บทที่ 11 11
“อืม...มีแต่ตำแหน่งพนักงานเสมียนเท่านั้นที่ขาดอยู่” ภัคพงศ์กล่าวเสียงเรียบ
“เฮ้ย! พี่ภัค หาตำแหน่งสูงๆ กว่านี้ได้มั้ยครับ” ภาคภูมิถึงกับทำหน้ายุ่งกับตำแหน่งที่พี่ชายหยิบยื่นให้แก่แฟนสาวตน
“อะไรกันตาภาค ร้องเสียงดังไปถึงข้างนอกอย่างกับใครเป็นอะไรอย่างนั้นแหละ” คุณหญิงจิตสุภากล่าวตำหนิบุตรชายคนเล็กอย่างไม่ชอบใจนัก
“ก็พี่ภัคสิครับคุณแม่ จะให้ษาเขาไปทำงานในตำแหน่งเสมียน” ภาคภูมิได้ทีเข้าไปฟ้องมารดา
“ฮึ! งานแค่นี้ทำไม่ได้ ก็ไปหางานที่สบายๆ ทำเองแล้วกัน แม่ผู้หญิงของแกถนัดนักไม่ใช่เหรอ” นางอดที่จะเหน็บแนมมาริษาไม่ได้ ยังไม่ทันไร บุตรชายนางก็ต้องมาทะเลาะกันเพราะผู้หญิงคนนี้
“เอ่อ...คุณหญิงป้าคะ ดาขอตัวกลับก่อนนะคะ” กรรดาภรณ์สะกิดแขนคุณหญิงจิตสุภาเบาๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่กล่าวตำหนิภาคภูมิไปมากกว่านี้
“อ้าวจะกลับแล้วเหรอหนูดา อยู่กินข้าวมื้อเย็นก่อนสิจ๊ะ”
“นั่นสิครับน้องดา” ภัคพงศ์กล่าวชักชวนหญิงสาวอย่างกระตือรือร้น จนภาคภูมิรู้สึกผิดสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากล
“แต่ว่า...ดา” หญิงสาวอ้ำอึ้งแอบชำเลืองตามองคู่หมั้นหนุ่ม กลัวเขาจะไม่พอใจ ซึ่งก็เป็นเช่นอย่างที่เธอคิดไว้จริงๆ เขามองเธอด้วยสายตาแข็งกร้าวอย่างไม่เป็นมิตร
“ไม่ต้องไปสนใจคนพาลแถวนี้หรอกหนูดา บ้านหลังนี้เป็นบ้านของป้ากับคุณลุง ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาแสดงความไม่พอใจทั้งนั้น ไปเถอะลูก” นางกล่าวพร้อมสะบัดค้อนใส่บุตรชายคนเล็กด้วยความหมั่นไส้ มีเพชรแท้อยู่ในมือกลับไม่เห็นค่า
“ค่ะคุณหญิงป้า” กรรดาภรณ์เดินตัวลีบตามท่านออกไป
“ดูคุณแม่สิพี่ภัค คอยให้ท้ายยัยเด็กนั่น ผมจะพูดหรือทำอะไรก็ผิดในสายตาท่านไปหมด” ภาคภูมิหันมาตัดพ้อกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
“ถ้านายทำใจเปิดรับน้องดามากกว่านี้ นายจะไม่พูดคำนี้ออกมา” ภัคพงศ์ไม่ได้เข้าข้าง แถมยังกล่าวเตือนสติน้องชายต่างสายเลือด ก่อนเดินขึ้นไปที่ห้องนอนปล่อยให้ภาคภูมิยืนฮึดฮัดขัดใจอยู่เพียงลำพัง
เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม คุณหญิงจิตสุภาจึงโทรศัพท์ไปชักชวนทอฝันเพื่อนสนิทของกรรดาภรณ์เพื่อไปเป็นเพื่อนนางที่คอนโดฯ หรูของภัคพงศ์ ซึ่งขณะนี้มาริษาได้มาอาศัยพักอยู่ชั่วคราว โดยการมาครั้งนี้ได้ปิดเป็นความลับ ไม่ให้ใครล่วงรู้ แม้แต่ตัวว่าที่ลูกสะใภ้ของนาง
“คุณหญิงป้าแน่ใจนะคะ ว่านางจะไม่ไล่เราออกจากห้อง” ทอฝันกล่าวอย่างหวาดๆ
“ลองมาไล่สิ ป้านี่แหละจะไล่หล่อนออกจากห้องแทบไม่ทัน” คุณหญิงจิตสุภาเชิดหน้าขึ้นตอบ เมื่อนึกถึงใบหน้าของมาริษายามแสดงสีหน้าอวดดีใส่ตน
“ค่ะคุณหญิงป้า ห้องเก้าศูนย์สามใช่มั้ยคะ” ทอฝันประคองนางไปหยุดตรงห้องพัก ก่อนหันมาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่จ้า หนูฝันลองกดกริ่งดูซิ ไม่รู้ว่าแม่นั่นจะอยู่หรือเปล่า”
“ค่ะคุณหญิงป้า” ทอฝันเอื้อมมือไปกดกริ่งที่หน้าห้องพัก รออยู่พักใหญ่กว่าเจ้าของห้องจะเดินออกมาเปิดในสภาพผมเผ้ารุงรัง มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กพันกายแทบปิดไม่มิด
“อุ๊ยต๊ายตาย! อกอีแป้นจะแตก” คุณหญิงจิตสุภายกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับทอฝันถึงกับยืนอึ้ง นี่เหรอผู้หญิงที่ภัคพงศ์เคยรัก ไม่รู้เขาโง่หรือตาบอดกันแน่
“มีอะไรคุณหญิง ถึงได้บุกมาถึงที่นี่” มาริษากล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนๆ โดยไม่สนใจว่านี่คือมารดาของคนรัก
“ไร้มารยาท ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วออกมาคุยกับฉันที่ห้องรับแขก” นางตวัดสายตามองคนรักของบุตรชายอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“ค่ะ” มาริษากัดฟันพูด และสะบัดหน้าเดินเข้าไปภายในห้องนอน
“ดูสิหนูฝัน แบบนี้ไม่รู้ตาภัค ตาภาคหลงไปได้ยังไง” นางอดที่จะบ่นกับเด็กสาวไม่ได้
“นั่นสิคะคุณหญิงป้า เอ่อ...ฝันว่าเราเข้าไปนั่งรอเธอที่ห้องรับแขกดีกว่าค่ะ” ทอฝันพาคุณหญิงจิตสุภาเข้าไปนั่ง ก่อนที่ท่านจะเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน ทั้งคู่นั่งรอมาริษาเพียงไม่นาน เธอก็เดินเฉิดฉายเข้ามานั่ง
“ไม่ทราบว่าคุณหญิงมีอะไรกับดิฉันเหรอคะ” มาริษาเปิดฉากถามมารดาคนรักทันที
“ฉันอยากมาตกลงกับเธอเรื่องตาภาค”
“ฉันไม่มีอะไรตกลงกับคุณหญิงทั้งนั้น” มาริษารีบปฏิเสธ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อตัวเธอเป็นแน่
“แต่ฉันมี! เท่าไหร่” นางเอ่ยขึ้นมาโดยไม่ให้เสียเวลาสักนิด
“อะไรคะ” มาริษาแกล้งตีหน้าซื่อ จนคุณหญิงต้องกำมือทั้งสองข้างไว้แน่น เพื่อระงับสติอารมณ์
“นี่! อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย ตกลงเธอจะเอาเท่าไหร่ แลกกับการออกจากชีวิตลูกชายของฉัน”
“ไม่! อย่าคิดว่าจะเอาเงินมาฟาดหัวฉันง่ายๆ คุณหญิง จิตสุภา” มาริษาเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธ เศษเงินอันน้อยนิดของคุณหญิงไฮโซที่หยิบยื่นมาให้ นั่นคงเทียบไม่ติดกับมรดกมหาศาลที่เป็นของภาคภูมิ
“ฉันให้เธอไปคิดทบทวนดู ว่าเธอจะจากตาภาคไปอย่างสวยงาม หรือว่าต้องจากไปโดยไม่เหลืออะไร และอย่าคิดว่าฉันโง่ ไม่รู้กำพืดของเธอ ฉันให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ แล้วค่อยมาให้คำตอบฉัน เรากลับกันเถอะหนูฝัน” เมื่อคุยธุระเสร็จสิ้น คุณหญิงจิตสุภาหันมาชักชวนทอฝันกลับ
“ค่ะคุณหญิงป้า” ทอฝันเข้าไปประคองพาคุณหญิงจิตสุภาออกไปจากห้องพัก ในระหว่างที่เดินออกจากลิฟต์ ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างที่คุ้นตากำลังเดินเข้าไปในลิฟต์อีกตัวหนึ่ง
“เอ๊ะ...นั่นมัน” เรียวปากบางขมุบขมิบเบาๆ
“อะไรเหรอจ๊ะหนูฝัน” คุณหญิงจิตสุภาหันมาถามเด็กสาวด้วยความสงสัย
“เอ่อ...พอดีฝันลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่โซฟาค่ะคุณหญิงป้า” ทอฝันจำเป็นต้องโกหก เพื่ออยากขึ้นไปให้เห็นกับตาว่าภัคพงศ์มาทำอะไรที่นี่
