บทที่ 7 Chapter 7
บุหลันละจากของหวานหน้าตาน่าทานทันควัน หันมาดูอาการ ของว่าที่เจ้าบ่าวด้วยความเป็นห่วง
“กายเป็นอะไรลูก เป็นอะไร?” มัลลิกาถามด้วยนี้าเสียงตกใจ ระคนเป็นห่วง
“ปวดหัวครับ อยู่ๆ ก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมา” คนที่ปวดศีรษะตอบ
“คุณหญิงป้าคะ พาคุณกายกลับบ้านดีกว่าคะ ท่าทางคุณกาย จะไม่ไหวแล้ว”
บุหลันพูดเสียงรน สีหน้าของชาญวิทย์ตอนนี้ค่อนข้างซีด อาจ เป็นเพราะว่าวันนี้เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันไหนจะพาเธอไปรับชุดราตรีไหน จะไปนั่งเฝืาเวลาที่เธอแต่งหน้าทำผมซึ่งกินเวลานานนับชั่วโมง ออกจาก ร้านซาลอนชื่อดังเสร็จก็ต้องขับรถมาที่บ้าน เพื่อแต่งตัวมางานเลี้ยงคํ่า คืนนี้อีก เวลาพักผ่อนจึงน้อยนิด แม้ว่าบุหลันจะค้านไม่ให้เขามางานการ กุศลครั้งนี้ แต่เมื่อได้ยินเหตุผลของเขา บุหลันจึงกลืนคำค้านนั้นลงคอไป จนสิ้น
“ถ้าจันทร์ไม่ได้เป็นนางแบบในคืนนี้พี่ก็จะไม่ไปหรอก อีกอย่างพี่ ตั้งใจว่าจะประมูลสร้อยที่จันทร์สวมใส่ในวันนี้ด้วยไง”
“ไปลูกไป กลับบ้านนะกาย กลับไปพักผ่อน”
มัลลิกาพูดจบก็พยักหน้าให้คนติดตามมาช่วยกันพยุงลูกชาย ก่อนที่ทั้งหมดจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องลัดเลี้ยงทันที การณ์นี้ บุหลันได้ลืมสิ่งหนึ่งไว้บนโต๊ะด้วย
ชาญณรงค์ มัลลิกา บุหลันและคนติดตามของรัฐมนตรีชื่อดังที่ พยุงร่างของคนไม่สบายมายังรถตู้คันหรูราคาเหยียบลิบล้าน ทันทีที่ ประตูรถเปิดออก คนของชาญณรงค์ได้นำร่างของชาญวิทย์เข้าไปนั่งใน รถตู้ทันที ตามด้วยชาญณรงค์และมัลลิกา ส่วนบุหลันนั้นกำลังจะก้าว ขึ้นไปบนรถ ทว่าเสียงของมัลลิกาเอ่ยขึ้นมา นี้าเสียงของนางนั้นเต็มไป ด้วยความตกใจ
“จันทร์แล้วเครื่องเพชรล่ะ จันทร์หยิบมาด้วยหรือเปล่า?”
คนที่ถูกถามตกใจยิ่งกว่า เพราะเธอลืมกล่องเครื่องประดับเสีย สนิท เพราะวินาทีนั้นความห่วงชาญวิทย์บดบังทุกอย่าง ลืมแม้แต่ ของขวัญที่จาร์ฟาตั้งใจจะมอบให้เธอ ในวันที่ยังรักกันหวานชื่น
“จันทร์ลืมหยิบมาค่ะ”
บุหลันตอบด้วยนั้าเสียงตกใจ ความกังวลว่าสร้อยเพชรเม็ดงาม นั้นจะหายไปผุดขึ้นมาในสมอง หากหายไปจรืงๆ เธอคงเสียใจมาก เพราะอย่างน้อยสร้อยเล้นนั้นเป็นความทรงจำระหว่างจาร์ฟากับเธอ ความทรงจำที่ไม่เคยลืมเลือน และนั้นเองที่ทำให้เธอคิดจะกลับเข้าไป เอาในงาน“เดี๋ยวจันทร์ไปเอาเครื่องเพชรก่อนนะคะ”
“ไปเถอะรีบไป ประเดี๋ยวจะหายเอาได้ ฉันจะรอนะ จันทร์รบไป รีบมาก็แล้วกัน”
มัลลิกาเห็นด้วยที่บุหลันจะกลับเข้าไปในงาน เพื่อนำของมีค่า ขึ้นนั้นกลับมา
“ปวดหัวจังครับคุณแม่”
เสียงของชาญวิทย์ทำให้ทุกคนเรมร้อนใจ เพราะกลัวว่าอาการ ปวดศีรษะจะนำอันตรายมาสู่ผู้ป่วยคนนี้
“ปวดมากเลยหรือกาย ถ้าปวดมากแม่ว่าไปโรงพยาบาลดีกว่า นะจะได้ให้หมอดูอาการ?”
มัลลิกาหันมาถามลูกชาย สีหน้าและนั้าเสียงเต็มไปด้วยความ ห่วงใยกลัวว่าอาการจะทรุดหนักมากกว่านี้
“ไม่ต้องครับ ผมอยากนอนพักครับ กลับบ้านเลยครับคุณแม่” คนที่มีอาการไม่สบายเอ่ยตอบ
“คุณหญิงป้าพาคุณกายกลับบ้านไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจันทร์นั่ง รถของโรงแรมกลับบ้านเองค่ะ คุณกายจะได้พักผ่อน”
เธอคิดว่ารอกันไปรอกันมาอย่างนี้ไม่ดีแน่ อีกทั้งยังเป็นการ เสียเวลาด้วย วิธีที่เธอบอกนั้นดีที่สุดแล้ว อีกประการหนึ่งโรงแรมชั้นหนึ่ง มีบริการเช่ารถโรงแรมอยู่แล้ว เธอก็แค่ไปติดต่อให้รถโรงแรมไปส่งที่บ้าน เท่านั้น ปลอดภัยกว่านั่งรถปริการสาธารณะ เนื่องจากบุหลันจะต้องนำ เครื่องเพชรราคาแพงกลับบ้านไปด้วย
“ป้าว่าให้คนของท่านณรงค์ไปเอาเครื่องเพชรดีกว่านะ แล้ว จันทร์ก็มากับฉัน”
ภรรยารัฐมนตรีเสนอความคิดเห็นอื่น เพราะนางห่วงเรื่องความ ปลอดภัยของว่าที่ลูกสะใภ้ให้ผู้ติดตามของสามีไปเอาสร้อยน่าจะดีที่สุด
“จันทร์ไปเองดีกว่าค่ะ คนติดตามของท่านก็ต้องอยู่ดูแลความ ปลอดภัยของท่านสิคะ ทำงานนอกแบบนี้จันทร์ไม่สบายใจค่ะ อีกอย่าง รถของโรงแรมก็มีความปลอดภัยอยู่แล้วค่ะ คุณหญิงป้าไม่ต้องเป็นห่วง จันทร์นะคะ จันทร์กลับบ้านได้ค่ะ คุณหญิงป้ารีบพาคุณกายกลับไป พักผ่อนที่บ้านเถอะค่ะจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอจันทร์” เธอให้เหตุผลและ ยํ้าชัดในความตั้งใจของตน
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ส่วนเรื่องเงินค่าเช่ารถไปเก็บที่บ้านก็แล้วกัน”
มัลลิกาเมื่อได้ฟังเหตุผลของบุหลัน นางก็ต้องจำนนโดยไม่มีข้อ โต้แย้ง จริงดังคำพูดของสาวตรงหน้าผู้ติดตามของสามีมีหน้าที่ดูแล ความปลอดภัยของชาญณรงค์โดยตรง หากใช้ไปทำงานอื่นก็คงไม่ เหมาะสม
ทันทีที่ประตูอัตโนม่ติของรถตู้ปิดสนิท บุหลันได้หมุนตัวเดินกลับ เช้าไปในตัวอาคารโรงแรมอีกครั้ง ตรงไปยังลิฟฅํโดยสารมุ่งขึ้นสู่ชั้นที่ 7 เพื่อเดินทางไปยังห้องลัดเลี้ยงอีกครั้ง
บุหลันก้าวฉับๆ เช้ามาในงานที่มีแขกเหรอสังสรรค์กันอย่างออก รส แต่เธอไม่สนใจใครทั้งนั้น มุ่งหน้าเดินตรงไปยังโต๊ะวีไอพีที่ตอนนี้ไม่มี ร่างของชีคจาร์ฟานั่งอยู่ และที่สำคัญกล่องเครื่องเพชรก็ไม่อยู่ด้วย เช่นกัน
วินาทีนั้นหัวใจเธอหล่นไปอยู่แทบเท้า ความเสียใจพลุ่งพล่านใน อกเมื่อไม่เห็นสิ่งของที่ตั้งใจมาเอาวางอยู่บนโต๊ะ ในที่สุดเธอก็รักษา หัวใจจาร์ฟาไม่ได้ เสมือนกับที่รักษาความรักระหว่างเขาและเธอไม่ได้ นี้าตาสาวเหมือนจะสนองตอบตามอารมณ์โศกเศร้าของบุหลัน เอ่อล้น จวนเจียนจะไหลเต็มแก่
“จันทร์เป็นอะไรจ๊ะ ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไร?”
ประภัสสรที่เดินพูดปะกับคนที่มาร่วมงานมองเห็นบุหลันกลับ เช้ามาในงานอีกครั้ง นางจึงเดินเช้ามาหาสาวรุ่นลูก และเมื่อเห็นนี้าตา ของบุหลัน นางจึงเอ่ยถามถึงสาเหตุของการร้องไห้ในครั้งนี้
“จันทร์ลืมกล่องเคเรื่องเพชรที่ท่านชีคให้น่ะค่ะ พอกลับมาเอามัน ก็หายไปแล้ว” เธอตอบเสียงเครือสั่น แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มแก้มแทบฉีก
“หายเหยที่ไหนกัน ป้าเป็นคนให้ชันนี่เอาไปเก็บที่ห้องเอง”
คราวนี้รอยยิ้มแห่งความดีใจบังเกิดขึ้นบนดวงหน้าหญิงสาว ทันทีที่ได้ยินก้อยคำของคุณหญิงประภัสสร
“จรืงเหรอคะคุณหญิงป้า คุณหญิงป้าเอาเครื่องเพชรของจันทร์ ไปเก็บจรืงๆ นะคะ”
นี้าเสียงดีใจของคนที่คิดว่าของมีค่าแทนใจหายเอ่ยถามเจ้าของ งานเสียงรัว
“จรืงสิ จะหลอกจันทร์ทำไม นี่คีย์การ์ดห้องที่ป้าให้ชันนี่เอา เครื่องเพชรไปเก็บ ป้าคงขึ้นไปเอาเองไม่ได้เพราะต้องดูแลแขก หมายเลขห้องก็อยู่ตรงคีย์การ์ดจันทร์ไปเองก็แล้วกันนะ”
