บทที่ 3 ไม่มีตัวตน
“กลับมากันแล้วเหรอ” เสียงประมุขของบ้านเอ่ยถามลูกชายกับลูกสะใภ้ตัวเองขึ้นอย่างเป็นกันเองหลังจากเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาในบ้านในวันต่อมา
“สวัสดีค่ะ” พร้อมตายกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความเคารพและมีมารยาททันที ไม่ใช่แค่ในฐานะพ่อแม่สามี แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือครอบครัวของเธอบ่อยๆ อีกด้วย
“ตามสบายเถอะ ต่อไปนี้ก็คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของเรานะ” คุณตุลเอ่ยบอกลูกสะใภ้ออกมาด้วยความเอ็นดู
เขาเองได้เห็นเด็กสาวมาตั้งแต่ยังเด็กจนโต และเห็นว่าเธออยู่ในโอวาทของพ่อแม่มาตลอด เพราะแบบนี้เขาเลยเลือกเธอมาเป็นภรรยาของลูกชายอย่างไม่คิดมาก
และคิดว่าความดีความน่ารักของเธอจะทำให้ลูกชายของเขาลืมใครอีกคนในใจได้ในที่สุด
“แล้วนี่คิดหรือยัง ว่าจะทำงานหรือว่าจะอยู่บ้านเฉยๆ” ผู้เป็นแม่สามีถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยยินดียินร้ายเท่าไหร่ ยังคงมีความไม่พอใจเท่าไหร่กับสะใภ้คนนี้
“พร้อมว่าจะกลับไปช่วยงานคุณพ่อเหมือนเดิมน่ะค่ะ” พร้อมตาตอบกลับออกไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ให้ท่านได้ทราบ เพราะปกติเธอก็ช่วยงานพ่อของเธอที่บริษัทอยู่แล้ว
“ก็ดี ฉันก็คิดว่าจะอยู่นั่งกินนอนกินไปวันๆ” นี่คือเจตนาที่ถาม กลัวว่าลูกสะใภ้หมาดๆ ของเธอจะหลงระเริงคิดว่าได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่แล้วจะสุขสบายไม่ต้องทำอะไร
“คุณหญิง” คุณตุลเอ่ยปรามภรรยาขึ้นทันที
“ฉันก็แค่พูดเฉยๆ ค่ะ เพราะที่บ้านเราก็มีแม่บ้านอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแต่งงานแล้วให้เมียอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ใช่เหรอคะ” คุณธิดารีบตอบกลบสามีตัวเองอย่างไม่ค่อยแยแสว่าสะใภ้ตัวเองจะรู้สึกยังไง
ส่วนพร้อมตาก็ทำเพียงก้มหน้าเล็กน้อยและยิ้มออกมาโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป และไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าแม่สามีของเธอไม่ค่อยพอใจกับการแต่งงานครั้งนี้ เพราะว่าแม่สามีไม่ได้ชอบครอบครัวเธอเท่าไหร่อยู่แล้ว ถึงเมื่อก่อนจะพูดคุยกันปกติ แต่พอพ่อของเธอขอความช่วยเหลือจากที่นี่บ่อยๆ ก็เลยทำให้แม่สามีของเธอมีท่าทีที่เริ่มเปลี่ยนไป
แต่เธอก็ไม่โทษใครเลย เพราะทุกคนมีสิทธิ์จะคิด มีสิทธิ์จะรู้สึกกันทั้งนั้นโดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ และเธอก็เข้าใจความรู้สึกของแม่สามีเธอดีเหมือนกัน เพราะจำนวนเงินที่ยืมไปแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อยๆ ซึ่งพวกท่านไม่จำเป็นต้องช่วยด้วยซ้ำไป แต่สุดท้ายท่านก็ยื่นมือมาตลอด
“ถ้าอยากทำงานก็ไปทำเถอะ หรือถ้าอยากทำงานกับตฤณก็บอกพี่เขาได้นะ” คุณตุลพูดขึ้นอย่างไม่เรื่องมากกับการตัดสินใจของลูกๆ
“ค่ะ” พร้อมตารับคำออกไปสั้นๆ อย่างว่าง่าย แต่เธอก็คงไม่ติดเข้าไปทำงานในบริษัทของตฤณหรอก เพราะนั่นมันจะยิ่งทำให้สามีและแม่สามีของเธอคิดเอาได้ว่าเธอต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทได้
วันเวลาของการใช้ชีวิตคู่ระหว่างพร้อมตากับตฤณไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยสักนิด ทั้งเขาและเธอยังใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนเดิมเหมือนที่เคยราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แค่เพิ่มเข้ามาที่เธอกับเขามีสถานะต่อกันที่เปลี่ยนไป และนอนร่วมห้องกันทุกคืนแค่นั้น
ชีวิตในบ้านสามีสำหรับพร้อมตาแล้วก็ไม่ได้แย่จนทนไม่ไหว แม่สามีที่เหมือนจะไม่ชอบเธอแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมากมายว่ารังเกียจจนเข้าใกล้ไม่ได้ และเธอเองก็ยังคงทำหน้าที่ในบ้านนั้นอย่างไม่ขาดตกบกพร่องถึงแม้ว่าเธอจะทำงานนอกบ้าน แต่เธอก็ยังคงช่วยเหลืองานบ้านงานครัวเท่าที่ทำได้อย่างไม่มีใครร้องขอและไม่บ่นอะไรสักคำ
ส่วนกับสามีอย่างตฤณ แต่ละวันเธอกับเขาก็พูดกันแทบนับคำได้ แม้จะนอนห้องเดียวกัน แต่เธอก็แทบจะไม่มีตัวตนในสายตาของเขาเลย ภายในห้องนอนที่ไม่ได้ใหญ่โตมากมาย แต่เขากลับเดินสวนเธอไปมาได้โดยไม่เหลียวมองเธอสักครั้ง แต่เธอก็ยังคงมีหน้าที่เป็นภรรยา เธอก็ยังคงทำหน้าที่ของเธอต่อไปแม้เขาไม่ได้ต้องการ ทั้งจัดเตรียมเสื้อผ้าให้เขาทุกคืนและทุกเช้า
แรกๆ เขาก็มองข้ามสิ่งที่เธอทำให้ราวกับไม่อยากรับอะไรจากเธอแม้แต่เล็กน้อย แต่หลังๆ มาเขายอมรับน้ำใจของเธอด้วยการใส่เสื้อผ้าที่เธอเตรียมไว้ให้แล้วนั่นเอง
“คุณตฤณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” พร้อมตาถามตฤณขึ้นหลังจากเขานอนพลิกไปพลิกมาไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นมานอนได้สักพัก
“เปล่า” เสียงเข้มตอบกลับนิ่งๆ สั้นๆ ก่อนจะพลิกตัวไปมาอยู่อย่างนั้นไม่หยุด จนพร้อมตาตัดสินใจเปิดโคมไฟและลุกขึ้นเพื่อดูเขา
“คุณไม่สบายหรือเปล่าคะ” เธอถามเขาขึ้นหลังจากเห็นใบหน้าเขามีเหงื่อซึมออกมา และใบหน้าแดงระเรื่อ
“เปล่า” ตฤณที่รู้สึกไม่สบายตัวและปวดหัวยังคงปฏิเสธออกมาอีกครั้งไม่อยากให้เธอยุ่งเรื่องของเขาเท่าไหร่
“ขอโทษนะคะ” พร้อมตาพูดขึ้นก่อนจะยื่นมือไปอังหน้าผากของตฤณอย่างถือวิสาสะ
“ทำอะไรของเธอ!” และเขาก็สะดุ้งขยับตัวหนีทันที แต่ก็ไม่ทันเพราะพร้อมตาได้แตะถูกหน้าผากเขาแล้ว
“คุณตัวอุ่นๆ ปวดหัวไหมคะ” เธอมองข้ามท่าทางไม่พอใจของเขาก่อนจะถามอาการออกมา
“.....” ตฤณไม่ตอบอะไรกลับไป และเลือกตะแคงหันหลังให้กับพร้อมตาอีกครั้งอย่างไม่อยากยุ่งกับเธอ
พร้อมตาเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะลงจากเตียงและออกจากห้องไป เธอลงไปยังครัวและรื้อหายาแก้ปวด ยาแก้ไข้ก่อนจะเอากลับขึ้นมาให้ตฤณที่ห้อง
“ทานยาหน่อยนะคะ” พร้อมตาวางยาไว้ที่หัวเตียงก่อนจะเอ่ยขึ้นให้เขาได้รู้
“ฉันไม่เป็นไร” ตฤณพลิกหันหลังให้พร้อมตาอีกครั้งแล้วตอบกลับไปอย่างไม่คิดรับน้ำใจจากเธอ ราวกับกลัวว่าทุกการรับอะไรจากเธอจะต้องแลกมาด้วยขอต่อรองแลกเปลี่ยน
อีกทั้งเขาไม่อยากทำตัวอ่อนแอต่อหน้าผู้หญิง และยิ่งเป็นผู้หญิงที่พึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตเขาได้ไม่นาน เขาไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นทั้งนั้น
“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้จะแย่กว่านี้ได้นะคะ” แต่เขากลับไม่รู้ว่าพร้อมตาไม่ได้คิดอะไรมากมายเหมือนเขาเลย แค่ไม่สบายก็กินยา ไม่ได้เป็นเรื่องอ่อนแอหรือเสียฟอร์มอะไรสักนิด
“เรื่องของฉัน!” ตฤณตวาดขึ้นเสียงเข้มทันทีที่เธอเอาแต่พูดกับเขาไม่หยุดจนน่ารำคาญ ทำเหมือนเขาเป็นเด็กไม่รู้ความ
“เช็ดตัวไหมคะ จะได้ระบายความร้อนออก” พร้อมตายังคงไม่ได้สนใจท่าทีของตฤณ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป เพราะตัวของเขาอุ่นๆ จนเกือบร้อน ถ้าได้กินยาเช็ดตัวพรุ่งนี้ก็คงหาย
“เธอจะมาวุ่นวายทำไมหนักหนาห๊ะ!” ตฤณลุกขึ้นจ้องมองพร้อมตาก่อนจะตะคอกถามใส่เธอออกไปอย่างหงุดหงิด
เขาก็แค่ปวดหัวเล็กน้อย เพราะวันนี้เขาออกไปดูงานนอกสถานที่ซึ่งตอนแรกแดดแรงมาก แต่อยู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เขาที่ปกติแข็งแรงอยู่แล้ว แต่กลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมา
แต่เพราะว่าเขารู้ตัวว่าตัวเองแข็งแรงไง อาการแค่นี้ไม่จำเป็นต้องกินยาหรือเช็ดตัวหรอก เขารู้ว่าพรุ่งนี้มันก็คงจะหายเองนั่นแหละ มีแต่เธอที่ทำเหมือนเขาเป็นเด็กๆ ไปได้
“ขอโทษค่ะ งั้นคุณนอนพักเถอะค่ะ” พร้อมตาก้มหน้าตอบกลับไปก่อนจะเดินกลับไปขึ้นเตียงฝั่งตัวเอง
เธอก็แค่เป็นห่วงกลัวอาการของเขาว่าจะหนักกว่าเดิมก็เลยอยากหาวิธีดักไว้แต่เนิ่นๆ แต่ไม่คิดว่าจะทำให้เขาหงุดหงิดและโมโหเธอขนาดนี้ อีกอย่างถ้าเขาไม่อยากทำก็บอกเธอดีๆ ก็ได้ไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องตะคอกใส่กันแบบนี้ราวกับเธอทำเรื่องไม่ดีกับเขาด้วยนะ
ตกกลางคืนร่างสูงที่คิดว่าตัวเองแข็งแรงมากพอและจะหายจากอาการพวกนี้ได้ด้วยตัวเอง ร่างกายกลับร้อนขึ้นกว่าเดิม หัวก็ปวดแรงขึ้น ร่างแข็งแกร่งมีเหงื่อผุดออกมาจนชื้นไปหมด แต่เจ้าของร่างกลับรู้สึกหนาวจนขยับตัวหาที่ซุกอย่างไม่รู้ และนั่นก็ทำให้คนถูกซุกรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังของเธอ
พร้อมตาพลิกตัวนอนหงายถึงได้รู้ว่าด้านข้างเธอคือตฤณ แต่ที่ทำให้เธอตกใจไม่น้อยก็คงจะเป็นความร้อนจากตัวเขาที่สัมผัสกับตัวของเธอนั่นเอง พร้อมตารีบขยับตัวเปิดโคมไฟหัวเตียงและได้เห็นร่างสูงของตฤณที่ชื้นเหงื่อ
เธอรีบลุกเข้าห้องน้ำและชุบผ้าขนหนูผืนเล็กหมาดๆ ออกมาก่อนจะเช็ดตัวระบายความร้อนให้กับตฤณทันที และด้วยความที่ร่างกายของตฤณที่ใหญ่กว่าร่างกายของเธอไม่น้อย ทำให้ค่อนข้างลำบากเวลาจับเขาพลิกนั่นเอง
“คุณตฤณ ทานยาก่อนนะคะ” พร้อมตาพยายามปลุกตฤณให้ลุกมากินยา เพราะอาการของเขาตอนนี้แค่เช็ดตัวอย่างเดียวคงไม่พอแน่
เปลือกตาบางของตฤณค่อยๆ ขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตามาอย่างไม่เต็มตา และจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าของตัวเองด้วยความพร่ามัว ก่อนจะเอ่ยเรียกเธอขึ้นอย่างที่เขาเห็น
“ดา”
