บทที่ 3 ธนภัทร เราหย่ากัน

ทันทีที่การประมูลสิ้นสุดลง พิมพ์ลดาก็เตรียมตัวจะกลับ

เดี๋ยวก็จะเป็นเวทีของธนภัทรแล้ว เธอที่เป็นแค่นายหญิงตัวปลอมอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่มีความหมายอะไร

“นายหญิงจะกลับแล้วเหรอครับ” นักข่าวที่ถือกล้องอยู่ทักทายเธอ

พิมพ์ลดาโบกมือ “ใช่ค่ะ พวกคุณสนุกกันต่อนะคะ”

ธนภัทรที่กำลังพูดคุยกับลูกค้าสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางฝั่งของพิมพ์ลดา เขาจึงส่งสัญญาณให้ธีระวัชอย่างเงียบๆ

ไม่นาน ธีระวัชก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพิมพ์ลดา

“นายหญิงครับ คุณธนภัทรให้ท่านกลับไปหาเขาครับ” ธีระวัชเอ่ยขึ้นอย่างลังเล “คือว่า... เดี๋ยวสื่อจะถ่ายรูปน่ะครับ”

“ไปบอกเขาว่าฉันไม่ว่าง” พิมพ์ลดาตอบกลับอย่างเย็นชา

ธีระวัชตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“พิมพ์ลดา เธอไม่รู้เรื่องไวน์ ก็อย่าประมูลมั่วซั่ว” เสียงของธนภัทรดังมาจากด้านหลัง น้ำเสียงของเขาไม่พอใจ “ตอนนี้จะมางอนอะไรอีก”

เมื่อเห็นธนภัทร ธีระวัชก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด

อัญชิสาที่อยู่ข้างๆ เขาก็ช่วยพูดเสริมขึ้นมาว่า “พี่พิมพ์คะ หนูรู้ว่าตอนนี้พี่อารมณ์ไม่ดี แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะมางอนหรอกนะคะ”

พิมพ์ลดาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ อารมณ์ไม่ดีเหรอ?

ตอนนี้อารมณ์ของเธอดีสุดๆ ไปเลยต่างหาก!

“ฉัน...”

“แค่สองร้อยล้านเองน่า ก็เหมือนน้ำบวยเดียวตักในทะเลกว้าง จะไปทำให้อารมณ์ดีๆ ของคุณพิมพ์เสียได้ยังไงกัน”

ชาติชายเดินเข้ามาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน พร้อมกับพูดต่อจากพิมพ์ลดา

ในงานเลี้ยงคืนนี้ สิ่งที่เขาสนใจที่สุดก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าธนภัทรกับผู้หญิงสองคนของเขา

พอเห็นธนภัทรพาอัญชิสาเดินไปทางออก เขาก็รีบลากศรัณย์ตามมาทันที

มีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้วไม่ดูนี่มันโง่บัดซบชัดๆ!

“ไวน์ชั้นเลิศต้องคู่กับสาวงาม สองร้อยล้านก็แค่เรื่องหย่อนใจ” ศรัณย์เอามือล้วงกระเป๋า จ้องมองพิมพ์ลดาไม่วางตา

อัญชิสาเพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอพูดผิดไป

คนที่อยู่ที่นี่ ใครบ้างไม่ใช่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีหน้ามีตา พิมพ์ลดายิ่งเป็นแก้วตาดวงใจของตระกูลทองแพ สองร้อยล้านสำหรับเธอก็แค่เรื่องจิ๊บจ๊อย!

มีเพียงเธอเท่านั้นที่เป็นปลาซิวปลาสร้อยตัวจริง ไม่เข้ากับคนกลุ่มนี้เลยสักนิด!

“อ๊ะ!” ชาติชายตบหน้าผากตัวเองทันที แล้วพูดกับอัญชิสาด้วยรอยยิ้มทะเล้นว่า “ได้ยินมาว่าคุณธนภัทรเพิ่งแต่งงานใหม่ สงสัยคนนี้คงจะเป็นนายหญิงสินะครับ”

“มะ ไม่ใช่ค่ะ ฉัน ฉันไม่ใช่...” อัญชิสาพูดตะกุกตะกัก หน้าแดงก่ำไปหมด

พิมพ์ลดากอดอก หางตาชี้ขึ้น ทำท่าเหมือนกำลังดูละคร

เพียงแต่ในฐานะที่เป็นหนึ่งในตัวละคร เธอก็ยังไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้อย่างสมบูรณ์

ธนภัทรมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะดึงเธอมาอยู่ข้างกายด้วยใบหน้าเย็นชา แล้วจับมือเธอขึ้นมาประสานนิ้วกันอย่างแน่นหนา

“คุณเข้าใจผิดแล้ว พิมพ์ลดาต่างหากที่เป็นนายหญิงของผม”

แม้ว่าธนภัทรจะตอบคำถามของชาติชาย แต่เขากลับพูดพลางจ้องไปที่ศรัณย์ ในแววตามีความเป็นปรปักษ์ฉายชัด

ตั้งแต่ตอนแรกที่เห็นศรัณย์เดินออกมาจากระเบียงพร้อมกับพิมพ์ลดา เขาก็ไม่ถูกชะตากับผู้ชายคนนี้แล้ว

จะรักหรือไม่รักพิมพ์ลดาก็เป็นอีกเรื่อง แต่การมาแอบส่องของที่เป็นของเขา เป็นสิ่งที่เขาทนไม่ได้

ชาติชายมองไปที่มือของทั้งสองคนที่จับกันอยู่ แล้วหันกลับไปมองศรัณย์ ก่อนจะพูดไกล่เกลี่ยว่า “ฮ่าๆ ขอโทษทีครับ ผมเห็นน้องสาวคนนี้อยู่ข้างคุณธนภัทรตลอดเลยเผลอคิดไปแบบนั้น”

“ในเมื่อไม่ใช่นายหญิง งั้นก็คงเป็นผู้ช่วยในงานเลี้ยงไวน์ของคุณธนภัทรสิครับ ตอนประมูลนี่เก่งมากเลยนะ”

พิมพ์ลดาอดขำไม่ได้ ส่วนอัญชิสาในตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ อับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

เธอมองไปที่ธนภัทรอย่างสิ้นหวัง

“ธีระวัช พาคุณอัญไปที่ห้องพัก”

“ครับ คุณธนภัทร”

พิมพ์ลดาพยายามจะดึงมือออกจากธนภัทร แต่ก็ไม่สำเร็จ

ธนภัทรมองชาติชายอย่างเย็นชา “ผมมีเรื่องจะคุยกับพิมพ์ ขอตัวก่อนนะครับ”

ชาติชาย: “ไม่เป็นไรครับ สองสามีภรรยามีอะไรก็คุยกันดีๆ นะ”

ธนภัทรลากพิมพ์ลดาไปยังมุมเล็กๆ ที่เงียบสงบ พอแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ แล้วจึงเอ่ยปากขึ้น

“แบบนี้มันสนุกมากเหรอ”

พิมพ์ลดาขี้เกียจจะสนใจเขา “ปล่อยมือ”

ธนภัทรขมวดคิ้ว พิมพ์ลดาคนก่อนแค่ได้อยู่ข้างๆ เขาก็มีความสุขไปหลายวันแล้ว ทำไมตอนนี้แค่จับมือถึงไม่พอใจล่ะ?

“รู้จักสถานะของตัวเองด้วย” เขาปล่อยมือ น้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้างนอกเธอยังเป็นผู้หญิงของธนภัทรคนนี้อยู่ อย่าไปโปรยเสน่ห์เรื่อยเปื่อยให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะ”

“เหอะ ธนภัทร นายหน้าหนาจริงๆ นะ นายพาอัญชิสามาที่นี่ ทำไมไม่เคยคิดถึงหน้าฉันบ้างเลย” พิมพ์ลดาแค่นหัวเราะ

“ฉันนึกว่าเธอจะไม่อยากมา” คำแก้ตัวของธนภัทรช่างดูไร้น้ำหนักสิ้นดี

เขาไม่ไว้หน้าพิมพ์ลดา ก็แค่ต้องการให้พิมพ์ลดาเข้าใจว่าเขาไม่ได้รักเธอ จะได้เลิกทำตัวน่ารำคาญเสียที

“ช่างมันเถอะ ยังไงนายก็ไม่ชอบฉันอยู่แล้ว ฉันเองก็ไม่อยากถูกคนอื่นนินทาลับหลัง งั้นก็หย่ากันเถอะ” พิมพ์ลดาพูดเสียงเย็น

ธนภัทรตกตะลึง “เธอเป็นอะไรไป อยู่ๆ มาบ้าอะไรขึ้นมา”

การแต่งงานของเขากับพิมพ์ลดามันคือการแต่งงานทางธุรกิจ มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง จะมาพูดหย่ากันง่ายๆ ได้ยังไง

พิมพ์ลดารู้ดีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

เธอมีตระกูลทองแพหนุนหลัง ธนภัทรไม่สามารถทำอะไรเธอได้ง่ายๆ

แต่เมื่อไหร่ที่ตระกูลทองแพตกต่ำลง เธอก็จะกลายเป็นตุ๊กตาไร้ประโยชน์ที่พร้อมจะถูกเขาทิ้งได้ทุกเมื่อ

ถึงตอนนั้นต่อให้เธอกลายเป็นศพอยู่ข้างทาง ธนภัทรก็คงไม่ชายตามองแม้แต่น้อย

ชาติที่แล้วก็เป็นแบบนี้ แต่ครั้งนี้ เธอจะไม่ทำผิดซ้ำอีก

พิมพ์ลดาพูดชัดถ้อยชัดคำอย่างใจเย็น “ธนภัทร เราหย่ากัน”

ธนภัทรไม่ยอมแน่นอน

พิมพ์ลดารู้สึกรำคาญ เธอไม่สนใจธนภัทรและบทสัมภาษณ์สื่อที่จะตามมาอีกแล้ว หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

วันรุ่งขึ้น

ข่าวที่พิมพ์ลดาคว้าแมคคัลแลน ปี 1926 ไปด้วยราคาสูงสุดในงานประมูลไวน์ที่สองร้อยล้านกลายเป็นประเด็นร้อนบนแพลตฟอร์มต่างๆ และสิ่งที่ขึ้นหน้าหนึ่งไปพร้อมกัน ก็คือภาพคู่สุดหวานของธนภัทรกับอัญชิสา

ความคิดเห็นข้างใต้มีแต่พวกที่ชอบดูเรื่องสนุกๆ ไม่สนใจว่าเรื่องจะบานปลายแค่ไหน

พิมพ์ลดามองดูอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าน่าเบื่อ

ขณะที่กำลังจะไปถอนเงิน ก็พบว่าเงินทุนส่วนใหญ่ของเธอถูกอายัด

เธอถึงนึกขึ้นมาได้ว่า ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะได้แต่งงานกับธนภัทร เธอถึงกับคลั่ง ทะเลาะกับกันตพงษ์และจันทร์เพ็ญอย่างหนัก

แม้สุดท้ายจะได้แต่งงานสมใจ แถมยังบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจได้ แต่พ่อแม่ของเธอก็ยังไม่หายโกรธ

คราวนี้แย่เลย!

พิมพ์ลดาปวดหัว ทางฝั่งธนภัทรคงเป็นไปไม่ได้แล้ว

ทันใดนั้น ใบหน้าหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

“ใช่แล้ว ไปหาศรัณย์!”

ในแวดวงเฉพาะของพวกเขาแบบนี้ ที่ที่สะดวกที่สุดในการหาคนก็คือที่นี่แหละ

พูดแล้วก็ทำทันที พิมพ์ลดารีบให้คนช่วยติดต่อศรัณย์ และนัดเขาออกมาโดยอ้างว่าจะเลี้ยงเหล้าสักแก้ว

ภายในบาร์หรู เสียงดนตรีแจ๊สเบาๆ ลอยละล่องอยู่ในอากาศ กลิ่นหอมของแอลกอฮอล์อบอวลไปทั่ว

“สองท่านครับ นี่คือแบล็คออบซิเดียนกับโกลเด้นแฟนตาซีที่คุณพิมพ์สั่งให้ เชิญดื่มตามสบายครับ”

บาร์เทนเดอร์วางแก้วเหล้าลงตรงหน้าศรัณย์และชาติชายอย่างสุภาพ

สำหรับการปรากฏตัวของชาติชาย พิมพ์ลดาไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย

เธอยิ้มให้พวกเขาทั้งสองอย่างสุภาพ แล้วเข้าประเด็นทันที “คุณศรัณย์ ขอยืมเงินสองร้อยล้านค่ะ”

“แค่ก แค่กๆ!” ชาติชายสำลักจนไอไม่หยุด “คุณพิมพ์ นี่คุณจะทำอะไรครับ”

ลูกสาวคนเดียวของตระกูลทองแพผู้มีทรัพย์สินนับแสนล้านเนี่ยนะ จะมาขอยืมเงินจากพวกเขา

ต้องมีแผนการอะไรแน่ๆ!

พิมพ์ลดายกเหล้าขึ้นจิบ ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “สองร้อยล้านก็แค่เรื่องหย่อนใจ เงินแค่นี้สำหรับพวกคุณ คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรใช่ไหมคะ”

ผู้หญิงคนนี้เป็นนางจิ้งจอกแปลงกายมาหรือไง ชาติชายถึงกับเดาะลิ้น

ศรัณย์จิบเหล้าเบาๆ “รสชาติดี”

วินาทีต่อมา สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่พิมพ์ลดา “ขอเหตุผล”

“เท่าที่ฉันทราบ ธุรกิจของคุณศรัณย์ดำเนินงานอยู่ในต่างประเทศมาตลอด แต่ช่วงสามปีมานี้กลับค่อยๆ ย้ายมาที่เมืองเอ”

พิมพ์ลดาแกว่งแก้วไวน์ในมือเบาๆ “คุณศรัณย์คงอยากจะฟอกขาวธุรกิจสีเทาพวกนั้นใช่ไหมคะ”

ชาติชายถึงกับอึ้ง เขาเหลือบมองศรัณย์แวบหนึ่ง

คราวนี้โดนจิ้งจอกจ้องเล่นงานเข้าจริงๆ แล้ว

แต่ว่า... คุณพิมพ์คนนี้รู้เรื่องเยอะเกินไปแล้วหรือเปล่า?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป