บทที่ 4 คนที่ต้องทบทวนคือคุณ
ใต้แสงไฟอันนุ่มนวล แก้วไวน์ที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับอัญมณีล้ำค่า
ศรัณย์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา “คุณผู้หญิง พูดแบบนี้ก็ดูจะร้ายแรงไปหน่อยนะครับ”
ชาติชายรีบพูดเสริมขึ้นมาว่า “ใช่แล้ว พวกเราเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมายกันทั้งนั้น!”
"ขออภัยค่ะ" พิมพ์ลดาพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอโทษ "เมื่อสักครู่นี้เป็นแค่การคาดเดาของฉันเองค่ะ"
“อย่างมากฉันก็เป็นแค่คุณหนูที่ถูกตามใจจนเคยตัว ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ บางทีฉันควรจะไปถามความเห็นของคุณธนภัทรดูดีไหมคะ?”
ในความทรงจำของพิมพ์ลดา อีกไม่นานธุรกิจของศรัณย์ก็จะเติบโตอย่างรวดเร็วจนครองพื้นที่ครึ่งหนึ่งของเมือง เอ หากตอนนี้เธอนำข้อมูลนี้ไปบอกธนภัทร มีหรือที่ธนภัทรจะนิ่งเฉยดูดาย
ชาติชายเป็นคนใจร้อน พอได้ฟังก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของพิมพ์ลดาในทันที “อย่ามาเล่นไม้นี้นะ ไม่นึกเลยว่าคุณหนูตระกูลทองแพจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้!”
“ก็ยังคงเป็นคำพูดเดิม ขอยืมเงินสองร้อยล้าน” พิมพ์ลดาใช้มือเท้าคางอย่างสง่างาม เธอจ้องมองศรัณย์แล้วพูดว่า “เงินของฉันถูกอายัดไว้ พอปลดอายัดแล้วจะรีบคืนให้ แน่นอนว่าเรื่องดอกเบี้ยไม่ขาดตกบกพร่องแน่”
เดี๋ยวก่อนนะ ตอนนี้คุณเป็นถึงคุณผู้หญิงของคุณธนภัทร ประธานแห่งเมือง A นะ เงินแค่สองร้อยล้าน เขาจะหามาให้ไม่ได้ยังไง?" ชาติชายมองเธออย่างระแวดระวัง "คุณไม่ได้มีแผนการร้ายอะไรอีกใช่ไหม?
“คุณชาติชายคงจะมองฉันสูงเกินไปแล้วค่ะ” พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงจริงใจ “ฉันขอรับประกันในนามของตระกูลทองแพว่า เงินก้อนนี้จะใช้จ่ายค่าไวน์ชั้นเลิศในงานประมูลขวดนั้นเท่านั้น ถ้าจำเป็น เราจะทำสัญญากันก็ได้ค่ะ”
“อ้อใช่ คุณธนภัทรเขาไม่สนใจความเป็นความตายของฉันหรอกค่ะ” มุมปากของพิมพ์ลดามีรอยยิ้มเยาะเย้ย เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อีกไม่นาน ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของเราก็จะจบลงแล้ว”
ศรัณย์เลิกคิ้ว แววตาคลุมเครือยากจะคาดเดา
ดวงตาของชาติชายเป็นประกาย ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านเริ่มทำงาน “พวกคุณเพิ่งจะแต่งงานกันไม่ใช่เหรอ จะหย่าเร็วขนาดนี้เลยเหรอ!”
พิมพ์ลดาส่งเสียงเหอะในลำคอ ไม่สนใจเขา
ในเมื่อคุณผู้หญิงพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าผมไม่ให้ยืมก็คงจะดูไม่ดี" ศรัณย์ลูบไล้แก้วไวน์เบาๆ แล้วตอบรับด้วยน้ำเสียงนิ่งสุขุม "สองร้อยล้าน ผมจะโอนให้คุณวันนี้เลย ส่วนสัญญาไม่ต้องหรอกครับ เงินเล็กน้อย อีกอย่าง ผมเชื่อใจคุณ"
ชาติชายอ้าปากค้าง เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าประโยคหลังจะหลุดออกมาจากปากของศรัณย์
“แกโดนของมารึไง?”
พิมพ์ลดารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก เธอชนแก้วกับศรัณย์แล้วยิ้ม “ขอบคุณคุณศรัณย์ที่เชื่อใจนะคะ ต่อไปถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยได้ บอกมาได้เลยค่ะ”
สายตาของชาติชายมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก “นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ แกไม่กลัวยัยนี่ร่วมมือกับธนภัทรมาหลอกเอาเงินแกรึไง?”
“จะกลัวอะไร?” ศรัณย์ทำหน้าสบายๆ
“วันนั้นพวกคุณก็เห็นแล้วนี่คะ ว่าความสัมพันธ์ของฉันกับเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่” พิมพ์ลดาดื่มไวน์ในแก้วรวดเดียวจนหมด “เป้าหมายของฉันสำเร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”
พูดจบ พิมพ์ลดาก็ส่งยิ้มอ่อนหวานให้ทั้งสองคน แล้วเดินจากไปอย่างสง่างาม
"ห้ะ นี่เธอไปแล้วเหรอ?" ชาติชายมองแผ่นหลังของพิมพ์ลดาที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป แล้วพูดอย่างหัวเสีย "แล้วแกอีกคน ขนาดสัญญายังไม่ยอมเซ็น เชื่อใจยัยนั่นเกินไปแล้วมั้ง? ดูท่าก็รู้ว่าไม่ใช่พวกธรรมดาๆ เลย!"
ศรัณย์ยักไหล่ แล้วดื่มเหล้าต่อ “ฉันเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง”
“แผนนางงามล่มเมืองเข้าใจไหม? ถ้าเธอเอาเงินแกไปฟอก แล้วตุกติกนิดหน่อยนะ แกเตรียมตัวโดนสองผัวเมียคู่นั้นรวบตึงได้เลย!” ชาติชายปวดหัวจนแทบระเบิด ปกติเป็นคนที่ระมัดระวังจะตาย ทำไมตอนนี้ถึงทำตัวเหมือนสมองกลับ?
“เธอไม่ทำหรอก”
ชาติชายรู้สึกคุ้นๆ ว่าเพิ่งได้ยินสามคำนี้จากปากของคนคนนี้เมื่อวาน
“อีกไม่นานเธอก็จะเป็นผู้หญิงของฉัน” ศรัณย์พูดต่อ
“ศรัณย์ แกบ้าไปแล้วเหรอ? ตื่นสิโว้ย! ทำไมแกต้องรีบไปเลี้ยงผู้หญิงให้ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นด้วยวะ?” ชาติชายฉุนขาด
ศรัณย์ไม่ใส่ใจ “โอนเงินมาภายในครึ่งชั่วโมง”
ชาติชายโกรธจัด “ไอ้เวรเอ๊ย!”
หลังจากออกจากบาร์ พิมพ์ลดาก็ฮัมเพลงเบาๆ กลับไปยังตระกูลวัฒนศิลป์ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีคนเดินตามเธออยู่ข้างหลัง
ธนภัทร มองดู รูปภาพที่เพิ่งถูกส่งมาในมือถือ แล้วนวดขมับอย่างเหนื่อยล้า
เขาพูดกับธีระวัชว่า “กลับบ้าน”
ธีระวัชชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
ไม่นานนัก ธนภัทรก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพิมพ์ลดา
“วันนี้เธอไปไหนมา?”
“ฉันจะไปไหน ต้องรายงานคุณธนภัทรด้วยเหรอคะ?”
พิมพ์ลดาตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
เธอไม่ใช่พิมพ์ลดาคนเดิมในชาติที่แล้ว เมื่อต้องเผชิญกับความห่วงใยที่มาอย่างกะทันหันของธนภัทร ตอนนี้เธอรู้สึกเพียงแค่ความรำคาญ
ธนภัทรแสดงสีหน้าไม่พอใจ พูดอย่างขุ่นเคือง “ฉันเตือนเธอแล้วนะ ว่าอย่าไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นให้มากนัก เธออยากจะทำให้เรื่องมันดูแย่ลงกว่านี้รึไงถึงจะพอใจ?”
เมื่อนึกถึงรูปคู่ของธนภัทรกับอัญชิสาที่ถูกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง พิมพ์ลดาก็หัวเราะเยาะออกมา กำลังจะพูดจาถากถาง แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“คุณส่งคนมาสะกดรอยตามฉัน?”
“ใช่” ธนภัทรยอมรับอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงแข็งกร้าว “เธอไม่ควรจะอธิบายหน่อยเหรอว่าทำไมถึงไปเจอกับสองคนนั้น?”
พิมพ์ลดาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าดีๆ ให้เขาเช่นกัน “เจอคนคอเดียวกัน ชวนพวกเขาดื่มสักแก้วไม่ได้เหรอคะ?”
ธนภัทรข่มความโกรธในใจ “เมื่อก่อนฉันไม่เห็นจะรู้เลยว่าเธอชอบดื่มเหล้าขนาดนี้?”
“ระหว่างฉันกับพวกเขาไม่มีอะไรกันทั้งนั้น ไม่เกิดข่าวใหญ่โตหรอกค่ะ” สายตาของพิมพ์ลดาเย็นชา “คุณไม่ต้องกังวลว่าจะเสียคู่ค้าไปเพราะข่าวฉาวของฉันหรอก”
“เทียบกับฉันแล้ว คุณควรจะพิจารณาตัวเองก่อนดีกว่านะคะ”
ธนภัทรถูกต้อนจนพูดไม่ออก
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปากว่า “งานเลี้ยงนานาชาติคืนนี้ ฉันจะพาเธอไป”
“แล้วอัญชิสาล่ะคะ?”
ธนภัทรเลิกคิ้ว เขาคิดว่าพิมพ์ลดาจะมีปฏิกิริยาที่กระตือรือร้นกว่านี้ “เธอเป็นคุณผู้หญิงของฉัน เธอไป เขาก็ไม่ต้องไป”
พิมพ์ลดานิ่งเงียบ
ชาติที่แล้ว เพื่อที่จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงนี้ เธอทะเลาะกับธนภัทรอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ยังคว้าโอกาสนี้มาไม่ได้ กลับกันเป็นอัญชิสาที่ใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับบุคคลสำคัญระดับนานาชาติมากมาย ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้เธอในการไปเรียนต่อต่างประเทศในอนาคต
แรงสั่นจากมือถือขัดจังหวะความทรงจำของพิมพ์ลดา
เธอก้มลงมอง ศรัณย์โอนเงินมาให้แล้ว
อารมณ์ของพิมพ์ลดาก็ปลอดโปร่งขึ้นมาทันที “ได้สิคะ ฉันจะไปกับคุณ”
ยังไงซะ การเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ก็มีประโยชน์กับเธอมากมาย เธอคงจะได้รู้จักใครสักคนที่ช่วยในการทำธุรกิจของเธอในอนาคตได้บ้าง
สีหน้าของธนภัทรผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เพียงแต่พิมพ์ลดาคนก่อนที่เคยพยายามเอาอกเอาใจเขาทุกวิถีทางดูเหมือนจะหายไปแล้ว พิมพ์ลดาคนปัจจุบัน แม้แต่รอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงก็ไม่เคยมีให้เขา
แต่ก็ยังดี ที่พิมพ์ลดาไม่ได้พูดเรื่องหย่ากับเขาอีก
ก่อนงานเลี้ยงจะเริ่ม อัญชิสาก็ลองชุดราตรีอยู่ในหอพักอย่างร่าเริงแล้ว
“อัญ เธอใส่ชุดใหม่ตัวนี้แล้วสวยมากเลย เหมือนเจ้าหญิงแห่งท้องทะเลเลย”
“จริงด้วย ไม่แปลกใจเลยที่แฟนเธอจะหลงหัวปักหัวปำขนาดนี้!”
“อัญ เธอโชคดีจังเลยนะ! แฟนทั้งรวยทั้งมีอำนาจ แถมยังตามใจขนาดนี้อีก เมื่อไหร่จะพาพวกเราไปเจอเขาบ้างล่ะ จะได้ขอแบ่งบุญวาสนาจากเธอบ้าง”
อัญชิสาถูกเพื่อนร่วมห้องสามคนรุมพูดจาเอาใจ ในใจก็อดที่จะเขินอายและภูมิใจไม่ได้ จนรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
เสียงเพลงที่เพื่อนร่วมห้องเปิดดังกลบเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเธอจนไม่ได้ยิน
จนกระทั่งเธอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กลับมานั่งที่โต๊ะแล้วเปิดมือถือดู ถึงได้เห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับจากธีระวัชสามสายและข้อความหนึ่งข้อความ
ข้อความเขียนว่า: อัญชิสา คุณธนภัทรให้ผมแจ้งคุณว่า งานเลี้ยงคืนนี้คุณไม่ต้องมาแล้วนะครับ
