บทที่ 8 ไม่ไว้ใจ
วันนี้เป็นอีกวันที่พร้อมตาตื่นสายกว่าปกติ ร่างบางลุกขึ้นเดินอย่างไร้เรี่ยวแรงจนเกือบล้มลงพื้นหลายต่อหลายครั้งจนเธอต้องยืนค้ำผนังห้องไว้หลายนาทีกว่าจะก้าวต่อไปได้เพื่อจัดการธุระส่วนตัวและพาตัวเองลงไปชั้นล่างเพื่อไปทำงาน
“เป็นลูกสะใภ้บ้านฉันนี่ดีจริงๆ เลยนะ อยากจะตื่นตอนไหนก็ได้” น้ำเสียงเหน็บแนมของผู้เป็นแม่สามีเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างบางเดินผ่านห้องนั่งเล่น นั่นทำให้เธอต้องหยุดและหันมาหาแม่สามี
“พร้อมไปทำงานก่อนนะคะ” พร้อมตาเอ่ยบอกแม่สามีขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆ เพื่อไม่เป็นการมองข้ามผู้ใหญ่
“หึ! ก็ให้ไปทำงานจริงๆ ไม่ใช่แค่หาเรื่องออกจากบ้านเพราะไม่อยากทำงานบ้านหรอกน่ะ” คุณธิดาพูดขึ้นกระแทกแดกดันอย่างไม่ไว้ใจ
“.....” พร้อมตาส่งยิ้มให้กับแม่สามีอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบ้านมาโดยไม่ได้ตอบอะไร แต่เธอก็เชื่อว่าสักวันทั้งแม่สามี และสามีของเธอจะรับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้ต้องการเข้ามาเพื่อเกาะสมบัติบ้านพวกเขา ไม่ได้เข้ามาเพื่อจะไม่ใช้หนี้ของพ่อเธอ
“เด็กคนนี้ไม่มีปากมีเสียงเลยนะคะ” รวงทองผู้เป็นแม่บ้านเก่าแก่ของบ้านและสนิทกับคุณธิดาเอ่ยขึ้นตามที่เห็น
เธอก็ไม่รู้นิสัยใจคอของหญิงสาวดีเท่าไหร่หรอก แต่ก็รู้ว่าการแต่งงานเข้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร แต่เท่าที่เด็กสาวอยู่บ้านหลังนี้มา เวลาที่เธอเห็นพร้อมตาเข้าครัวและพูดคุยกับคนใช้คนอื่นๆ หญิงสาวก็ไม่เคยถือเนื้อถือตัว แถมยังทำงานคล่องแคล่วอีกต่างหาก
“เมื่อก่อนฉันก็คิดแบบนั้น แต่ฉันไม่ไว้ใจบ้านนั้นแล้วจริงๆ” คุณธิดาพูดกับแม่บ้านคนสนิทออกไป เมื่อก่อนเธอเองก็เคยเจอกับพร้อมตาบ่อยๆ เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ และก็ยอมรับว่าบ้านนั้นสอนลูกมาดีจริงๆ
แต่เวลาผ่านไปอะไรก็เปลี่ยนไป ครอบครัวที่เคยร่ำรวยแทบไม่ต่างจากครอบครัวเธอแต่กลับบริหารงานผิดพลาดจนเริ่มเป็นหนี้ และเข้ามาหยิบยืมเงินจากครอบครัวเธอบ่อยๆ นั่นทำให้เธอเริ่มทิ้งระยะห่างจากครอบครัวพร้อมตา และก็ไม่ค่อยได้ไปมาหากันอีก เธอเองก็เลยไม่แน่ใจว่าพร้อมตาในตอนนี้ ยังจะเหมือนพร้อมตาในวัยเด็กที่เธอรู้จักไหม
“ยังไงนมก็จับตาดูเด็กคนนี้ให้ดีก็แล้วกัน ฉันกลัวว่าเธอจะเข้ามากอบโกยและประจบประแจงคุณผู้ชายเข้าได้” คุณธิดาเอ่ยกับคนสนิทอีกครั้งอย่างไม่ค่อยไว้ใจเหมือนเดิม
“ค่ะ”
แกร็ก! เสียงประตูห้องทำงานของพร้อมตาเปิดออกมาพร้อมกับร่างสูง ทำให้พร้อมตาที่เงยไปมองถึงกับชะงักไปทันที
“คุณมีอะไรคะ” พร้อมตาเอ่ยถามตฤณขึ้นหลังจากเห็นเขามาถึงบริษัทพ่อเธอ และเข้ามาถึงห้องทำงานของเธออย่างง่ายดายไม่บอกกล่าว
“ทำไม ฉันมาไม่ได้?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นถามภรรยาสาวก่อนจะเดินไปนั่งตรงข้ามกับเธอ
“เปล่าค่ะ” พร้อมตาตอบกลับออกไปก่อนจะก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ ถึงแม้จะอยากรู้ว่าเขามาทำไมก็ตาม แต่ก็รู้ว่าถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ
“ฉันหิวข้าว” แล้วอยู่ๆ ตฤณก็พูดขึ้นทำให้พร้อมตาเงยมองหน้าเขาอีกครั้ง
“แล้วยังไงคะ” หิวข้าวแล้วมาหาเธอทำไม
“เป็นเมีย ไม่คิดจะหาข้าวให้ผัวกินหรือไง” เขาพูดขึ้นอย่างหาเรื่อง และที่มาก็อยากรู้ว่าจะเห็นเธออยู่กับใครหรือออกไปไหนหรือเปล่า
“.....” พร้อมตาถึงกับพูดไม่ออกหลังจากตฤณพูดขึ้น เขาขับรถมาหาเธอถึงบริษัทได้แต่หาข้าวกินเองไม่ได้อย่างนั้นเหรอ แล้วเมื่อก่อนเขาหากินเองยังไง ทำไมวันนี้ต้องมาบอกเธอถึงนี่
“ลุก ฉันจะไปกินข้าว” ตฤณพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อบอกให้เธอลุกตาม
“ฉันไม่ว่างค่ะ” พร้อมตาตอบกลับออกไปตามตรงและไม่ทำตามที่เขาสั่ง
“ทำไมไม่ว่าง นี่มันใกล้เวลาพักแล้ว” หรือเธอนัดใครไว้
“ฉันมีนัดกับลูกค้าค่ะ” คำตอบของเธอเป็นอย่างที่คิดไม่ผิด
“นัดกี่โมง แล้วรับนัดไม่เลือกเวลาหน่อยหรือไง!” ตฤณพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด ทั้งที่เขาอุตส่าห์ขับรถมาถึงนี่ แต่กลับมาให้เธอปฏิเสธอย่างนั้นเหรอ
แล้วถามว่าทำไมเขาต้องมาหาพร้อมตาถึงบริษัท นั่นก็เพราะว่าเขาผ่านมาทางนี้พอดี และอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพร้อมตาไม่ได้นัดเจอกับภูผาอย่างที่เขาสั่งนั่นเอง เขาก็เลยเลือกจะแวะมาโดยไม่ได้โทรมาบอกเธอล่วงหน้าแบบนี้ไง
“ก็ลูกค้าสะดวกเวลานี้ ฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่คะ” ตอนนี้แค่มีลูกค้าเธอก็ไม่สนใจเวลาหรอก
“แต่นี่มันเวลา...”
ครืดด! ยังไม่ทันที่ตฤณจะพูดจบ เสียงโทรศัพท์ของพร้อมตาก็ดังขึ้นก่อน ทำให้ตฤณหันไปมองตามเสียง แต่ก็มองไม่เห็นหรอกว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา
“ค่ะคุณภู...” แต่แล้วคำพูดของพร้อมตาก็ทำให้หนังตาตฤณกระตุกขึ้นทันที ใบหน้านิ่งเรียบในตอนแรกเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างทันที
“ค่ะ พร้อมกำลังจะออกไป เจอกันที่ร้านเลยนะคะ...”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ”
“นี่เหรอลูกค้าที่เธอนัด...”
“อ๋อ แบบนี้เองสินะถึงได้นัดเวลาใกล้พัก เพราะจะได้หาโอกาสไปกินข้าวกับมันอย่างนั้นสินะ!” ตฤณพูดขึ้นอย่างไม่ชอบใจทันที
เขามาที่นี่และเห็นเธอทำงานโดยปราศจากเงาของผู้ชายอย่างภูผาเขาก็พอใจมากแล้ว
แต่ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายความพอใจในตอนแรกของเขามันแค่เรื่องหลอกเด็ก ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายแล้วผู้หญิงตรงหน้าจะปฏิเสธเขาเพราะผู้ชายคนนั้นถึงสามครั้ง
“ลูกค้าที่ฉันนัดไม่ใช่คุณภูค่ะ แต่เป็นเพื่อนคุณภูที่เขาแนะนำมา ก็เลยทำให้คุณภูต้องไปด้วยแค่นั้นเอง” พร้อมตาอธิบายให้ตฤณได้เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเธอนัดเจอกับภูผาได้ทุกวันหรอกนะ แต่ครั้งนี้ที่ภูผาไปด้วยเพราะลูกค้าคนใหม่ของเธอได้รับการแนะนำมาจากภูผานั่นเอง ซึ่งการมีภูผาไปด้วยก็ถือว่าการคุยงานจะง่ายขึ้นก็แค่นั้น
“หึ! ก็แค่ข้ออ้างของผู้หญิงอย่างเธอ” เขาไม่คิดจะเชื่อเลย มันก็แค่ข้ออ้างที่ให้ทั้งสองได้นัดเจอกันอย่างไม่ดูแย่
“ผู้หญิงอย่างฉันทำไมเหรอคะ” พร้อมตาลุกขึ้นจ้องมองตฤณด้วยสายตานิ่งเรียบแล้วถามออกไป คำว่าผู้หญิงอย่างเธอมันบ่งบอกได้แล้วว่าเป็นการดูถูก แต่เธอก็อยากจะฟังจากปากเขาชัดๆ เหมือนกันว่า ผู้หญิงอย่างเธอในความหมายของเขาเป็นยังไง
“อย่าให้ฉันพูดเลยดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเปล่าๆ” เขาตอบกลับปัดๆ อย่างไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้
“แล้วคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำอยู่นี่เป็นสุภาพบุรุษอย่างนั้นเหรอคะ” และมันก็ทำให้พร้อมตาย้อนถามกลับไปด้วยความอยากรู้ ว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ยังมีคำว่าสุภาพบุรุษอยู่หรือเปล่า
“พร้อมตา!” ตฤณถึงกับโมโหไม่น้อยที่ถูกเธอหลอกด่าออกมาด้วยใบหน้าเรียบๆ และน้ำเสียงไร้อารมณ์
“ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบฉัน รู้ว่าคุณคงจะเกลียดฉันมาก ซึ่งฉันคงห้ามความรู้สึกของคุณไม่ได้...”
“แต่สำหรับเรื่องของคุณภูผา ฉันบริสุทธิ์ใจและพบเจอเขาเพราะเรื่องงานก็แค่นั้นค่ะ” เธอพูดออกไปอีกครั้งให้เขาเข้าใจหวังว่าเขาจะเลิกหาเรื่องกันบ้าง
“เหรอ แต่ดูเรื่องงานของเธอกับนายภูผานี่จะเจอกันบ่อยกว่าคนอื่นๆ เขาเลยนะ มีงานอะไรบ้างล่ะ งานดูคอนโด ดูบ้าน แล้วได้ลองเตียงกันเลยล่ะ” แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ตฤณหยุดได้เลย แล้วก็หยาบคายขึ้นเรื่อยๆ
เพี้ยะ! มือเล็กฟาดลงบนหน้าหล่ออย่างแรงอย่างทนไม่ไหว ปกติเธอไม่ใช่คนนิสัยชอบใช้กำลังแบบนี้เลยสักนิด และไม่คิดว่าตัวเองจะทนไม่ไหวจนทำแบบนี้ด้วย แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคนที่ได้ชื่อว่าสามีของเธอ จะสามารถพูดให้เธอหมดความอดทนได้ขนาดนี้
หน้าหล่อคมหันกลับไปจ้องมองพร้อมตาด้วยสายตาดุดันทันที สำหรับเขาเกิดมาไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าเขาแบบนี้มาก่อน แต่ผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงที่แค่แต่งงานเข้ามาเพราะเป็นหนี้ กล้าดียังไงถึงได้มาตบหน้าเขา กล้าดียังไงถึงกล้ามาอวดดีกับเขาแบบนี้
หมับ! ตฤณเข้ามาบีบต้นแขนเล็กของพร้อมตาอย่างแรงก่อนจะออกแรงกระชากเธอเข้าหาตัวอย่างแรง
“เธอคงจะลืมตัวไปแล้วสินะ ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร เธอคงจะลืมตัวไปแล้วสินะ ว่าเธอไม่ได้สำคัญกับฉันจนมีสิทธิ์มาทำกิริยาแบบนี้ใส่ฉัน!” น้ำเสียงลอดไรฟันของตฤณดังขึ้นชิดหน้าพร้อมตาเป็นการย้ำเตือนสถานะของเธอ
“คุณเองก็ไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฉัน” พร้อมตาเถียงกลับไปด้วยความกลัว แต่เธอก็เลือกจะหลบสายตาของเขาที่อยู่ในท่าทางฉุนเฉียวดุร้าย
“เพราะฉันดูเธอถูก เธอถึงได้มาอยู่ในสถานะเมียแต่งของฉันแบบนี้ เพราะถ้าฉันดูเธอผิด ตอนนี้เธอคงไม่เอาตัวมาค้ำประกันเงินพวกนั้นหรอก!” นั่นก็หมายความว่าเธอเองก็ไม่ได้มีค่าอะไรอย่างที่เขาคิดยังไงล่ะ เพราะถ้าเธอมีค่าพอคงไม่ยอมแต่งงานกับเขาง่ายๆ ถ้าเธอมีค่าพอคงไม่ยอมเอาตัวเองมาเป็นหลักค้ำประกันแบบนี้
“แต่มันเป็นข้อเสนอของพ่อคุณ” ไม่ใช่ว่าบ้านเธอเรียกร้องและเสนอให้สักหน่อย แล้วการที่บ้านเธอตอบรับมันหมายความว่าเธอผิดเหรอ
“หึ! ถึงแม้ว่ามันจะเป็นข้อเสนอของพ่อฉัน แต่ถ้าเธอมีศักดิ์ศรีพอ เธอก็คงปฏิเสธมันไปโดยไม่ต้องคิด” พร้อมตาสะอึกกับคำพูดของตฤณอย่างที่หาข้อโต้แย้งกลับไปไม่ได้เลยสักนิด ถึงแม้ว่าใจเธอไม่ได้คิดแบบนั้นแต่คำพูดของเขาก็ดักได้หมดทุกทางแล้ว ไม่ว่าจะพูดยังไงก็คงฟังไม่ขึ้น
ครืดด! แล้วเสียงโทรศัพท์ของพร้อมตาก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้พร้อมตาและตฤณหันไปมองยังหน้าจอที่โชว์ชื่อของภูผาอยู่นั่นเอง และแน่นอนว่าพร้อมตาไม่สามารถยื่นมือไปรับสายได้
“รอไม่ถึงห้านาทีก็โทรมาหาอีกแล้วงั้นเหรอ เธอคิดว่าถ้าวันนี้เธอไปหามันไม่ได้ มันจะโทรหาเธออีกกี่สาย” ตฤณเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มร้ายทันที และนั่นก็ทำให้พร้อมตาใจสั่นขึ้นทันที
“คุณหมายความว่ายังไง” คำพูดของเขาทำให้เธอไม่ไว้ใจ กลัวเขาทำเรื่องอะไรที่จะทำให้เธอเสียงานได้
“หึ!” ตฤณแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันและเหนือกว่า
พรึ่บ! ก่อนเขาจะจับพร้อมตาหมุนตัวและกดเธอลงกับโต๊ะทำงานทันที ร่างสูงก้มลงมากระซิบข้างใบหูเล็กของพร้อมตาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นทันที
“ให้ผัวเอาก่อน ส่วนชู้ก็ให้มันรอไปก่อนแล้วกัน”
