บทที่ 9 ตอนที่ 9
เขาให้เพื่อนเดินนำไปก่อนเลยแล้วถึงพาไอติมเดินตามไปและด้วยความที่จอดรถคนล่ะทางทำให้แยกทางกัน แต่ยังไงจุดหมายคือคอนโดเพื่อนเหมือนเดิม เอมมันรู้จักเขาดีถึงได้กล้าไว้ใจให้พาเพื่อนสนิทเมียไปแบบนี้ เขาก็ไม่ใช่คนจะลวมลามคนเมาด้วยสิ
“ใส่เสื้อเสี่ยไว้แล้วนี่รถหนูเหรอ?” เรียนอยู่แค่ปีสองอายุแค่ยี่สิบปี แต่เธอขับ BMW 3 Series ราคามันหลักล้านเลยนะ
“ค่ะ นี่กุญแจค่ะ”
“เดี๋ยวใส่เสื้อเสี่ยไว้ด้วยเผื่อแอร์มันเย็นเกินไปแล้วจะหนาว” นี่ข้ออ้างอะไรก็ไม่รู้ แต่ไอติมยิ้มแล้วรับเสื้อก่อนจะหัวเราะเบาๆ ก็รถราคาขนาดนี้ถ้าแอร์ไม่ดีคงขายไม่ได้หรอก
“รถหนูรกหน่อยนะคะ”
“นี่รกแล้วเหรอ?” ถ้ารถเธอรกนะในรถเขาก็รังหนูดีๆนี่เอง แล้วที่สำคัญภายในรถของเธอกลิ่นหอมมาก
ไอติมเอนตัวพิงไปกับเบาะแล้วหลับตานิ่งในระหว่างที่เขาขับรถ เธอรู้สึกได้เลยว่าเขาขับไม่เร็วมากทั้งที่ตอนนี้ถนนค่อนข้างโล่ง ตอนนี้มึนหัวไม่มากเท่าไรแต่จะให้เดินตรงๆก็คงไม่ได้หรอก
“คิดยังไงมาเที่ยว?”
“ก็เปิดหูเปิดตาบ้างค่ะอีกอย่างหนูเหงา”
“คุยกันทุกวันหนูยังเหงาเหรอ?”
“ก็นิดหน่อยค่ะ เสี่ยฮายมาเที่ยวเกือบทุกคืนไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ?” เพราะว่าคุยกันทุกวันทำให้รู้ว่าเขาเที่ยวเก่งมากขนาดไหน และเธอกับเขานิสัยค่อนข้างต่างกันพอสมควร
“ดึกๆมันเหงา พอกินเหล้าแล้วไปนอนมันก็หลับสบายดี แต่เสี่ยก็อยากเป็นแบบหนูบ้างนะ”
“นึกว่าอยากเป็นของหนูซะอีก”
“แล้วเป็นได้ไหม…ให้เสี่ยเป็นผู้ชายของหนู”
“เสี่ยฮายนี่พูดเล่นเก่งจังเลยนะคะ แล้วนี่เราจะแวะซื้อข้าวต้มร้านไหนกันเหรอ ใช่ร้านที่เสี่ยฮายเคยชวนหนูไปไหมคะ?” เธอจำได้ว่าคืนแรกที่เจอกันก่อนจะกลับเขาชวนเธอไป แต่ตอนนั้นมันดึกมากและเราพึ่งรู้จักกันเลยไม่กล้าไป
“ครับ หนูเอาด้วยไหมร้านนี้เสี่ยกินมาตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว” เขาพูดจบไอติมก็หัดมามองหน้ากัน
“เสี่ยฮายอายุเท่าไรคะ?”
“อายุยี่สิบเก้าปีใกล้จะสามสิบปีแล้ว ทำไมเหรอ?” ไอ้เด็กคนนี้ก็หันมาทำหน้าตาน่าจูบใส่แล้วนับนิ้วตัวเอง นี่กำลังคิดเหรอว่าร้านข้าวต้มร้านนี้เปิดมากี่ปี แล้วอายุของเขาเนี่ยห่างกับเธอเกือบจะสิบปีได้เลยมั้ง
ไอติมพึ่งจะอายุแค่ยี่สิบปีในขณะที่อีกไม่กี่เดือนเขากำลังจะแก่ไปอีกปีแล้วนะ ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าเธอแค่หว่านเสน่ห์หรือกำลังเนียนจีบเขาอยู่กันแน่ เขาอยากจะเต๊าะเธอบ้างแต่สุดท้ายกลับเป็นเขาเองที่เขินเธอมากเกินไปเสมอ
“เอาข้าวต้มไหม?”
“เอาใส่ไข่ด้วยค่ะ ให้หนูลงไปด้วยไหม?”
“นั่งอยู่ในรถนี่แหละดีแล้ว” ใครจะบ้าให้เธอลงจากรถไปละ เขาขี้หวงแค่ไม่ต้องการให้ใครเห็นหรือสนใจเธอเท่านั้นเอง
ข้าวต้มร้านนี้เขามากินบ่อยมากในช่วงหลังจากเที่ยวจนเกือบเช้า และเขามาเที่ยวผับบาร์แถวนี้บ่อยพอสมควรเลยแวะตลอดทุกครั้งที่มีโอกาส
หลังจากคืนนี้ไว้เรามีสติมากกว่านี้ก่อนเขาจะต้องคุยกับไอติมอย่างจริงจังในเรื่องของเราสักที เธอไม่เคยพูดว่ารู้สึกอะไรกับเขาเลยสักครั้ง แต่คำพูดคำจากลับหวานได้ใจ และการกระทำที่ใส่ใจกันแบบที่ไม่มีใครทำเลย เขาจะไม่ยอมให้เธอไปบ่นเหงากับใครได้อีกแล้วเพราะหวงมาก!
ไอติมเป็นคนที่ผู้ชายพร้อมจะช่วยคลายเหงาเสมอเพียงแค่เธอพูดออกมาก็เท่านั้น อย่างน้อยหนึ่งในผู้ชายพวกนั้นก็เขาแหละด้วย เธอเป็นคนเฟรนลี่แต่ถือตัวเว้นระยะห่างเป็นพอดี และตลอดเวลาก็เหมือนมีบางอย่างกั้นกลางเราไว้เสมอ
เหมือนเธอตีกรอบความสัมพันธ์ของเราเอาไว้
แล้วเขาพยายามออกนอกกรอบนั้นอยู่คนเดียว!
เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ใครจีบเธอบ้างแล้วเธอคุยกับใครบ้าง อันที่จริงเขาแทบไม่รู้จักอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวเธอเลยสักนิดเดียว นอกจากเรื่องหลับนอนเร็วมาก ปากหวาน และเรียนคณะอะไร
เธอเหมือนเปิดเผยนะแต่ความจริงปิดกั้นต่างหาก!
แล้วไม่ว่าตอนนี้เธอจะคิดอะไรกับเขาอยู่แต่รู้ไหมว่าเขาคิดเกินเลยไปไกลแล้ว เขาอยากจะดับเครื่องชนแต่ก็ลังเลกลัวว่าเธอจะหายไปจากชีวิต แต่จะให้อยู่แบบนี้มันก็อึดอัดมากนะ
เขาอยากได้เธอมาครอบครองเป็นเจ้าของคนเดียว
เขาต้องการเธอมากกว่าใครๆ
“ข้าวต้มได้แล้วครับ”
“จะตีหนึ่งแล้วรีบกลับเถอะค่ะ”
“หนูไม่มีคนโทรตามเลยนะ”
“หนูโสดนี่คะใครจะโทรตามละ เสี่ยฮายสนใจมาสละโสดกับหนูไหมคะ?” เธอหันไปถามเขาท่ามกลางแสงสลัวจากข้างทางทำให้ไม่สามารถอ่านแววตาที่เขามองเธอออกได้เลย เขาก้มหน้าเข้ามาใกล้มากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่มีกลิ่มแอลกอฮอร์ติดมา สุดท้ายเธอเบือนหน้าออกมาเอง
“หนูล้อเล่นค่ะ หนูเห็นว่าเสี่ยฮายอายุขนาดนี้แล้วไม่น่าเชื่อว่าไม่มีใครข้างกาย”
“ความรักมันไม่ใช่ใครก็ได้นะไอติม”
“เสี่ยฮายเคยมีรักแรกพบไหมคะ หนูอยากรู้จังเป็นยังไง”
“เคยสิ แค่เราเผลอสบตาไม่กี่วินาทีเอง หรือบางครั้งอาจจะเพราะรอยยิ้มสดใสของเขาก็ได้มั้ง เสี่ยก็ไม่มั่นใจว่าเพราะอะไรทำให้ตกหลุมรัก รู้อย่างเดียวคือรักแล้วอยากจะอยู่ใกล้ๆ อยากจะพูดคุยตลอดเวลา” เธอไงคือรักแรกพบของเขา เธอไงคนที่ขโมยหัวใจเขาไปด้วยรอยยิ้มสดใส เธอไงที่หลอกล่อให้เขารักด้วยคำพูดแสนหวานชวนให้คิดไปไกลเสมอ
และเธอทำเหมือนเขาเป็นของเล่น!!
“ยังมึนอยู่เหรอ?” ไอติมดื่มไปไม่เยอะแต่น่าจะคออ่อนมากก็เท่านั้น นี่ถ้าเธอเป็นแฟนเขานะรับรองว่าจะดูแลไม่ห่างเลย
“นิดหน่อยค่ะ”
