทำได้ จำได้ไหมคะ พริกแกงไม่อยากให้แม่เหนื่อยต้องทำยังไง”
แม่หนูตัวอวบสีหน้าม่อยแล้วรีบบอก “ไม่ดื้อ ไม่ซน แค่เป็นเด็กดี แค่นี้ที่คุงแม่ต้องการค่ะ”
เมรินส่งยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนให้ลูกสาว “ใช่แล้วจ้า”
พริกแกงฟังคำแม่อย่างว่าง่าย แต่ก็ไม่วายหันมาล่ำลาลูกค้าที่เห็นเธอแล้วตกใจนึกว่าเจอนางฟ้า “คุงอาขา แล้วเจอกันใหม่นะคะ บ๊ายบายค่ะ”
“เราต้องเจอกันอีกแน่ครับ นางฟ้าตัวน้อย”
เมฆินไม่อยากให้แกไปจากตรงนี้เลย อยากพูดคุยกับพริกแกงต่อ แต่ในสถานการณ์นี้ก็จำใจต้องปล่อยเด็กน้อยไปก่อน สายตาคมมองตามร่างอวบๆ ไปแล้ววกกลับมาจ้องหน้าอดีตเมียก็ไม่ใช่ คู่นอนก็ไม่เชิง แต่เคยลึกซึ้งกันไปแล้ว
“นั่นลูกสาวเธอเหรอ” เขาไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง รีบเอ่ยถามเมรินทันที
“ใช่ค่ะ ลูกฉันเอง” เมรินตอบเพียงสั้นๆ แต่ในใจก็เกรงกลัวเมฆินเหลือเกิน เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเขามีอิทธิพลมากแค่ไหน
“ลูกเธอ แล้วใช่ลูกฉันด้วยไหม” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงดุดัน ถามตรงๆ แบบต้องการคำตอบ ไม่อยากอ้อมโลกแล้ว เขาต้องการความจริงจากปากเมรินเดี๋ยวนี้ เพราะหากเป็นลูกตนเองจริง ก็เท่ากับว่าเธอใจดำมากที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้เขารู้เลย
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ลูกนายเหมือง” เมรินตอบสวนทันที แม้ลึกๆ จะกลัวมากแค่ไหน แต่ก็ต้องโกหกออกไปเพราะไม่อยากวุ่นวายกับคนอย่างเขาอีก
“แล้วลูกใคร?” เมฆินยังคงกดดันเธอให้จนมุมให้ได้ แม้หญิงสาวจะปฏิเสธ แต่เขาก็ไม่ได้โง่ ใครเห็นพริกแกงก็ต้องรู้ว่าเป็นลูกเขา
“เอ่อ คือ…” เมรินอ้ำอึ้งด้วยความหวาดกลัว อีกทั้งไม่คิดว่าจะเจอคำถามนี้ แล้วตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผู้ชายที่เธอเคยมีสัมพันธ์สวาทก็มีคนเดียวคือ
‘ไอ้ผู้ชายปากหมา เถื่อนถ่อยตรงหน้านี่แหละ’
