บทที่ 2 กอบโกย
“คุณตฤณจะอาบน้ำก่อนไหมคะ” เจ้าสาวหมาดๆ ถามสามีของตัวเองขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นพิธีต่างๆ และเวลานี้ก็คือเวลาเข้าหอ เวลาที่คู่บ่าวสาวหลายๆ คู่รอคอยและได้ใช้เวลาอยู่กันตามลำพัง
แต่มันอาจจะแตกต่างจากคู่บ่าวสาวที่ไม่ได้เกิดจากความรักอย่างของเธอกับชายหนุ่มตรงหน้า
“เธอไม่เสียใจเหรอ ที่ต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก” ตฤณไม่ได้ตอบสิ่งที่พร้อมตาถาม แต่กลับเอ่ยถามเธอกลับไปแทนในสิ่งที่เขารู้สึก
และคำถามของเขามันไม่ใช่แค่คำถาม แต่มันการบอกกรายๆ ให้เธอรับรู้ว่าเขากำลังเสียใจที่ต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักและไม่ได้เลือกอย่างเธอ
“.....” แน่นอนว่าความหมายที่แฝงมาในคำถามของตฤณพร้อมตาเข้าใจได้ดีในทันที และมันก็ทำให้เธอรู้สึกจุกในอกไม่ต่างกันที่กำลังถูกประกาศบอกชัดๆ ว่าเขาไม่ได้ต้องการเธอ
ถึงแม้ว่าเธอกับเขาไม่ได้เริ่มต้นและแต่งงานกันด้วยความรัก แต่การที่ถูกสามีหมาดๆ ของตัวเองพูดออกมาว่าไม่ได้รักแบบนี้ มันก็แอบจุกในใจแปลกๆ เหมือนกัน แต่จะให้เธอตอบยังไงล่ะ สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงก้มหน้าและไร้ซึ่งคำตอบกลับไป
“นั่นสินะ การแต่งงานครั้งนี้เธอกับครอบครัวก็มีแต่ได้กับได้ มีอะไรให้ต้องเสียใจ” คำพูดที่ไม่ได้เจาะจงและไม่ได้ต่อว่าจากปากของตฤณมันกลับพุ่งเข้ากลางใจของพร้อมตาอย่างจังเหมือนเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว
แต่ไม่มีอะไรเสียเหรอ ผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานแล้วมีตรงไหนที่บอกว่าไม่มีอะไรเสียกันล่ะ ถ้าวันหนึ่งที่เธอกับเขาต้องเลิกกัน วันที่เธอต้องกลายเป็นแม่หม้าย คนที่มีแต่จะเสียกับเสียก็คือเธอไม่ใช่เหรอเพราะไม่ใช่ทุกคนจะรับเรื่องนี้ได้สักหน่อย ส่วนผู้ชายอย่างเขาไม่ว่าจะแต่งงานอีกกี่สิบครั้ง ก็ไม่ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเหมือนเธอ
“คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงแม้ว่าฉันจะแต่งงานเพราะหนี้สิน ก็ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวฉันจะไม่ใช้หนี้คุณ...”
“และที่สำคัญ ฉันและครอบครัวก็ไม่ได้หวังจะเข้ามากอบโกยอะไรจากพวกคุณอยู่แล้ว” ในเมื่อเขาไม่ได้ต้องการเธอและเหมือนจะกลัวครอบครัวเธอหวังรวยทางลัด พร้อมตาจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมของตฤณอย่างหนักแน่นก่อนจะเอ่ยตอบกลับเขาไปด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้มนิ่งๆ หวานๆ ตามสไตล์ของเธอ เพียงแต่คำพูดนั้นของเธอมันกลับตรงจนตฤณที่กำลังคิดอย่างที่พร้อมตาพูดนั้นพูดต่อไม่ถูกเช่นกัน
สุดท้ายพร้อมตาก็เลือกเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รอคำตอบจากตฤณว่าเขาจะอาบน้ำก่อนหรือไม่ และเมื่ออยู่คนเดียวในห้องน้ำร่างบางก็ยืนมองตัวเองในกระจกสะท้อน ก่อนจะเห็นเงาของเธอผ่านกระจกออกมา ดวงตาที่มองตัวเองนั้นนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งเสียงที่พูดออกมา และไม่รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่
แต่สุดท้ายเธอก็พาตัวเองไปจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะออกจากห้องน้ำมาเพื่อแต่งตัว แต่พอเปิดตู้เสื้อผ้าดูก็ทำให้สายตากลมไหววูบไปในทันทีเมื่อเจอเข้ากับชุดนอนที่แม่ของเธอได้จัดการไว้ให้ ชุดนอนผ้าน้อยชิ้น ชุดนอนผ้าเนื้อบางที่ปกติเธอไม่เคยใส่
แล้วถ้าเธอนำมาใส่ในวันนี้กับสถานการณ์แบบนี้ล่ะ
เสียงเดินที่ดังขึ้นจากด้านหลังไปทำให้ร่างบางยืนนิ่งไม่กล้าขยับ แต่ตฤณก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินผ่านเธอเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่ได้สนใจ นั่นทำให้พร้อมตารีบหยิบชุดนอนในตู้มาสวมใส่อย่างรีบร้อนก่อนจะใส่ทับด้วยชุดคลุมอาบน้ำตัวใหม่และไม่ลืมเตรียมชุดนอนให้กับตฤณก่อนที่เขาจะออกจากห้องแต่งตัว แล้วรีบพาตัวเองขึ้นเตียงสอดตัวใต้ผ้าห่มคลุมถึงคอระหงของเธออย่างไม่มีอะไรผิดปกติ
ตฤณเดินออกจากห้องน้ำมาก็เจอเข้ากับชุดนอนของตัวเองที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า แต่เขากลับมองข้ามและเปิดตู้หยิบชุดนอนตัวใหม่ออกมาด้วยตัวเองอย่างไม่แยแส ก่อนจะเช็ดผมและเดินออกจากห้องแต่งตัวไป
เขามองร่างบางที่ห่มผ้าห่มจนเกือบคลุมหัวนอนตะแคงหันหลังให้กับที่ของเขานิ่ง ด้วยความคิดหลากหลายที่มันตีวนอยู่ในหัว แต่สุดท้ายเขาก็ไล่ความคิดพวกนั้นออกก่อนจะพาตัวเองขึ้นเตียงและตะแคงหันหลังให้กับพร้อมตาไม่ต่างกัน
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ คืนเข้าหอของคู่สามีภรรยาที่ควรจะเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น แต่กลับมีเพียงคู่สามีภรรยาที่นอนหันหลังให้กัน และไร้ซึ่งการพูดคุย ไร้ซึ่งความใกล้ชิด นั่นบ่งบอกได้ถึงชีวิตคู่หลังแต่งงานได้อย่างดีเลยว่า มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอได้คิดไว้แน่นอน
ตอนที่2 กอบโกย
“คุณตฤณจะอาบน้ำก่อนไหมคะ” เจ้าสาวหมาดๆ ถามสามีของตัวเองขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นพิธีต่างๆ และเวลานี้ก็คือเวลาเข้าหอ เวลาที่คู่บ่าวสาวหลายๆ คู่รอคอยและได้ใช้เวลาอยู่กันตามลำพัง
แต่มันอาจจะแตกต่างจากคู่บ่าวสาวที่ไม่ได้เกิดจากความรักอย่างของเธอกับชายหนุ่มตรงหน้า
“เธอไม่เสียใจเหรอ ที่ต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก” ตฤณไม่ได้ตอบสิ่งที่พร้อมตาถาม แต่กลับเอ่ยถามเธอกลับไปแทนในสิ่งที่เขารู้สึก
และคำถามของเขามันไม่ใช่แค่คำถาม แต่มันการบอกกรายๆ ให้เธอรับรู้ว่าเขากำลังเสียใจที่ต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักและไม่ได้เลือกอย่างเธอ
“.....” แน่นอนว่าความหมายที่แฝงมาในคำถามของตฤณพร้อมตาเข้าใจได้ดีในทันที และมันก็ทำให้เธอรู้สึกจุกในอกไม่ต่างกันที่กำลังถูกประกาศบอกชัดๆ ว่าเขาไม่ได้ต้องการเธอ
ถึงแม้ว่าเธอกับเขาไม่ได้เริ่มต้นและแต่งงานกันด้วยความรัก แต่การที่ถูกสามีหมาดๆ ของตัวเองพูดออกมาว่าไม่ได้รักแบบนี้ มันก็แอบจุกในใจแปลกๆ เหมือนกัน แต่จะให้เธอตอบยังไงล่ะ สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงก้มหน้าและไร้ซึ่งคำตอบกลับไป
“นั่นสินะ การแต่งงานครั้งนี้เธอกับครอบครัวก็มีแต่ได้กับได้ มีอะไรให้ต้องเสียใจ” คำพูดที่ไม่ได้เจาะจงและไม่ได้ต่อว่าจากปากของตฤณมันกลับพุ่งเข้ากลางใจของพร้อมตาอย่างจังเหมือนเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว
แต่ไม่มีอะไรเสียเหรอ ผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานแล้วมีตรงไหนที่บอกว่าไม่มีอะไรเสียกันล่ะ ถ้าวันหนึ่งที่เธอกับเขาต้องเลิกกัน วันที่เธอต้องกลายเป็นแม่หม้าย คนที่มีแต่จะเสียกับเสียก็คือเธอไม่ใช่เหรอเพราะไม่ใช่ทุกคนจะรับเรื่องนี้ได้สักหน่อย ส่วนผู้ชายอย่างเขาไม่ว่าจะแต่งงานอีกกี่สิบครั้ง ก็ไม่ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเหมือนเธอ
“คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงแม้ว่าฉันจะแต่งงานเพราะหนี้สิน ก็ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวฉันจะไม่ใช้หนี้คุณ...”
“และที่สำคัญ ฉันและครอบครัวก็ไม่ได้หวังจะเข้ามากอบโกยอะไรจากพวกคุณอยู่แล้ว” ในเมื่อเขาไม่ได้ต้องการเธอและเหมือนจะกลัวครอบครัวเธอหวังรวยทางลัด พร้อมตาจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมของตฤณอย่างหนักแน่นก่อนจะเอ่ยตอบกลับเขาไปด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้มนิ่งๆ หวานๆ ตามสไตล์ของเธอ เพียงแต่คำพูดนั้นของเธอมันกลับตรงจนตฤณที่กำลังคิดอย่างที่พร้อมตาพูดนั้นพูดต่อไม่ถูกเช่นกัน
สุดท้ายพร้อมตาก็เลือกเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รอคำตอบจากตฤณว่าเขาจะอาบน้ำก่อนหรือไม่ และเมื่ออยู่คนเดียวในห้องน้ำร่างบางก็ยืนมองตัวเองในกระจกสะท้อน ก่อนจะเห็นเงาของเธอผ่านกระจกออกมา ดวงตาที่มองตัวเองนั้นนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งเสียงที่พูดออกมา และไม่รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่
แต่สุดท้ายเธอก็พาตัวเองไปจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะออกจากห้องน้ำมาเพื่อแต่งตัว แต่พอเปิดตู้เสื้อผ้าดูก็ทำให้สายตากลมไหววูบไปในทันทีเมื่อเจอเข้ากับชุดนอนที่แม่ของเธอได้จัดการไว้ให้ ชุดนอนผ้าน้อยชิ้น ชุดนอนผ้าเนื้อบางที่ปกติเธอไม่เคยใส่
แล้วถ้าเธอนำมาใส่ในวันนี้กับสถานการณ์แบบนี้ล่ะ
เสียงเดินที่ดังขึ้นจากด้านหลังไปทำให้ร่างบางยืนนิ่งไม่กล้าขยับ แต่ตฤณก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินผ่านเธอเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่ได้สนใจ นั่นทำให้พร้อมตารีบหยิบชุดนอนในตู้มาสวมใส่อย่างรีบร้อนก่อนจะใส่ทับด้วยชุดคลุมอาบน้ำตัวใหม่และไม่ลืมเตรียมชุดนอนให้กับตฤณก่อนที่เขาจะออกจากห้องแต่งตัว แล้วรีบพาตัวเองขึ้นเตียงสอดตัวใต้ผ้าห่มคลุมถึงคอระหงของเธออย่างไม่มีอะไรผิดปกติ
ตฤณเดินออกจากห้องน้ำมาก็เจอเข้ากับชุดนอนของตัวเองที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า แต่เขากลับมองข้ามและเปิดตู้หยิบชุดนอนตัวใหม่ออกมาด้วยตัวเองอย่างไม่แยแส ก่อนจะเช็ดผมและเดินออกจากห้องแต่งตัวไป
เขามองร่างบางที่ห่มผ้าห่มจนเกือบคลุมหัวนอนตะแคงหันหลังให้กับที่ของเขานิ่ง ด้วยความคิดหลากหลายที่มันตีวนอยู่ในหัว แต่สุดท้ายเขาก็ไล่ความคิดพวกนั้นออกก่อนจะพาตัวเองขึ้นเตียงและตะแคงหันหลังให้กับพร้อมตาไม่ต่างกัน
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ คืนเข้าหอของคู่สามีภรรยาที่ควรจะเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น แต่กลับมีเพียงคู่สามีภรรยาที่นอนหันหลังให้กัน และไร้ซึ่งการพูดคุย ไร้ซึ่งความใกล้ชิด นั่นบ่งบอกได้ถึงชีวิตคู่หลังแต่งงานได้อย่างดีเลยว่า มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอได้คิดไว้แน่นอน
