บทที่ 2 กัปตันพิพัฒน์NC

ตอนที่1 กัปตันพิพัฒน์NC

สายการบินพาณิชย์ลำใหญ่ นำผู้โดยสารรวมถึงลูกเรือจำนวนร้อยกว่าชีวิต ลงจอดที่สนามบินมิลานมัลเปนซา ประเทศอิตาลี ในช่วงเช้าของวันอังคาร

ชายร่างสูงสง่าในวัย39 ปี ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เขาสวมเครื่องแบบกัปตันของสายการบินชื่อดัง และกำลังลากกระเป๋าใบใหญ่เดินเข้าไปในลิฟต์

(ครืดดดดด)

ขณะที่ร่างสูงเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ภายในลิฟต์ มีหญิงสาววัยใสคนหนึ่ง กำลังลากกระเป๋าเดินทางตามหลังเขาเข้าไปด้วยความเร่งรีบ ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง ภายในนั้นมีเพียงกัปตันพิพัฒน์ และหญิงสาวรุ่นราวคราวลูก ทั้งสองต่างยื่นนิ่งเงียบเพื่อรอให้ลิฟต์เลื่อนลงไปที่ชั้น1

(พรึ่บ)

กัปตันพิพัฒน์ถึงกับสะดุ้ง อยู่ๆร่างหญิงวันรุ่นคนดังกล่าวได้เซมากระทบที่ลำแขนของเขา ก่อนที่เธอจะรีบดันตัวเองให้ยืนนิ่งเป็นปกติ

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาวพร้อมกับจ้องมองใบหน้าซีดเซียว และดูเหมือนว่าเธอกำลังไม่สบาย

(ครืดดดด)

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบกลับ ประตูลิฟต์ได้เปิดออกที่ชั้น1 เธอมองเขาด้วยแววตาเหมือนคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

(พรึ่บ)

“หนู!”

ร่างบางทรุดลงขณะที่ก้าวขาออกจากประตูลิฟต์ ลำแขนแกร่งโอบประคองร่างเล็กไว้ได้ทัน เขาพยุงเธอให้เดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น

“นั่งก่อนนะ หนูไม่สบายใช่ไหม นั่งพักตรงนี้ก่อน”

“ค่ะ หนูเวียนหัว นั่งเครื่องหลายชั่วโมง นอนไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ”

“หนูมาจากไหน แล้วกำลังจะไปไหน มีใครมารับหรือเปล่า”

กัปตันพิพัฒน์ถามด้วยความเป็นห่วงเด็กสาวในวัย18 ปี

“หนูมาจากประเทศไทยค่ะ หนูกำลังจะไปบ้านคุณพ่อ แถวๆนาวิกลิน่ะค่ะ”

เธอตอบกลับ

“หนูเป็นคนไทยงั้นเหรอ”

“ค่ะ คุณพ่อเป็นคนที่นี่ คุณแม่เป็นคนไทยค่ะ หนูอยากมาเซอร์ไพรส์คุณพ่อกับคุณแม่ เลยไม่ได้บอกให้ท่านรู้น่ะค่ะ”

เธอบอกกัปตันพิพัฒน์ ขณะที่ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียวและดูอ่อนล้า

“ฉันก็เป็นคนไทย เราคงมาเครื่องบินลำเดียวกัน งั้นไปกับฉันก็ได้ ฉันกำลังจะไปที่พักแถวๆนาวิกลิ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที กัปตันพิพัฒน์โทรให้คนของเขาเข้ามารับกระเป๋าเดินทางของหญิงสาว รวมทั้งประเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเขา ลำแขนแกร่งคอยโอบประคองร่างบางเดินตามหลังคนของเขาไปที่ลานจอดรถ

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยหนูไว้ ถ้าไม่มีคุณกัปตัน หนูคงเป็นลมล้มอยู่ในลิฟต์แน่ๆ”

หญิงสาวขอบคุณคนที่นั่งอยู่ข้างๆภายในรถหรู

“ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นสิ่งที่ฉันควรจะทำอยู่แล้ว บ้านของหนูอยู่ตรงไหน”

“อีกสองไฟแดงค่ะ เลี้ยวซ้ายไฟแดงที่สอง แล้วตรงไปประมาณห้าร้อยเมตรค่ะ”

รถยนต์คันสีดำหยุดจอดริมทาง หน้าคฤหาสน์หรูสไตล์โรมันสองชั้น สภาพบ้านบ่งบอกถึงฐานะเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี แต่คนอย่างกัปตันพิพัฒน์ ไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่นขนาดนั้น เพราะตัวเขาเองก็เป็นทายาทเจ้าของสายการบินอันดับ1 ของประเทศ ทั้งการงาน การศึกษาและชาติตระกูล รวมไปถึงรูปลักษณ์อันหล่อเหลา จึงทำให้ผู้หญิงมากหน้าหลายตาพยายามเข้าหาเขาไม่เคยขาด

“ขอบคุณนะคะที่มาส่งหนู”

หญิงสาวไหว้ขอบคุณกัปตันพิพัฒน์อย่างนอบน้อม

“หนูเดินไหวใช่ไหม ยังเวียนหัวอยู่หรือเปล่า”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ หนูเข้าบ้านแล้วนะคะ”

เขาพยักหน้าตอบกลับก่อนที่เธอจะลงจากรถไป ดวงตากลมโตมองดูรถหรูแล่นออกไปจนลับตา ลลิสารู้สึกดีไม่น้อย กับการกระทำของกัปตันหนุ่มที่ให้ความช่วยเหลือเธอในครั้งนี้

“คนอะไร หล่อแล้วยังใจดีอีก หวังว่าจะได้เจอคุณกัปตันอีกครั้งนะ”

เธอพูดพึมพำขณะที่กำลังเดินลากกระเป๋าเข้าไปในบ้านหรู

“ซาร่า!”

เสียงของหญิงวัยห้าสิบเรียกลูกสาวด้วยความตกใจ และรู้สึกดีใจที่ลูกสาวคนสวยเดินทางมาอิตาลีโดยที่ไม่ได้บอกให้รับรู้ก่อนจะมา

“คุณแม่!”

(พรึ่บ)

(ฟอดดด/ฟอดดด)

ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความคิดถึง ก่อนจะสลับสับเปลี่ยนกันแนบปลายจมูกลงที่แก้มด้วยความรักและความอบอุ่น

“จะมาทำไมไม่โทรบอกพ่อกับแม่ก่อนล่ะลูก”

“ถ้าโทรบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ คริคริ”

สาวน้อยพูดพร้อมกับหัวเราะเริงร่า

“คุณพ่อไปทำงานเหรอคะ”

“ใช่ลูก วันนี้คุณพ่อมีประชุมเรื่องการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่น่ะ น่าจะกลับค่ำๆ ลูกไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนดีกว่าไหม ดูหน้าซีดๆ ไม่สบายหรือเปล่า”

มาดามริสาถามลูกสาว พร้อมกับยื่นมือไปแตะที่หน้าผากมน

“ตัวก็ไม่ร้อนนี่”

“ซาร่าไม่ได้ป่วยหรอกค่ะคุณแม่ แค่รู้สึกเพลียแล้วก็ง่วงน่ะค่ะ งั้นซาร่าไปพักผ่อนก่อนนะคะ”

“จ้ะลูก”

ลลิสาล้มตัวลงนอนตรงกลางเตียงใหญ่ และหลับไหลไปด้วยความเหนื่อยล้า

“เหนื่อยไหมคะคุณพัฒน์”

สาวสวยหน้าหมวยในวัยสามสิบต้นๆเอ่ยถามกัปตันผู้หล่อเหลาทันทีที่เขามาถึงโรงแรมหรู

“ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ผมชินแล้ว ว่าแต่คุณเถอะ จะกลับไทยพร้อมผมเลยหรือเปล่า”

กัปตันพิพัฒน์พูดกับแอร์โฮสเตสสาว และพ่วงด้วยตำแหน่งแฟนสาวของเขาเช่นกัน

“แอนนี่จะกลับไทยพร้อมคุณพัฒน์ค่ะ”

“คุณลางานหลายวัน ทำธุระเสร็จแล้วเหรอครับ”

“เรียบร้อยค่ะ”

เขาพยักหน้าเบาๆขณะที่มือหนากำลังจัดการถอดเครื่องแบบกัปตันออกจากร่างกาย

“ให้แอนนี่ช่วยนะคะ”

เธอยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด พร้อมกับส่งสายตายั่วยวนเขา

“หึ ทำหน้าแบบนี้ สงสัยอยากโดนหนักๆ”

พิพัฒน์กระซิบข้างๆหูแฟนสาว

“แน่นอนค่ะ แอนนี่ไม่เจอคุณพัฒน์เกือบสองอาทิตย์ ใครจะไม่คิดถึงแฟนล่ะคะ”

(พรึ่บ)

“ว้าย!”

(ตั๊บตั๊บตั๊บตั๊บ)

“อ๊า...อ๊าย...อืม”

“ซี๊ดดด...อ่าส์”

(เพี๊ยะ เพี๊ยะ)

“อ๊ายอื๊อ...คุณพัฒน์ขาแอนนี่จุกค่ะ”

หญิงสาวส่งเสียงครางระงม เมื่อถูกแฟนหนุ่มออกแรงโยกเอวอัดกระแทกเข้าใส่ก้นงอน เธออยู่ในท่าโก้งโค้ง สองมือเกาะที่ขอบอ่าง ร่างกำยำออกแรงกระแทกกระทั้นเข้าไปในรูลึก ขณะที่ฝ่ามือหนายังฟาดลงที่แก้มก้นขาวนวลจนเกิดรอยแดง

(เพี๊ยะเพี๊ยะ)

“อ๊าย...คุณพัฒน์ขา แอนนี่เสียว อืม...อูย”

“อ่าห์...ซี้ดดด...ผมจะแตกแล้ว โอ้ว...อ่าส์...ซี๊ดดดด...อ๊าสสสสส!”

“อ๊า...อ๊าย...กรี๊ดดดด!”

ร่างทั้งสองกระตุกเกร็งพร้อมกัน พิพัฒน์ค่อยๆถอดถอนแท่งเอ็นใหญ่ออกช้าๆ ก่อนจะถอดเกาะป้องกันออกจากแก่นกาย แล้วโยนมันทิ้งลงที่พื้นห้องน้ำ จากนั้นจึงยื่นมือไปหยิบซองถุงยางอนามัยชิ้นใหม่ขึ้นมาฉีกออก และสวมใส่อีกครั้ง

“เอ่อ...จะทำอีกเหรอคะคุณพัฒน์ คือ...แอนไม่ไหวแล้วนะคะ”

ร่างสาวเปลือยเปล่าหันมายืนประกบหน้าแฟนหนุ่ม เธอมองเขาด้วยสายตาที่เหนื่อยล้า

“แต่ผมยังอยาก ขอเอาอีกครั้งนะ บนเตียงก็ได้”

“แต่แอนนี่ไม่ไหวแล้ว คุณพัฒน์แตกไปสองรอบแล้วนะคะ”

คำพูดจากปากแฟนสาว ทำให้กัปตันพิพัฒน์รู้สึกหงุดหงิดพอสมควร แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกให้อีกฝ่ายต้องลำบากใจ

“งั้นคุณก็อาบน้ำแล้วไปพักผ่อนเถอะ ผมอยากแช่น้ำในอ่างก่อน”

“ค่ะ แอนนี่รักคุณพัฒน์นะคะ”

(จุ๊บ)

ริมฝีปากเรียวเล็กประกบจูบริมฝีปากหนา เธอรีบอาบน้ำชำระร่างกาย แล้วออกจากห้องอาบน้ำไป พิพัฒน์ปลายตามองตามหลังแฟนสาวเพียงชั่วครู่

ร่างแกร่งนั่งเอนหลังพิงขอบอ่าง เขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่เขารู้สึกว่ามันมีเรื่องผิดปกติไปจากเดิม

-------------------------------------

เปิดเรื่องมาก็แซ่บเลยนะคะคุณกัปตัน พระเอกเรื่องนี้ร้อนแรงจริงๆ ฝากติดตามตอนต่อไป ใครชอบแนวพระเอกนางเอกคลั่งรัก ต้องติดตามค่ะ😍😍😍

บทก่อนหน้า
บทถัดไป