บทที่ 4 ตอนที่ 4
ในขณะไอติมพึ่งจะอ่านหนังสือจบไปอีกบทเพื่อทบทวนความจำ แล้วทำสรุปง่ายๆที่เข้าใจเองได้ก่อนเดินไประเบียงยืนบิดตัวคลายเมื่อย ตอนนี้จะห้าทุ่มแล้วเธอง่วงจนลืมตาแทบไม่ขึ้น เธอเป็นคนนอนเร็วมากปรกติสี่ทุ่มคือหลับแล้ว แต่ถ้าไปเที่ยวมันก็อีกเรื่องหนึ่งเพราะว่ามีคนคุยสนุกเฮฮาจนลืมเวลาเลย ซึ่งเธอเป็นพวกเงียบๆนะไม่ค่อยเที่ยวเท่าไร ก่อนที่เธอจะนอนก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนต้องกดอ่านดูนึกแปลกใจนิดหน่อยนะ
เสี่ยฮาย : นอนยังครับ สนใจมาทานอาหารรอบดึกไหม?
ไอติม : ไม่ไหวแล้วค่ะง่วงมาก
เสี่ยฮาย : เสียดายจัง งั้นคืนนี้ฝันถึงด้วยนะ
ไอติม : คงเป็นฝันดีแน่เลย งั้นเจอกันในฝันนะคะ
เสี่ยฮาย : ครับ ฝันดี
เธอว่างโทรศัพท์ลงยิ้มกว้างออกมาอย่างหยุดไม่อยู่แล้วมองไปที่กีต้าร์ที่ช่วยกันเลือก
ทำไมถึงรู้สึกดีแบบนี้นะ!
เช้าวันต่อมาดิวเดินมานั่งกินโจ๊กกับเพื่อนอยากจะถามเรื่องเสี่ยฮายจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เธอก็ว่าแล้วทำไมเสี่ยฮายมองเพื่อนเธอแปลกๆที่ไหนได้แอบรักนี่เองแต่เจ้าตัวรู้รึยังเถอะ
“มองหน้าขนาดนี้จะถามอะไรรึเปล่า?” เพื่อนมองเธอเหมือนคิดอะไรอยู่
“ก็เรื่องของเสี่ยฮายไง แกรู้แล้วใช่ป่ะ?” ลุ้นมากเลยจ้ารีบตอบเถอะเพื่อนรัก
“เขาก็เป็นคนน่ารักไง แกจะบอกอะไรรึเปล่า? หรือว่าเขาชวนไปเที่ยว” จะถามเรื่องอะไรทำไมไม่รู้ละ อาการของดิวออกขนาดนี้ แต่เธอจะยังไม่ตอบหรอกเดี๋ยวจะพากันชงหนักจนอึดอัดเปล่าๆ ของบางอย่างเงียบๆไว้ก็ดีกว่าเปิดเผย
“ก็อื้ม...” ไอติมไม่รู้จริงดิ!!
ไอตินนั่งกินโจ๊กไปอย่างอารมณ์ดีแต่ว่าพูดแล้วก็นึกถึงเลยส่งไลน์ไปมอร์นิ่งสักหน่อยดีกว่า เสี่ยฮายเป็นคนนิสัยยังไงนะแล้วป่านนี้จะตื่นรึยังก็ไม่รู้ท่าทางเที่ยวเก่งแบบนั้น
ไอติม : มอร์นิ่งค่ะ
ไอติม : เช้าๆอย่าลืมหาอะไรกินนะ
ไอติม : เมื่อคืนฝันถึงกันบ้างไหมนะ
และแล้วก็มาถึงวันเสาร์อาทิตย์ที่ไอติมนัดเขามาร้านอาหารที่บรรยากาศดีมากพอสมควรเลย เธอมารอก่อนอยู่แล้วยังแต่งตัวแค่เสื้อยืดกางเกงยีนต์รองเท้าผ้าใบดูธรรมดาแต่ก็ไม่ธรรมดาเลยสักนิด เด็กเสิร์ฟในร้านก็คุยกับเธอเหมือนว่ารู้จักกันมาก่อนจนน่าสงสัย
โต๊ะเรานั่งแยกตัวออกห่างจากลูกค้าในร้านมากพอสมควร แล้วยังดูเป็นส่วนตัวไม่ต้องเป็นเป้าสายตาใคร
“เมื่อคืนโทรหาหนูมีอะไรรึเปล่าคะ?” เขาโทรมาประมาณตีหนึ่งกว่าๆ ซึ่งในตอนนั้นเธอหลับไปตั้งแต่ห้าทุ่มแล้วเลยไม่ตื่นมารับสายเขา แต่จะโทรกลับไปถามก็คิดได้ว่าวันนี้ต้องเจอกันอยู่แล้วเลยไม่โทรไปกวน
“แค่โทรไปบอกฝันดี” เมื่อคืนเขาเมาแล้วน่าจะคิดถึงมาก
“หนูนอนเร็วค่ะ เสี่ยฮายไปเที่ยวมาเหรอคะ?” เขาน่าจะเป็นคนชอบเที่ยวมากๆ อีกอย่างเมื่อวานเป็นวันศุกร์คนชอบไปเที่ยวกันอยู่แล้ว แต่เธออยู่อ่านหนังสือที่คอนโดจนหลับไป
“หนูไม่เที่ยวเหรอ? เสี่ยเห็นว่าเราคุยกันทุกวันหนูนอนเร็วมากเลย” ช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่มเธอจะไม่ตอบข้อความไลน์เขาแล้ว หรือบางคืนนานสุดก็ประมาณห้าทุ่มกว่าๆมั้ง ที่สำคัญเขาไม่เคยเห็นเธอไปเที่ยวตามผับบาร์เลย
“ปรกติแล้วหนูไม่ชอบไปค่ะ หนูชอบอยู่ที่คอนโดอ่านหนังสือบ้าง ออกแบบเครื่องประดับบ้างค่ะ คนแบบหนูน่าเบื่อไหมคะ?” เธอค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงพอสมควร แล้วไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร ยิ่งเป็นสถานที่วุ่นวายยิ่งรู้สึกว่าไม่ชอบ
แต่การที่ไม่เที่ยวกลางคืนมันไม่ใช่เสมอไปนะ หลายครั้งที่เธอไปงานเทศกาลดนตรีแต่อยู่ได้ไม่นานเธอจะรู้สึกว่ามันเหนื่อยจนรีบกลับ เธอค่อนข้างอยู่กับตัวเองมากกว่าอยู่กับคนอื่น แล้วคนที่เธอใช้เวลาอยู่ด้วยก็เป็นเพื่อนสนิทกับญาติสนิทแค่นั้นเอง
“เสี่ยไม่เบื่อหนูนะ ไหนวันนี้เรามาเริ่มเรียนง่ายๆกันดีกว่าเนอะ” เขาขยับเข้าใกล้เธอมากขึ้น ท่าทางไอติมน่าจะพอรู้มาบ้างนิดหน่อยแล้วแหละ การจับกีต้าร์เธอก็โอเคเลยนะแต่ก็แอบกลัวว่าเธอจะเจ็บนิ้วเอาเพราะช่วงแรกมันจะเจ็บพอสมควร
“หนูศึกษามาก่อนแล้วแต่ยังเล่นเป็นเพลงไม่ได้เลยค่ะ”
“ใจเย็นๆไม่ต้องรีบหรอก” เขาพร้อมจะสอนเธอทุกวันเลยถ้าเป็นไปได้นะ ไอติมเงยหน้ามามองและเราสบตากัน
ดวงตากลมโตน่ามองรับกับแพขนตางอนยาวมากทำให้ดูหวานมากขึ้น แล้วใบหน้ายังเนียนใสรูขุมขนเล็กจนแทบมองไม่เห็นเลย แก้มเธออมชมพูนิดๆแบบคนสุขภาพดี และปากเรียวเล็กมีสีชมพูระเรื่อน่าประทับปากลงไปบดเบียดที่สุดเลย
ไอติมมีแต่คำว่าสวยเต็มไปหมด
ตกหลุมรักอีกแล้ว!
“ใจดีแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะโสดเลยนะคะ”
“ไม่มีใครเอาน่ะ”
“งั้นหนูเอานะ คนเก่งหน้าตาดีแบบนี้ถ้าโสดเสียดายแย่”
“จริงเหรอครับ?”
“หนูล้อเล่นค่ะ”
เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างช้าๆ ในวันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่เขามาสอนไอติมที่ร้านอาหารร้านเดิม แต่ว่าวันนี้เธอแต่งตัวค่อนข้างเซอร์นิดหน่อยแต่ก็น่ารักดี เราจะเจอกันแค่อาทิตย์ล่ะครั้งสองครั้งเพื่อเริ่มสอนบทเรียนใหม่ๆ และสอนให้เล่นเพลงง่ายๆที่เธอน่าจะเล่นได้
เขาตั้งใจสอนเธอแบบช้าๆเองแหละเพราะอยากจะมีเวลาใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม เดี๋ยวนี้เขาคุยกับเธอทุกวันทุกคืน ปล่อยให้เธอหยอดคำหวานมาจนหัวใจมันเบิกบานเสมอเลย
