บทที่ 7 ตอนที่ 7
ไอติมแฝงตัวเข้ามาอยู่ในชีวิตเขาช้าๆผ่านข้อความ ผ่านเสียง และตอนนี้เธอก็ใกล้เขาแค่เอื้อมมือเองนะ นี่เธอจะรู้สึกอะไรกับเขาบ้างไหมนะ หรือว่าเป็นเขาเองที่คิดไปไกลคนเดียว
“หนูว่าคนน่ารักมักใจร้ายมันจริงไหม?” เขาก็หวังนะว่าเธอคงจะไม่ใจร้ายเพราะตอนนี้หัวใจมันอยู่ในมือเธอแล้ว
“ไม่รู้สิคะ แต่ถ้าเป็นเสี่ยฮายหนูว่าต้องใจดีมากกว่าค่ะ แล้วคนใจร้ายคงจะร้ายกับคนน่ารักแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ”
“สมมุติว่าคนน่ารักคนนั้นคือหนูละ?” แล้วคนที่โชคร้ายจะเป็นเขาไหม หรือว่าเขาจะเป็นคนที่โชคดีบ้าง
“หนูจะใจร้ายได้ไงคะ ยิ่งถ้าเป็นกับเสี่ยฮายคงไม่ได้เลย” เธอไม่รู้สิว่าเขาจะจริงจังกับคำตอบขนาดไหนถึงได้มาจับมือกัน
“หนูเป็นคนปากหวานนะ”
“ลองดูไหมละคะ? หนูล้อเล่นนะ!” เธอหัวเราะเบาๆเพราะว่าเขาหันหน้ามามองกัน เธอล้อเล่นเฉยๆใครจะยอมเสียจูบให้กับคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเล่า
“เสร็จแล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่า” เขาฉวยโอกาสจับมือเธอแบบเนียนๆพาไปนั่งกินข้าวกันที่ห้องครัวของออฟฟิศ พนักงานบางคนก็นั่งกินข้าวที่นี่เลยมีแอบมองบ้าง แต่เขาไม่ค่อยสนใจเท่าไรนะตอนนี้แค่ได้อยู่ใกล้เธอก็มีความสุขที่สุดแล้ว
“ลองกินนี่ดูสิคะอร่อยนะ” เธอตักตับทอดกระเทียมให้เขาเพราะว่ามันอร่อยจริงๆ
“หนูกินเยอะๆตักให้เสี่ยอยู่นั่นแหละ”
“ก็หนูอยากให้เสี่ยได้กินอะไรอร่อยๆนี่คะ”
ตายครับตาย!! เขาควรจะเอายังไงกับเด็กปากหวานคนนี้ดีนะ เธอจะรู้ไหมว่าตอนนี้หัวใจมันล่องลอยไปไกลจนหาทางลงมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว
“ปรกติเสี่ยฮายดื่มกาแฟหวานไหมคะ?”
“ไม่ครับ เสี่ยไม่ค่อยชอบอะไรที่หวานมากไป” ยกเว้นเธอคนหนึ่งแหละที่เขาชอบมากเกินไป ชอบจนไม่สามารถถอนตัวออกจากคำพูดหวานและการกระทำแสนเอาใจใส่แบบนี้ได้เลย
“หนูจะจำไว้นะคะ ต่อไปเวลาซื้อมาให้เสี่ยฮายจะได้ถูกใจ”
เขาแอบมองไอติมกินข้าวเงียบๆ นี่เธอจะรู้บ้างไหมว่าตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาถูกใจคือเธอ ไอติมมักจะยิ้มหวานให้เขาเสมอเลยไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
“พรุ่งนี้เช้าเสี่ยมีประชุมถ้าเผลอทำหน้าบึ้งใส่ก็ขอโทษนะ”
“งั้นหนูจะเป็นคนทำให้เสี่ยฮายยิ้มได้เองค่ะ หรือถ้าเครียดมากหนูก็จะอยู่ใกล้ๆเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ”
“ถ้าหนูอยู่พรุ่งนี้มันต้องดีแน่เลย”
“งั้นหนูจะรีบมาหานะคะเสี่ยฮายจะได้อารมณ์ดี”
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จไอติมก็ตามเดิมคือขอไปแปรงฟัน ก่อนจะเดินออกไปซื้อน้ำปั้นที่หน้าออฟฟิศมาแล้วเริ่มเล่นเพลงกันอีกครั้ง เขาสังเกตนะว่าเธอเริ่มเล่นได้คล่องมากกว่าเดิม แล้วเวลาของเรากำลังนับถอยหลังลงไปช้าๆ
ถ้าถึงวันนั้นเขาจะตั้งตัวทันไหมนะ?
ตกเย็นไอติมขับรถกลับคอนโดที่พัก ในขณะที่เขามีนัดไปกินข้าวเย็นกับเพื่อนที่ร้านอาหารไม่ไกลมาก
“มึงไปตกถังน้ำหอมมารึไงวะ?” เอมถามคนแรกเลยเพราะกลิ่นหอมจากตัวเพื่อนลอยมาเตะจมูกมากๆ
“ก็นิดหน่อยแล้วนี่ไม่พาแฟนมาเหรอวะ?” เห็นปรกติเพื่อนมักจะไปไหนมาไหนกันแฟนตลอดเลย
“เห็นบอกว่าจะไปหาไอติมน่ะ ว่าแต่กูเห็นมึงเงียบๆชวนเที่ยวก็ไม่ค่อยไป เป็นไรรึเปล่าวะ?” เอมถามกลับเพราะเพื่อนมันเที่ยวเก่ง ปรกติเที่ยวเกือบทุกคืนแล้วแต่ว่าจะไปผับไหน
“งานกูโคตรยุ่งเลย”
“กูนึกว่าติดสาว”
“กูมีให้ติดก็คงดีดิวะ เอ้าแดกไปกูมีธุระต่อ”
“มึงต้องไม่ใช่เพื่อนกูแน่เลย! ไอ้ฮายมันไม่เคยกลับบ้านก่อนสี่ทุ่ม มึงเป็นใครวะกูไม่รู้จัก!”
“ไอ้เวรนี่กูเอง! กูแค่มีงานที่เคลียร์ไม่จบ กวนตีนนะมึง!!”
เขากินข้าวไปกับเพื่อนแล้วอัพเดตข่าวสารบ้างเล็กน้อย แต่ที่หลายคนพูดคืองงที่เขาไม่เที่ยวจัดเหมือนเมื่อก่อน ก็อยากจะตอบเหลือเกินว่าต้องรีบกลับไปโทรคุยกับเด็กที่นอนเร็วมาก
เวลาผ่านไปจนสองทุ่มเขาถึงได้แยกตัวกับเพื่อนและแน่นอนว่าพวกมันแซวแต่ใครสนใจเล่า โทรศัพท์ก็ดันมาแบตหมดอีก เขาอยากกลับบ้านเร็วๆแต่ว่าตอนนี้รถติดมาก
สามทุ่มครึ่งกลับมาถึงบ้านก็รีบจัดการชาร์ตแบตโทรศัพท์ทันที แล้วรีบไปอาบน้ำให้เรียบร้อยถึงได้เดินมาเปิดเครื่องเพื่อที่จะคุยกับไอติมแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันนะ
เห็นข้อความแบบนี้แล้วก็คิดถึงมาก
ตอนนี้เธอคงนอนหลับไปแล้ว!
ไอติม : พรุ่งนี้เจอกันตอนบ่ายนะคะ
ไอติม : คืนนี้ฝันดีนะคะ แต่ฝันถึงหนูด้วยจะดีมาก
เขาอ่านข้อความแล้วยิ้มออกมาแต่ก็อดจะถอนหายใจเล็กน้อยไม่ได้เลยเพราะคืนนี้เราไม่ได้คุยกัน นี่ก็เกือบสองเดือนแล้วนะที่เราเจอกันบ่อยๆ และคุยกันทุกวันแบบนี้
“เสี่ยฝันถึงหนูทุกคืนนะไอติม”
วันนี้มีเรียนแต่เช้าเลยแต่ว่าเธอเป็นคนนอนเร็วตื่นเช้าเลยไม่ลำบากเท่าไร แต่ว่าเย็นนี้จะไปเจอเสี่ยฮายจะน่าเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละ เธอจะเป็นคนบอกเขาเองว่าสอนพอแล้ว
“วันหยุดแกหายไปไหนฉันไปหาไม่อยู่เลย” ดิวหันไปถามเพื่อนที่ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างมาติวหนังสือกัน อันที่จริงไอติมก็ไม่ค่อยว่างอยู่แล้วแหละเพราะเดี๋ยวทำนู้นทำนี่ไม่หยุด
“ฉันเรียนกีต้าร์อยู่น่ะ แต่กำลังจะเรียนจบแล้วแหละ ว่าแต่แกมีอะไรรึเปล่า?”
“ไปเที่ยวกันไหมคืนนี้เลย”
“ก็ได้แต่ถ้ากลับก่อนอย่าบ่นนะ แกเข้าใจฉันนะ”
“เข้าใจ แค่แกไปเปิดหูเปิดตามั้งก็ดีใจแล้ว”
