บทที่ 4 ไม่หวังอะไร

“ดา”

“.....” ร่างบางของพร้อมตาชะงักนิ่งไปทันทีหลังจากได้ยินบางอย่างจากปากของตฤณ เธอไม่รู้ว่าเขากำลังเรียกใคร แต่จากสิ่งที่เขาเรียกออกมาบอกได้ไม่ยากว่านั่นเป็นชื่อของ...ผู้หญิง

“ดา ตฤณ...ปวดหัว” เสียงเข้มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาอ่อนแรง พร้อมกับหลับตาลงอีกครั้งด้วยความปวดหัว

“ทานยาก่อนนะคะ” พร้อมตาสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งหวังว่าเขาจะพอได้ยิน แล้วขยับตัวไปหยิบยาเพื่อมาป้อนให้ตฤณ

และครั้งนี้เขาก็ยอมอ้าปากรับยาอย่างว่าง่ายไร้พิษภัย เพราะคิดว่าคนที่ป้อนให้เขาคือผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เขาพร่ำเรียกถึง

“นอนกับตฤณนะ” ตฤณเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหลับตา และซุกหน้าเข้ากับตักนุ่มของพร้อมตาอย่างออดอ้อนอ่อนแรง

พร้อมตานั่งมองหน้าหล่อของตฤณด้วยความรู้สึกแปลกๆ เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะที่ต้องมากลายเป็นตัวแทนของใครแบบนี้ ถึงแม้จะรู้ดีว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยสักนิดติดจะไม่ชอบกันด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเธอเองก็ไม่ได้ถึงขั้นรักเขาเหมือนกัน แต่พอมันเป็นแบบนี้ เธอก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าควรรู้สึกยังไง

ตลอดทั้งคืนพร้อมตาไม่ได้นอนเลยสักนิด เธอยังคงคอยดูอาการของตฤณเรื่อยๆ และคอยเช็ดตัวให้เขาตลอดเวลา จนเกือบจะเช้าที่อุณหภูมิของเขาลดลงจนเกือบเป็นปกติ นั่นทำให้พร้อมตาได้พัก และเผลอหลับไปนั่นเอง

ด้วยความที่พร้อมตาหลับไปในตอนใกล้เช้าทำให้วันนี้เธอตื่นสายกว่าปกติ และแน่นอนว่าคนที่ได้นอนเต็มอิ่มอย่างตฤณนั้นรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อน และสิ่งที่เขาเห็นมันย่อมทำให้เขาตกใจได้อย่างง่ายดาย

ร่างบางของพร้อมที่เอนตัวพิงหัวเตียงหลับไป โดยมีเขานอนหนุนตักของเธอและกอดเอวคอดไว้แน่น ในมือเล็กถือผ้าขนหนูที่ยังมีความเปียกชื้นอยู่ ทำให้เขารีบดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตฤณได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ไปนอนอยู่ในท่านี้กับพร้อมตา และไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงได้ถือผ้าขนหนูอยู่ในมือแบบนั้น หรือว่าเขาไม่สบายจนเธอต้องเช็ดตัวให้อย่างนั้นเหรอ

ตฤณลงจากเตียงและพาตัวเองเขาห้องน้ำไปทันที สายน้ำเย็นๆ ไหลลงมาตามร่างกายของเขา ร่างสูงค้ำมือไปกับผนังห้องน้ำโดยที่ในหัวมีความคิดมากมายไหลผ่านเข้ามาเต็มไปหมด หรือเพราะว่าความฝันนั่นที่ทำให้เขาไปนอนอยู่บนตักของพร้อมตา ความฝันที่เขาฝันถึง...ดาวิกา

หลังจากตฤณจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกจากห้องน้ำมาเจอกับพร้อมตาพอดี และแน่นอนว่าเธอยังคงทำหน้าที่ของเธอเหมือนทุกวัน นั่นคือเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขาได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ

“คุณรู้สึกยังไงบ้างคะ ยังปวดหัวอยู่ไหม” พร้อมตาหันมาถามตฤณขึ้นโดยที่เธอเลือกจะลืมเรื่องเมื่อคืนนี้ไป และไม่เอามาคิดให้ฟุ้งซ่าน

“อืม” ตฤณตอบกลับสั้นๆ ห้วนๆ ก่อนจะเดินสวนเธอเพื่อไปแต่งตัว ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณหรือพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืน

“ถ้ายังรู้สึกปวดหัวอยู่ คุณต้องทานยาอีกครั้งนะคะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีไข้ขึ้นมาได้อีก” เธอบอกเขาไว้กันลืมหรืออาจจะคิดว่าตัวเองไม่เป็นไรแล้วจะปล่อยผ่าน

“คิดว่าตัวเองเป็นหมอหรือไง!” ตฤณหันมาถามกึ่งต่อว่าพร้อมตาขึ้นอย่างไม่ชอบใจที่เธอพูดมากเหมือนกับตัวเองเป็นหมอ และเหมือนกับเขาเป็นเด็กแบบนี้ ยิ่งเรื่องเมื่อคืนมันก็กวนใจเขามากพอแล้ว แต่เธอก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ได้

“เรื่องง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอก็คิดได้ค่ะ” คำตอบพร้อมรอยยิ้มของพร้อมตาก่อนเธอจะหมุนตัวไปเข้าห้องน้ำ

แต่เธอกลับไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอได้ทำให้ตฤณไม่พอใจอย่างง่ายดาย คำพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะพร้อมรอยยิ้มหวานๆ นั่น แต่มันเหมือนกับเป็นการด่าเขาตรงๆ ว่าเขานั้นโง่ที่คิดเรื่องแค่นี้ไม่ได้

“กล้าดียังไง!” เสียงเข้มลอดไรฟันดังขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปยังประตูห้องน้ำอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็เลือกจะแต่งตัวและออกจากห้องไปทันที

พร้อมตาที่จัดการตัวเองเสร็จก็ลงมาข้างล่างเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ไม่เจอตฤณและพ่อสามีที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารเหมือนทุกวัน จะมีก็แต่คุณธิดาผู้เป็นแม่สามีของเธอนั่นเอง

“ตื่นสายไปนะ” คำเหน็บแนมดังขึ้นทันทีเมื่อพร้อมตาเดินเข้ามาในห้องกินข้าว

“ขอโทษค่ะ” เธอไม่ได้คิดจะแก้หรือบอกเหตุผลตัวว่าเพราะอะไรถึงทำให้เธอตื่นสายแบบนี้ นอกจากขอโทษออกไปเพื่อไม่ให้มีปัญหา

“อย่าคิดว่าเป็นสะใภ้บ้านนี้แล้วจะทำตัวเป็นคุณหญิงคุณนายอย่างที่เธอคิดนะพร้อมตา” คุณธิดาเตือนขึ้นกลัวลูกสะใภ้จะคิดไกลเกินตัว

“.....” พร้อมตาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นอกจากตักข้าวเข้าปาก และมีเพียงรอยยิ้มบางๆ อ่อนหวาน ที่ประดับใบหน้าเท่านั้น

“เธอน่าจะรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้ก็เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่าพ่อของเธอจะไม่เบี้ยวหนี้บ้านฉัน ที่สามีของฉันทำแบบนี้เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์กับพ่อของเธอ เลยให้เธอแต่งงานเข้ามา และไม่ยึดโฉนดบ้านของเธอ...”

“เธออย่าได้เผลอคิดไปล่ะ ว่าที่บ้านฉันให้เธอแต่งงานก็เพื่ออยากได้เธอเป็นสะใภ้จริงๆ” คุณธิดายังคงพูดต่อไม่หยุด เธอไม่รู้หรอกว่านิสัยใจคอของหญิงสาวตรงหน้าเป็นเหมือนกับใบหน้าและท่าทางที่แสดงออกหรือเปล่า นั่นเลยทำให้เธอยังไม่ไว้ใจอะไรใคร

“พร้อมทราบค่ะ ว่าพร้อมเข้ามาในฐานะอะไร คุณแม่สบายใจได้ค่ะ พร้อมไม่เคยคิดหลงตัวเองสักครั้ง” น้ำเสียงอ่อนหวาน คำพูดที่ไม่เย่อหยิ่ง และรอยยิ้มที่ประดับหน้าเธอตลอดเวลา ทำให้คุณธิดาชักสีหน้าไม่พอใจทันที

“คิดได้แบบนั้นก็ดี แล้วอย่าให้ฉันรู้ว่าเธอเองคิดจะเกาะลูกชายฉันเพื่อลบล้างหนี้ให้พ่อเธอล่ะ” คุณธิดาพูดจบก็ลุกออกจากห้องกินข้าวไปทันที เหลือทิ้งไว้เพียงพร้อมตาที่ก้มหน้ามองถ้วยข้าวต้มตัวเองโดยไม่ได้พูดอะไร

เธอรู้ว่าแม่สามีไม่ค่อยชอบใจเธอเท่าไหร่ แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นท่าทีแบบนี้ก็นึกว่าจะไม่รังเกียจเธอ แต่ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะอยู่ต่อหน้าพ่อสามีอย่างนั้นสินะ พอพ่อสามีไม่อยู่ด้วยความรู้สึกจริงๆ ของแม่สามีเธอก็เปิดเผยออกมาแบบนี้เองสินะ

สุดท้ายพร้อมตาก็ทำได้เพียงสูดหายใจเข้าปอดและเงยหน้าเพื่อสู้กับปัญหาอีกครั้ง เธอจะมานั่งจมอยู่กับความคิดพวกนี้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อพวกเขากลัวว่าเธอจะหลอกเอาสมบัติของพวกเขา เธอก็แค่ทำให้พวกเขาเห็น ว่านอกจากเธอไม่หวังอะไรแล้ว เธอก็ยังจะช่วยพ่อเธอใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์ให้ครบ พวกเขาจะได้ไม่ต้องมาดูถูกเธอแบบนี้อีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป