บทที่ 10 10

“ในเมื่อเขาอยากถอนหมั้น จะไปรั้งเขาไว้ทำไมครับ และที่สำคัญน้องหนูเขาก็มีคนรักอยู่แล้วด้วยครับ” ชายหนุ่มได้ทีพูดพร้อมหาเหตุผลมาสำทับทั้งที่ไม่มีมูลความจริง

“จริงหรือหนูดา?” นางหันมาจับมือว่าที่ลูกสะใภ้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ ทำไมนางถึงไม่ระแคะระคายเรื่องนี้มาก่อน

“เปล่าค่ะ ดายังไม่มีคนรัก” หญิงสาวบอกไปตามความสัตย์จริง

เมื่อภาคภูมิได้ยินคำปฏิเสธ เขาถึงกับขบกรามแน่นเป็นสันนูนด้วยความโมโห เมื่อวันก่อนเขายังได้ยินเต็มสองหู ว่าเธอบอกรักไอ้ผู้ชายคนนั้นที่ร้านอาหารอยู่เลย แต่วันนี้กลับหน้าด้านปฏิเสธว่าไม่มีใครอีก

“นั่นไง หนูดาไม่ได้มีคนรักอย่างที่เรากล่าวหาสักหน่อยตาภาค ป้าขอสั่งห้ามหนู ห้ามพูดถึงเรื่องถอนหมั้นอีก ไม่งั้นป้าโกรธจริงๆ” คุณหญิงจิตสุภากล่าวข่มขู่สาวน้อยด้วยน้ำเสียงขึงขัง

“แต่ผมมีคนรักอยู่แล้วนะครับ คุณแม่ก็น่าจะทราบดี  จะมายัดเยียดผู้หญิงคนนี้ให้ผมอีกทำไม” ชายหนุ่มประกาศเสียงกร้าว อย่างไม่คิดแคร์ความรู้สึกคนฟังเลยสักนิดเดียว

“คุณป้าคะ” กรรดาภรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในเมื่อเขาประกาศออกมาชัดเจนขนาดนี้ เธอจะหน้าด้านหมั้นต่อไปให้เจ็บปวดอีกทำไมกัน

“หนูดา พาป้าออกไปเดินเล่นหน่อยสิลูก” คุณหญิงจิตสุภาพูดตัดบท แกล้งทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่บุตรชายพูดออกมา

“อ้อ แกไม่ต้องตามออกไปล่ะตาภาค แล้วแม่จะกลับมาชำระความ” นางทราบดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือบุตรชายของนางอย่างแน่นอน “ไปเถอะจ้ะหนูดา” นางหันมาพูดกับว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงที่แสนอ่อนโยน ช่างแตกต่างจากบุตรชายราวฟ้ากับเหว

“ค่ะคุณหญิงป้า” หญิงสาวลุกขึ้นประคองพาคุณหญิง     จิตสุภาเดินออกไปที่ด้านหลังคฤหาสน์เงียบๆ ไม่ปริปากพูดอะไร จนนางหยุดเดิน ก่อนหันไปมองหน้าอีกฝ่าย

“อย่าไปสนใจคำพูดของพี่เขาเลยนะหนูดา”

“แต่คุณหญิงป้าคะ ในเมื่อพี่ภาคเขามีคนรักอยู่แล้ว ทำไมคุณหญิงป้าต้องบังคับให้พี่ภาคหมั้นกับดาด้วยล่ะคะ” เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นด้วยความแปลกใจระคนสงสัย

“เดี๋ยวป้าจะเล่าให้ฟังทั้งหมด พาป้าไปนั่งตรงศาลาริม    สระบัวหน่อยสิหนูดา”

“ค่ะคุณหญิงป้า” กรรดาภรณ์พาคุณหญิงจิตสุภาไปที่ศาลาตามความประสงค์ ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ

“หนูดาคงสงสัยใช่มั้ย ว่าทำไมป้าถึงกีดกันไม่ให้ตาภาคคบแม่ผู้หญิงคนนั้น แถมยังเผด็จการบังคับให้ตาภาคหมั้นกับหนู” คุณหญิงจิตสุภาหันมาเริ่มต้นพูด ขณะที่หญิงสาวพยักหน้าตามพลางส่งยิ้มแหยๆ กับประโยคสุดท้าย เท่านั้นแหละนางถึงกับสะบัดเสียงใส่ว่าที่ลูกสะใภ้ราวกับเง้างอน

“เอ่อ...คุณหญิงป้าขา”

“ที่ป้าทำลงไปเพราะความหวังดี ไม่อยากให้พี่น้องต้องมาฆ่ากันเพราะผู้หญิงคนเดียว” คำบอกเล่าที่ออกมาจากปากของคุณหญิงจิตสุภานั้น ทำให้ดวงตาคนฟังถึงกับขยายกว้าง

“พี่น้องเหรอคะ” เธอเอ่ยถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่าฟังไม่ผิด

“ใช่ลูก”

“หมายความว่ายังไงคะคุณหญิงป้า ดาไม่เข้าใจ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างสงสัย

“มาริษาเขาเคยคบหากับตาภัคมาระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทิ้ง ตาภัคมาหาตาภาคสิจ๊ะหนูดา”

“หา! อะไรนะคะ พี่ภัคคบกับคุณมาริษามาก่อน แล้วพี่ภาครู้เรื่องนี้หรือเปล่าคะ” หญิงสาวเผลออุทานเสียงหลงออกมา

“ก็ไม่รู้น่ะสิหนูดา ตาภัคปิดปากเงียบไม่บอกใคร” คุณหญิงจิตสุภากล่าวออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อยใจ รู้สึกสงสารบุตรบุญธรรมไม่น้อย

“โธ่ พี่ภัคน่าสงสารจังนะคะ เธอคงเสียใจมากสิคะ”         กรรดาภรณ์เกิดความรู้สึกสงสารภัคพงศ์ขึ้นมาจับใจ ถึงว่าสินะ นัยน์ตาเขาถึงดูเศร้าๆ ตลอดเวลา

“ป้าอ่านใจเขาไม่ออกจริงๆ หนูดา แม้แต่ตอนเจอหน้าแม่มาริษา เขาก็ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะแบบนี้ ป้าถึงบังคับให้ตาภาคหมั้นกับหนูไงลูก ไม่อยากให้พี่น้องต้องมาฆ่ากันตายเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว”

“คุณหญิงป้าคิดว่าทำแบบนี้ จะทำให้คุณมาริษาหันกลับไปหาพี่ภัคได้เหรอคะ”

“ป้าไม่ได้คาดหวังให้ผู้หญิงคนนั้นกลับไปหาตาภัค แต่ป้าต้องการให้แม่ผู้หญิงคนนั้นออกจากวงจรชีวิตลูกชายป้า ไปให้พ้นๆ เพราะแม่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีแค่ตาภัคกับตาภาคนะหนูดา ยังมีนักธุรกิจหนุ่มอีกคนที่เลี้ยงดูปูเสื่อแบบลับๆ ป้าเองก็ไม่รู้ว่าใคร”

“ตายจริง คุณมาริษาเธอไม่น่าจะ...” กรรดาภรณ์แทบไม่เชื่อว่าผู้หญิงหน้าหวานๆ เรียบร้อยอย่างมาริษาจะทำตัวแบบนี้

“เรียบร้อยๆ แบบนั้นแหละ ร้ายลึกเชียวละหนูดา สัญญากับป้านะลูก ว่าจะไม่ถอนหมั้นกับพี่เขา” คุณหญิงจิตสุภาหันมากุมมือหญิงสาวแกมขอร้อง

“เอ่อ...แต่ว่าพี่ภาคคงเกลียดดามาก ที่เป็นตัวมารขัดขวางความรักของเขานะคะ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ

“ป้าเชื่อว่าความดีงามที่มีอยู่ในตัวของหนูดา จะทำให้ตาภาครักได้ไม่ยาก” นางเอื้อมมือไปทาบบนหลังมือเรียวของว่าที่ลูกสะใภ้ หวังพูดปลุกปลอบใจ

“ดาไม่แน่ใจค่ะ” หญิงสาวฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา เธอไม่รู้ว่าจะทนความใจร้ายของภาคภูมิได้นานสักแค่ไหน

“ป้าเชื่อว่าหนูต้องทำได้ลูก” คุณหญิงจิตสุภาเข้าไปสวมกอดกรรดาภรณ์ด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของภาคภูมิ อยากรู้ว่ามารดาคุยอะไรกับยัยเด็กดื้อของเขากันนะ

“ไงไอ้เสือ ทำไมถึงหนีกลับมาก่อนฮึเรา” ภัคพงศ์เดินเข้ามาทักน้องชายที่เดินวนไปมา คอยชะเง้อมองออกไปที่ด้านหลังคฤหาสน์ตลอดเวลา

“ก็งานที่บริษัทน่าเบื่อนี่ครับ ว่าแต่ตำแหน่งที่ผมฝากให้พี่ภัคช่วยหาให้ษา ได้หรือเปล่าครับ” คำถามของภาคภูมิทำเอาสายตาของภัคพงศ์ไหววูบไปชั่วแวบหนึ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป