บทที่ 13 โดนหอมแก้ม!

ตอนที่ 12 โดนหอมแก้ม!

“มีอะไรให้ฉันช่วยบ้าง บอกได้นะ”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมา ร่างสูงเดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆเพื่อนลูกสาว ลสิสากำลังยืนก้มหน้าหั่นผัก การกระทำของเธอเหมือนกับคนที่เก่งด้านทำอาหารพอสมควร

“จะช่วยหนูทำจริงๆเหรอคะ คุณกัปตันกลับมาเหนื่อยๆ น่าจะพักผ่อนดีกว่านะคะ”

เธอหันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ และส่งยิ้มสดใสให้เขา พิพัฒน์สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงวอร์มขายาวสีเทา กลิ่นหอมจากกายของเขาทำให้ลลิสาอยากจะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เขายังคงหล่อเหลาและดูดีเหมือนที่เธอเคยเจอครั้งแรก

“ให้ฉันช่วยทำเถอะ เธอเป็นแขก ไม่ควรมาทำอาหารด้วยซ้ำ”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูชอบทำอาหารอยู่แล้ว คุณกัปตันช่วยชิมก็พอนะคะ”

“หนูเป็นคนปรุงดีกว่า วางมีดลง ฉันจะหั่นผักเอง”

“ก็ได้ค่ะ”

เขาขยับไปยืนแทนที่ของเธอ พิพัฒน์ยืนหั่นผักอย่างขะมักเขม้น ปกติเขาเป็นคนที่ชอบทำอาหารเช่นกัน เพียงแต่เขาไม่ค่อยมีเวลาทำก็เท่านั้น

“เก่งจังเลยค่ะ หั่นผักเร็วกว่าหนูอีก”

เธอเอ่ยชมเขา

“หึ หนูไม่รู้ซะแล้ว ฉันนี่แหละ พ่อครัวตัวจริง แล้วในหม้อนั่นแกงอะไร”

เขาถามลลิสา เนื่องจากอาหารในหม้อส่งกลิ่นหอมจนเขาอยากจะทานข้าวขึ้นมาเสียแล้ว

“แกงสับปะรดใส่หอยแมลงภู่ค่ะ ส่วนหม้อถัดไป ต้มยำซีฟู้ด”

“แล้วผักคะน้าที่กำลังหั่นอยู่ล่ะ เมนูอะไร”

“หนูจะทำคะน้าหมูกรอบค่ะ”

“ดีจังเลย คะน้าหมูกรอบ อาหารโปรดของฉันเลยนะ”

“จริงเหรอคะ งั้นหนูจะทำให้สุดฝีมือเลยค่ะ”

เธอพูด และมองพ่อของเพื่อนด้วยแววตาเป็นประกาย

ลลิสาทำเมนูคะน้าหมูกรอบจนเสร็จ กลิ่นหอมของอาหารทำให้พิพัฒน์น้ำลายสอ

“หอมมาก น่าทานสุดๆ แค่ได้กลิ่นหอมก็รู้แล้วว่าอร่อย”

“ลองชิมก่อนสิคะ จะได้รู้ว่าอร่อยจริงหรือเปล่า”

เธอใช้ช้อนตักขึ้นมา เพื่อให้พิพัฒน์ชิม การกระทำของลลิสาเหมือนเด็กน้อยที่กำลังเอาใจผู้ใหญ่ มันไม่ใช่การหว่านเสน่ห์แบบผู้หญิงที่เขาเคยเจอ เหมือนว่าเธอจะโตแต่ตัว แต่นิสัยยังคงเป็นเด็ก ปลายช้อนจ่อที่ริมฝีปากหนา พิพัฒน์เผลอจ้องใบหน้าสวยหวานจนลืมว่าเธอกำลังจะป้อนอาหารเข้าปากเขา

“คุณกัปตันคะ ชิมสิคะ”

เขาสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นจึงอ้าปากชิมอาหารที่เธอป้อน

“อื้อ...อร่อยมากๆ หนูทำอาหารเก่งมาก ฝีมือเหมือนเชฟในร้านอาหารชื่อดังเลยล่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

เธอส่งยิ้มหวานด้วยความดีใจ ทั้งสองไม่รู้เลย ว่ามีใครคนหนึ่งแอบยืนมองดูอยู่ไม่ไกล

“อาหารเสร็จครบทุกอย่างแล้ว หนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

เขาพยักหน้าตอบกลับ ลลิสาเดินขึ้นไปยังห้องนอนของแพรพลอย เพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย ทางด้านพิพัฒน์เดินออกไปที่หน้าบ้าน เพื่อดูเด็กๆจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานวันเกิดในคืนพรุ่งนี้

“ไฟสวยไหมครับคุณอา ผมออกแบบมาเพื่องานวันเกิดยัยพลอยโดยเฉพาะเลยนะครับ”

ภาคินเดินตรงเข้ามาหาพิพัฒน์ที่กำลังยืนกอดอกมองดู

“สวยมาก เก่งนะเรา อีกปีเดียวก็เรียนจบแล้วนี่”

“ครับ ตอนนี้อยู่ปีสี่แล้ว เรียนจบจะได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงาน”

“แล้วเป็นไงบ้าง เรื่องสาวๆ เบาลงบ้างหรือยัง หรือว่ามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว”

พิพัฒน์ถามหลานชาย เพราะเขารู้ว่าภาคินเป็นหนุ่มเจ้าชู้และเสน่ห์แรง

“เลิกแล้วครับ เลิกเจ้าชู้น่ะ ตอนนี้กำลังชอบสาวคนหนึ่ง เจ้าชู้ให้น้องเขาเห็นไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวโดนปัดตก”

“เสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราเข้าบ้านไปอาบน้ำทานข้าวกันดีกว่า ป่านนี้ยัยซาร่าคงทำอาหารเสร็จแล้ว”

แพรพลอยบอกเพื่อนๆ ทุกคนกำลังจะเดินเข้าไปในบ้าน ขณะที่ลลิสาเดินออกมาพอดี

“ซาร่า มานี่สิ”

แพรพลอยเรียกเพื่อน ลลิสาเดินตรงเข้ามาหาเธอทันที

“พ่อคะ นี่ซาร่า เพื่อนสนิทอีกคนของพลอยค่ะ ซาร่านี่คุณพ่อของฉันเอง”

แพรพลอยแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน เธอไม่รู้เลยว่าคนทั้งสองรู้จักกันมาก่อนแล้ว

“พ่อเจอหนูซ่าร่าแล้วล่ะ”

“อ้าว เหรอคะ”

“พาเพื่อนๆเข้าบ้านไปอาบน้ำเถอะ จะได้ลงมาทานอาหาร”

พิพัฒน์บอกลูกสาวและเพื่อนๆของเธอ

“เดี๋ยวพี่มาทานอาหารฝีมือน้องซาร่านะครับ พี่ขอไปอาบน้ำก่อน”

“ค่ะ”

ภาคินบอกลลิสา ท่าทางและแววตาของเขา บ่งบอกว่าเขาชื่นชอบลลิสาไม่น้อย แต่เธอไม่ได้รู้สึกอะไร ยิ่งเธอได้เจอพิพัฒน์อีกครั้ง ยิ่งทำให้เธออยากจะมองแค่พิพัฒน์เพียงคนเดียว

“อาหารอร่อยมากเลยอ่ะ”

“จริงด้วย อร่อยสุดๆ ฝีมือยัยซาร่ายอดเยี่ยมจริงๆ”

ดรีมและเอิร์นกล่าวชมเพื่อน ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งทานอาหาร พิพัฒน์นั่งเก้าอี้ตรงกลาง ลูกสาวและหลานชายนั่งอยู่ข้างๆ สามสาวนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน ลลิสานั่งตรงข้ามกับพิพัฒน์ เธอรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นพิพัฒน์ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

“โห...วันนี้คุณพ่อทานข้าวเยอะมาก แสดงว่าอาหารที่ซาร่าทำถูกปากคุณพ่อแน่ๆ”

แพรพลอยเอ่ยแซวบิดา

“ใช่ อร่อยมาก”

พิพัฒน์ตอบ

“สวยแล้วยังทำอาหารอร่อยอีก อร่อยมากครับ”

ภาคินเอ่ยชมในทำนองเกี้ยวสาว

“ขอบคุณค่ะ”

ลลิสาตอบกลับ พิพัฒน์พอจะเดาได้ว่า ผู้หญิงที่หลานชายหมายปอง น่าจะเป็นลลิสาคนนี้แน่นอน

ลลิสาพยายามข่มตานอน แต่ทำยังไงเธอก็นอนไม่หลับ ขณะที่แพรพลอยหลับไปสักพักแล้ว เธอได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังว่ายน้ำ อยู่ในสระว่ายน้ำหลังบ้าน ลลิสาชะเง้อมองตรงหน้าต่าง เธอเห็นร่างแกร่งกำลังแหวกว่ายน้ำไปมา ลลิสาตัดสินใจเปิดประตูออกจากห้อง แล้วเดินลงไปที่สระว่ายน้ำ เท้าเล็กก้าวเข้าไปหยุดยืนข้างๆก้าวอี้หวาย

(พรึ่บ)

“!”

พิพัฒน์ที่เพิ่งจะโผล่ขึ้นจากน้ำถึงกับสะดุ้ง

“นึกว่าใคร ยังไม่นอนอีกเหรอ”

เขาเอ่ยถามคนที่กำลังนั่งลงที่เก้าอี้หวาย เธอสวมชุดนอนสายเดี่ยวสีแดงเลือดหมู และกางเกงนอนขาสั้นสีเดียวกัน ผมยาวปล่อยสยาย ผิวขาวนวลชวนให้มองเป็นที่สุด

“หนูนอนไม่หลับค่ะ ได้ยินเสียงคนว่ายน้ำ ก็เลยลงมาดู”

(พรึ่บ)

ร่างแกร่งดันตัวขึ้นมาที่ขอบสระ เขาสวมเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว ดวงตากลมโตไล่สำรวจร่างกายแกร่งกำยำ หน้าท้องแกร่งแน่นด้วยลอนกร้ามเนื้อ ร่างกายของเขาดูดีทุกสัดส่วน จนเธอแทบไม่อยากละสายตา

(พรึ่บ)

“!”

เธอถึงกับสะดุ้ง เมื่อเขาเดินมาหยิบเสื้อคลุมที่วางอยู่บนเก้าอี้มาสวมทับ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวนั้น

“ไม่หนาวหรือไง”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถาม ก็เธอเล่นใส่ชุดนอนแบบนั้น จะไม่ให้เขาถามได้ยังไง

“ไม่หนาวค่ะ แล้วคุณกัปตันไม่หนาวเหรอคะ ดึกขนาดนี้ยังว่ายน้ำได้”

“ไม่หนาวหรอก ฉันชอบว่ายน้ำตอนกลางคืน ชอบอะไรที่มันเงียบ และไม่มีคนผ่านมา”

“หนูขอโทษนะคะที่มารบกวนคุณ”

“ไม่เป็นไรหรอก หนูไม่ได้รบกวนฉันสักหน่อย”

“คุณกัปตันว่ายน้ำเก่งมากเลยนะคะ หนูว่ายน้ำไม่เป็นเลยค่ะ หนูกลัว ตั้งแต่ตอนที่หนูตกน้ำครั้งนั้น หนูก็ไม่กล้าเข้าใกล้น้ำอีกเลย”

“ไม่ต้องกลัวนะ และหนูควรจะหัดว่ายน้ำให้เป็น จะได้ช่วยเหลือตัวเองเวลาคับขันไงล่ะ”

“หนูไม่กล้าหรอกค่ะ กลัวว่ายไปแล้วจมน้ำไม่มีใครเห็น”

ลลิสาพูดความจริง ตั้งแต่ตอนที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น เธอไม่กล้าเข้าใกล้น้ำอีกเลย

“จากนี้หนูไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเป็นคนสอนหนูว่ายน้ำเอง”

“คุณกัปตันพูดจริงๆเหรอคะ”

เธอจ้องหน้าเขา แววตาเป็นประกาย เธอตื่นเต้นที่เขาพูดมาแบบนั้น

“จริงสิ ฉันจะสอนหนูว่ายน้ำเอง”

(พรึ่บ)

“ขอบคุณนะคะ”

(ฟอดดดด)

“!”

พิพัฒน์ตกใจจนทำตัวไม่ถูก อยู่ๆเพื่อนลูกสาวก็ทำตัวซุกซนเข้ามาหอมแก้มเขา การกระทำของเธอเหมือนกับที่แพรพลอยทำกับเขา แต่ความรู้สึกมันต่างกันมาก เพราะหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่ลูกสาวของเขา แถมยังเป็นเพื่อนของลูกสาวอีกต่างหาก

--------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป