บทที่ 5 ดึงความสนใจ

“คุณพร้อมคิดว่าห้องแบบนี้จะเหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ตัวไหนมากกว่ากันครับ...”

“ผมชอบสามตัวนี้ แต่ผมเลือกไม่ถูกจริงๆ” ภูผาพูดพร้อมกับเปิดแคตตาล็อกชี้เฟอร์นิเจอร์ให้กับพร้อมตาได้ช่วยดูและช่วยพิจารณา

“จากสไตล์ห้องที่ดูเหมาะกับการอยู่คนเดียว พร้อมว่าแบบนี้น่าจะดีกว่านะคะ ทั้งดีไซน์ และสีที่ใช้ ให้ความอบอุ่น ไม่รู้สึกเหงาถ้าต้องอยู่คนเดียว แต่ถ้าอยู่สองคนสีแบบนี้ก็จะไม่ให้ความรู้สึกอึดอัดด้วยค่ะ” พร้อมตาตอบกลับไปอย่างชำนาญ

ถึงแม้ว่าบริษัทเธอจะผลิตเฟอร์นิเจอร์ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะเรียนรู้เรื่องการผลิตอย่างเดียว เธอยังต้องศึกษารายละเอียดให้ลึกไปกว่านั้น ทั้งเรื่องการออกแบบให้เหมาะกับบุคคล การให้ความรู้สึกเวลาเห็น และอีกหลายๆ อย่างอีกด้วย

“งั้นเราไปดูส่วนของห้องนอนกันบ้างดีกว่าครับ” เมื่อได้ห้องนั่งเล่นไปแล้ว ภูผาก็ชวนพร้อมตาไปยังส่วนต่อไป นั่นคือห้องนอนนั่นเอง

ทั้งภูผาและพร้อมตาต่างก็แลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองของกันและกันมากมายจนได้เฟอร์นิเจอร์ที่เขาถูกใจ แต่มีบางอย่างที่เขาต้องการพิเศษ นั่นก็ส่งต่องานนี้ให้กับพร้อมตานั่นเอง

และที่เขาพาเธอออกมาดูงานถึงที่แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการทำงานกับพร้อมตานั้นเธอใส่ใจลูกค้าทุกอย่าง และพร้อมจะลงพื้นที่ทำงานโดยไม่บ่นหรือแค่นั่งอยู่ในห้องอย่างเดียว ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอีกอย่างที่มัดใจลูกค้าอย่างภูผาได้

“นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว ก่อนกลับผมขอเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อก่อนนะครับ” ภูผาพูดขึ้นอย่างไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือทันที

“คุณเอ่ยปากขนาดนี้ พร้อมจะปฏิเสธได้ยังไงคะ” พร้อมตาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองทันที

เพราะบริษัทของเขาร่วมธุรกิจกับบริษัทพ่อเธอมานานแล้ว และไม่ว่าบริษัทพ่อเธอจะเจอปัญหาอะไร แต่บริษัทของภูผาก็ยังไว้ใจเลือกเธอทั้งที่บริษัทเขาใหญ่โตมีคนเสนอเงื่อนไขให้มากมาย

และพร้อมตาก็ได้ร่วมงานกับเขาบ่อยๆ จนรู้จักกันพอสมควรก็ไม่แปลกที่เธอจะตอบตกลงออกไปง่ายๆ จนเหมือนไม่เกรงใจ

“งั้นเชิญเลยครับ”

พร้อมตาและภูผามาถึงห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองแห่งหนึ่งก่อนจะตรงไปยังร้านอาหารที่สุภาพบุรุษอย่างภูผาให้พร้อมตาเป็นคนเลือกเอง และแน่นอนว่าหนุ่มหล่อและสาวสวยที่เดินเคียงคู่กันมาทำให้เรียกสายตาของผู้คนได้อย่างง่ายดาย และต่างอิจฉาในความหล่อสวยของทั้งคู่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองเหมาะสมกัน

“ฉันอยากได้แฟนเหมือนผู้ชายคนนั้น~” เสียงของหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในร้านอาหารพูดกับเพื่อนตัวเองขึ้นหลังจากหันไปเห็นภูผา และแน่นอนว่าเพื่อนของเธอก็หันไปมองไม่ต่างกัน

“เหอะ! แฟนเขาออกจะสวยขนาดนั้นใครจะกล้านอกใจ” เพื่อนสาวของเธอตอบกลับอย่างดับฝันเพื่อนทันที

“ฉันก็ไม่ได้คิดจะแย่งสักหน่อย ก็แค่อยากได้ผู้ชายแบบนี้” เธอยังคงพูดอย่างเพ้อฝันอยู่นั่นเอง เพียงแต่คำพูดของเธอดันเผลอให้คนที่อยู่โต๊ะติดกับเธอได้ยินและเบนสายตาไปมองหน้าร้านอย่างไม่ได้ตั้งใจ

และสิ่งที่เขาเห็นก็คือ หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าภรรยาของเขาที่เดินเคียงคู่มากับชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มหวานๆ เหมือนสนิทสนมกันมานานแล้วนั่นเอง

แน่นอนว่ามันทำให้เขาไม่พอใจกับการกระทำของเธอ นี่ยังดีที่คนสนใจเป็นแค่เด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป แต่ถ้าเกิดเป็นคนในวงการธุรกิจแล้วมาเจอเข้า เขาจะตอบคำถามพวกนี้ยังไง คนพวกนั้นจะมองครอบครัวเขาแบบไหน

“วันนี้ผมต้องขอบคุณคุณตฤณมากนะครับที่ยอมเสียเวลาออกมา และยังสละเวลามาทานข้าวกับพวกเราอีก” ชายวัยกลางคนที่เป็นลูกค้าของตฤณพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ” ตฤณตอบกลับตามหน้าที่ของตัวเอง

“แล้วคุณตฤณจะกลับเลยไหมครับ”

“ผมมีธุระต้องทำต่ออีกหน่อยครับ พวกคุณตามสบายเลย”

“ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ครับ”

แล้วเพื่อนร่วมโต๊ะของตฤณก็ลุกเดินออกไปกับเลขาของเขาจนออกจากร้านไป นั่นทำให้ตฤณเลือกจะลุกจากโต๊ะไม่ต่างกัน แต่เขาไม่ได้เดินออกจากร้านไปเพราะที่ที่เขาจะไปนั่นก็คือ โต๊ะของพร้อมตานั่นเอง

พรึ่บ!

ตฤณนั่งลงข้างพร้อมตาทันทีเมื่อเดินมาถึงโต๊ะของเธอ และแน่นอนว่าทั้งพร้อมตาและภูผาต่างก็หันมามองตฤณพร้อมกันทันที

“คุณตฤณ” พร้อมตาเรียกตฤณขึ้นด้วยความตกใจที่อยู่ๆ เขาก็มาอยู่ข้างๆ เธอ

“เห็นสามีตัวเองต้องตกใจขนาดนี้เลยเหรอ” เธอไม่รู้เลยว่าอาการตกใจของเธอมันทำให้ตฤณคิดไปแล้วว่าเธอทำบางอย่างผิดไป

“สวัสดีครับคุณตฤณ” เป็นภูผาที่เอ่ยทักทายตฤณขึ้น เพราะไม่มีใครไม่รู้จักนักธุรกิจหนุ่มอย่างตฤณ

“สวัสดีครับ” ตฤณตอบกลับพอเป็นพิธี และเขาเองก็รู้จักกับภูผาเหมือนกัน เพราะบริษัทเขารับเหมาก่อสร้างและออกแบบให้กับบริษัทใหญ่ๆ มากมาย รวมถึงบ้านจัดสรรและคอนโดของภูผาด้วย

“เอ่อ คุณมาได้ยังไงคะ” พร้อมตาถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เวลานี้เขาน่าจะอยู่บริษัทของเขาไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ

“ฉันมาที่แบบนี้ไม่ได้เหรอ”

“คุณทานข้าวเที่ยงหรือยังคะ” พร้อมตาไม่ได้ตอบอะไรกลับ เพียงแต่เปลี่ยนเรื่องถามเขาทันที

“อืม”

“เสียดายนะครับที่ไม่ได้ชวนคุณตฤณทานข้าวด้วยกัน ถ้าอย่างนั้นผมกับพร้อมขอทานข้าวกันก่อนนะครับ” และภูผาก็พูดขึ้นทันทีหลังจากตฤณตอบกลับแบบนี้

จากเมื่อก่อนเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับตฤณเลยสักนิด แต่พอเขารู้ว่าตฤณได้แต่งงานกับพร้อมตา ผู้หญิงที่เขาหมายปองและกำลังเดินหน้าทำคะแนน มันก็ทำให้ภูผาไม่ชอบหน้าตฤณขึ้นมาอย่างทันที

“ตามสบายเลยครับ แต่ผมคงต้องร่วมโต๊ะกับคุณเพื่อไปส่งภรรยาของผมก่อน” ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคำพูดของภูผามันกำลังไล่เขา จากตอนแรกก็แค่สงสัยในความรู้สึกของภูผาเพราะดูสายตาท่ีมองพร้อมตาแล้วไม่ค่อยปิดบังเลยสักนิด

แต่พอได้มาฟังคำพูดที่เหมือนคนเกลียดขี้หน้ากันแบบนี้ เขาก็แน่ใจได้ทันทีว่าผู้ชายตรงหน้าคิดอะไรกับพร้อมตา

“คุณไม่ต้องรอไปส่งฉันก็ได้นะคะ เดี๋ยวฉันกลับกับคุณภูได้ค่ะ” พร้อมตาที่ไม่อยากกวนเวลาทำงานของตฤณ เพราะเขาชอบหาเรื่องเธอบ่อยๆ

และเธอก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ผู้ชายทั้งสองคนได้กลายเป็นคนเกลียดขี้หน้ากันไปแล้ว ทำให้เธอพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ

แต่เธอกลับไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอกำลังทำให้ตฤณทั้งเสียหน้า และทำให้ตฤณไม่พอใจเพราะคิดว่าเธอคงอยากอยู่ใกล้ชิดกับภูผานั่นเอง

“อยากกลับกับเขา?” ตฤณจ้องมองพร้อมตาและเลิกคิ้วถามเธอขึ้น

“.....” คิ้วเรียวได้ทรงของพร้อมตาขมวดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ แต่ที่เธอไม่เข้าใจก็ไม่แปลก เพราะเธอไม่ได้มีความคิดว่าตฤณจะหึงหวงเธอ ไม่ได้มีความคิดว่าตฤณจะสนใจเรื่องของเธอ มันก็เลยทำให้เธอไม่รู้อะไรเลย ว่าทำให้ชายหนุ่มโกรธอยู่

“หึ!” ตฤณแค่นหัวเราะขึ้นก่อนจะลุกขึ้นออกจากโต๊ะไปทันที นั่นยิ่งทำให้พร้อมตายิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ ว่าเธอทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

“ทานข้าวกันเถอะครับ เดี๋ยวอาหารเย็นหมด” ภูผารีบดึงความสนใจจากพร้อมตากลับคืนมาทันที

และมันก็ได้ผลเมื่อพร้อมตาเลิกคิดอะไรฟุ้งซ่านและกลับมาพูดคุยเรื่องงานกับภูผาต่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป