บทที่ 12 ดีใจที่ได้เจออีกครั้ง

“ใครคือซาร่า”

พิพัฒน์ถามลูกสาว

“ซาร่าคือเพื่อนของพลอยค่ะ เพื่อนที่เคยมาค้างคืนที่บ้านเราเมื่อหลายเดือนก่อน”

ตอนที่ 11 ดีใจที่ได้เจออีกครั้ง

กัปตันพิพัฒน์ไม่ได้รู้สึกอะไรกับชื่อของเพื่อนลูกสาว เพราะเขาลืมชื่อของเด็กสาวคนนั้นไปนานแล้ว เขาแทบจะลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ

“พวกเธอเตรียมเสื้อผ้ามาแล้วใช่ไหม”

แพรพลอยถามเพื่อนทั้งสาม ขณะที่เธอเดินเข้ามานั่งในห้องเรียน โดยเพื่อนสาวทั้งสามคนนั่งรออยู่

“ดูกระเป๋าพวกฉันสิ สะพายจนหลังแทบจะหักอยู่แล้ว”

เอิร์นชี้ไปที่กระเป๋าของเธอ และกระเป๋าของเพื่อนทั้งสอง ที่วางอยู่ใต้โต๊ะ

“เยี่ยมมาก หลังเลิกเรียนพี่ภีมจะขับรถมารับหน้ามหาลัย พวกเธอช่วยฉันคิดเมนูหน่อยสิ ฉันควรจะทำอาหารอะไรเพิ่ม ในงานวันเกิดของฉัน”

“ยำวุ้นเส้นซีฟู้ด ข้าวผัดซีฟู้ด หมึกย่าง กุ้งเผาน้ำจิ้มซีฟู้ด ประมาณนี้ไหม ง่ายๆดี ฉันเป็นคนทำเองก็ได้ ฉันทำเป็น”

ลลิสาแนะนำเพื่อน

“อื้อ เข้าท่าดีนะ พ่อของฉันสั่งอาหารไว้เยอะเลย ทั้งเค้กก้อนโต ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม โอ๊ย เยอะมาก ทำเมนูที่เธอว่าก็ดีเหมือนกัน”

“ใช่ๆ เวลาเต้นเหนื่อยๆจะได้พักไปทานข้าวผัด คริคริ”

ดรีมพูดก่อนจะหัวเราะคิกคัก

รถ BMW ขับเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์หรู ทั้งสี่สาวลงจากรถ แล้วเดินตามหลังแพรพลอยเข้าไปในบ้าน

“พวกเธอตามฉันขึ้นมาสิ”

แพรพลอยเรียกให้เพื่อนๆเดินตามขึ้นไปยังชั้น2 ของบ้าน

“ดรีมกับเอิร์นนอนห้องนี้นะ ส่วนซาร่านอนกับฉัน”

เธอเดินนำเพื่อนไปยังห้องสุดท้าย สองสาวนำกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปเก็บไว้ในห้อง จากนั้นจึงเดินนำลลิสากลับมาที่ห้องของเธอ

“แล้วห้องที่อยู่ตรงข้ามล่ะ เป็นห้องของใคร”

ลลิสาถามแพรพลอย ขณะที่เธอกำลังนำเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าไปแขวนไว้ในตู้

“ห้องคุณพ่อฉันเอง คุณพ่อกำลังมาน่ะ เดี๋ยววันนี้เธอก็ได้เจอคุณพ่อของฉัน”

“อื้อ ก็ดีเหมือนกัน ฉันก็อยากเจอคุณพ่อของเธอ เรียนกับเธอมาตั้งปีกว่าๆ ยังไม่เคยเจอท่านเลย”

“พ่อฉันน่ะ ใจดีมาก อาจจะขี้บ่น กฎระเบียบเยอะ แต่คุณพ่อฉันใจดี สายเปย์ด้วยคริคริ ลงไปข้างล่างกันเถอะ วันนี้ต้องจัดสถานที่สังสรรค์เตรียมไว้”

ทั้งสี่สาวช่วยกันตกแต่งบริเวณสนามหญ้าด้วยลูกโป่งและไฟประดับ โดยมีภาคินเป็นคนจัดการเรื่องไฟให้

“พวกเธอช่วยกันไปก่อนนะ ฉันจะไปทำอาหารมื้อเย็นให้พวกเธอทาน”

ลลิสาบอกเพื่อนๆ

“โอเค จัดเต็มเลยนะซาร่า ของทุกอย่างอยู่ในตู้เย็น โชว์ฝีมือให้พวกฉันได้ทานสักทีเถอะ”

แพรพลอยบอกลลิสา ขณะที่เธอกำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ ยื่นมือไปผูกลูกโป่งบนยอดไม้

“เดี๋ยวพี่ไปช่วยน้องซาร่าทำอาหารดีกว่า”

ภาคินเตรียมตัวจะเดินตามหลังลลิสาไป

“ไม่ต้องเลยนะพี่ภีม หน้าที่ของพี่คือช่วยยัยเอิร์นติดไฟประดับ เดี๋ยวเถอะ ถ้าไม่ช่วยนะ พรุ่งนี้จะไม่ให้มาร่วมงานวันเกิดด้วยเลย ลองดูไหม”

แพรพลอยขู่พี่ชายของเธอ และมันก็ได้ผลจริงๆ

“คร๊าบ...คุณแพรพลอย ส่งไฟมาสิเอิร์น”

เขาบอกเอิร์นด้วยน้ำเสียงห้วน อีกฝ่ายจึงขว้างสายไฟไปโดนที่หน้าอกแกร่ง เขาจ้องหน้าเอิร์นตาเขม็ง หญิงสาวเบ้ปากใส่เขาเป็นการยั่วโมโห

ลลิสาเดินตรงเข้าไปในห้องครัว เธอนำของสดในตู้เย็น และผักต่างๆออกมา เพื่อที่จะทำอาหารมื้อเย็น

(บึ๊นนน เอี๊ยดดด)

เสียงรถสปอร์ตออดี้เบรคจอดภายในคฤหาสน์แห่งนั้น ร่างสูงก้าวขาลงจากรถ แล้วเดินตรงไปที่สนามหญ้าหน้าบ้าน มือขวาถือหมวกสีดำ และมีเสื้อสูทของกัปตันอยู่ในอุ้งแขนของเขา

“ทำอะไรกันอยู่เด็กๆ”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่เดินมาถึง

“กำลังเตรียมสถานที่จัดงานวันเกิดไงคะคุณพ่อ”

แพรพลอยบอกบิดาของเธอ

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ/สวัสดีค่ะคุณพ่อ”

ดรีมและเอิร์นวางของในมือไว้บนโต๊ะ แล้วไหว้สวัสดีพ่อของเพื่อน

“สวัสดีครับ ตามสบายนะเด็กๆ พ่อขอไปอาบน้ำก่อน”

“ค่ะ/ค่ะ/ค่ะคุณพ่อ”

“คืนนี้ดื่มกันสักหน่อยนะครับคุณอา”

ภาคินพูดกับพิพัฒน์ ขณะที่ตัวเขากำลังติดไฟอยู่บนต้นไม้

“พรุ่งนี้ดีกว่าไหม ดื่มช่วงงานวันเกิดของน้องพลอยดีกว่า วันนี้อารู้สึกเพลียน่ะ”

“โอเคครับ คุณอาไปพักผ่อนเถอะ”

พิพัฒน์พยักหน้าตอบกลับ จากนั้นจึงเดินตรงเข้าไปในบ้าน

(โป๊กโป๊กโป๊ก)

เสียงสากกระทบกับครกดังมาจากห้องครัว ร่างสูงกำลังก้าวขาขึ้นบันได แต่ก็ต้องหยุดชะงักทันที ปกติแม่ครัวของที่นี่จะต้องทำอาหารให้เสร็จก่อนสี่โมงเย็น และต้องรีบออกไปจากบ้านหลังนี้ ก่อนสี่โมงครึ่ง แต่ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น ทำไมแม่ครัวถึงได้มาทำอาหารเสียงดังรบกวนเขาในตอนนี้

“เฮ่อ”

พิพัฒน์ถอนหายใจออกมา เขาวางเสื้อสูทและหมวกไว้ที่โซฟา จากนั้นจึงเดินตรงไปที่ห้องครัว แล้วเขาต้องหยุดชะงักทันที เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดนักศึกษากระโปรงสั้น กำลังยืนตำพริกรัวๆ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเขายืนอยู่ข้างหลัง นัยน์ตาคมไล่สำรวจเรือนร่างหญิงสาว เธอหุ่นดี ดูดี และดูเซ็กซี่จนเขาต้องมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า กัปตันพิพัฒน์รีบสลัดความคิดแบบนั้นออกจากสมองทันที เพราะนี่คงจะเป็นเพื่อนอีกคน ที่ลูกสาวเคยพามาค้างคืนที่บ้าน

“ทำอะไรน่ะ”

พิพัฒน์ถามออกไป คนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารถึงกับสะดุ้ง ลลิสาหยุดชะงักยืนนิ่ง ใครกันถึงได้มาทักถามเธอในเวลานี้ หญิงสาวค่อยๆหมุนตัวหันไปมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว จึงได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนที่เอ่ยถามเธอเมื่อสักครู่

“!”

“!”

ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันและกัน ลลิสารู้สึกตกใจและหัวใจของเธอกำลังเต้นระรัว ไม่ต่างจากพิพัฒน์ เขาเองก็ตกใจเช่นกัน เขายังจำเด็กสาวที่เขาเคยช่วยเหลือชีวิตของเธอเอาไว้ แต่บัดนี้เธอโตเป็นสาวเต็มตัว เขาทั้งตกใจและงุนงงสับสน เหตุใดเธอถึงได้มาอยู่ในบ้านหลังนี้ หรือเธอคือเพื่อนของลูกสาวของเขานั่นเอง

“คุ...คุณกัปตัน!”

“หนู!”

(พรึ่บ)

ความคิดถึงที่เธอมีต่อเขาตลอดมา มันสั่งให้เธอวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้ชายตรงหน้าโดยอัตโนมัติ ลำแขนเล็กกอดรัดเอวสอบไว้แน่น พิพัฒน์ตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เธอทำกับเขาแบบนี้ มือหนาค่อยๆยื่นไปลูบหลังบอบบางอย่างอ่อนโยน เขาเองก็รู้สึกดีที่ได้เจอกับเธออีกครั้ง

“หนูเป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถามเธอ ลลิสายังคงกอดเขาไม่ยอมปล่อย

“หนูเป็นเพื่อนกับแพรพลอยค่ะ แล้วคุณกัปตันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ หรือว่าคุณกัปตันคือ...คุณพ่อของพลอย”

เธอค่อยๆคลายลำแขนออก แล้วยืนมองหน้าคนที่เธอคิดถึงสุดหัวใจ

“ฉันเป็นพ่อของน้องพลอยน่ะ โลกกลมจังเลยนะ ฉันไม่นึกเลยว่าจะได้เจอหนูอีก ฉันเกือบจะลืมเรื่องราวครั้งนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ”

“ถึงคุณกัปตันจะลืม แต่หนูไม่มีวันลืมหรอกค่ะ หนูไม่เคยลืมคนที่ช่วยชีวิตหนูไว้”

เธอพูดพร้อมกับมองใบหน้าของเขาด้วยความดีใจและสุดแสนจะคิดถึง

“หนูโตเป็นสาวแล้วนะ ฉันแทบจะจำไม่ได้ ตอนนั้นหนูยังเป็นเด็กอยู่เลย สูงขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า”

“ส่วนสูงเท่าเดิมค่ะ แต่น้ำหนักเพิ่มขึ้น ก็หนูเป็นสาวแล้วนี่คะ”

“ใช่ หนูเป็นสาวแล้ว รุ่นเดียวกันกับน้องพลอย หนูคงอายุครบยี่สิบแล้วสินะ”

“ยังค่ะ อีกเดือนกว่าๆถึงจะครบยี่สิบปี เอ่อ...แล้วแฟนของคุณกัปตันไม่มาด้วยเหรอคะ”

ดวงตากลมโตดูเศร้าลง เมื่อเธอเอ่ยถามถึงคนรักของเขา

“ถ้าหนูหมายถึงแอนนี่ ฉันเลิกกับแอนนี่ไปปีกว่าๆแล้วล่ะ”

“เหรอคะ”

ลลิสายิ้มออกมา แววตาของเธอเป็นประกาย พิพัฒน์ยังคงจ้องใบหน้าสวยหวานด้วยความเอ็นดู

“เอ่อ...แล้วหนูกำลังทำอะไร”

“หนูกำลังทำอาหารมื้อเย็นค่ะ คุณกัปตันรอทานฝีมือของหนูนะคะ รับรองว่าอร่อยเหมือนฝีมือเชฟเลยล่ะค่ะ”

“ได้ งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวฉันลงมาช่วยหนูทำอาหาร”

“โอเคค่ะ”

ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ ลลิสารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่เธอได้เจอเขาอีกครั้ง ยิ่งได้รู้ว่าเขาเลิกรากันกับแอนนี่ เธอยิ่งมีความหวัง เธอคิดไปไกลจนไม่สามารถหักห้ามใจได้อีกแล้ว

-----------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป