บทที่ 8 หนูจะไม่มีวันลืมคุณ

ตอนที่7 หนูจะไม่มีวันลืมคุณ

พิพัฒน์ย่อตัวลงเพื่อให้สาวน้อยนั่งที่เก้าอี้ บริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่

(พรึ่บ)

“คุณพัฒน์เป็นยังไงบ้างคะ แอนนี่เป็นห่วงคุณมากรู้ไหม แอนนี่นอนไม่หลับทั้งคืน กลัวว่าคุณจะไม่กลับมาหาแอนนี่อีก”

หญิงสาวสวมกอดชายคนรักไว้แนบแน่น ก่อนจะปลายตามองลลิสาที่กำลังโอบกอดบิดามารดา อยู่ด้านหลังของพิพัฒน์

“ผมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว คุณไม่ต้องกังวล”

มือหนาสองข้างจับที่ไหล่เล็กของแฟนสาว ลำแขนเล็กคลายออกจากร่างหนา พิพัฒน์หันกลับมามองสาวน้อยที่กำลังพูดคุยกับบิดามารดา

“ลูกตัวร้อนมากเลยคุณ”

มาดามริสาใช้ฝ่ามือแตะที่หน้าผากของลูกสาว

“ซาร่าน่าจะมีไข้น่ะครับ รีบพาเธอไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่า”

พิพัฒน์พูดกับคนทั้งสอง

“รถพยาบาลกำลังมาครับ เจ้าหน้าที่ติดต่อมาบอกว่าเจอคุณกับลูกสาวผมแล้ว เจ้าหน้าที่ทางฝั่งนี้โทรแจ้งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วครับ ผมขอบคุณนะครับ ที่คุณช่วยชีวิตลูกสาวผมไว้ ถ้าไม่มีคุณอยู่ตรงนั้น ป่านนี้ลูกสาวของผมจะเป็นยังไงก็ไม่รู้”

มิสเตอร์ฟรังโก้กล่าวขอบคุณกัปตันพิพัฒน์ด้วยความซาบซึ้ง ลลิสามองใบหน้ากัปตันผู้ใจดีอยู่ตลอดเวลา

(พรึ่บ)

ลำแขนแกร่งถูกสองแขนของแฟนสาวกอดรัดไว้แน่น เธอถลึงตาใส่ลลิสาด้วยอารมณ์หึงหวง สาวน้อยถึงกับทำหน้าละห้อย เธอเพิ่งจะรู้ว่าเขามีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว

(วี้หว่อ วี้หว่อ)

เสียงรถโรงพยาบาลแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักแห่งนั้น เจ้าหน้าที่นำตัวลลิสาขึ้นรถพยาบาลทันที

“คุณก็ควรจะไปโรงพยาบาลเช่นกันนะครับ จะได้ตรวจร่างกาย เกรงว่าจะมีไข้ หรืออาการเจ็บป่วยภายในร่างกายน่ะครับ”

เจ้าหน้าที่วัยกลางคนพูดกับพิพัฒน์

“ผมจะขับรถตามหลังรถพยาบาลไปนะครับ อันที่จริงผมไม่ได้เป็นอะไรมาก ปกติทุกอย่าง แต่ผมก็จะไปตรวจร่างกายครับ”

พิพัฒน์ขับรถสปอร์ตหรูตามหลังรถพยาบาลไปติดๆ โดยมีแอนนี่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ

“ถ้าคุณพัฒน์ไม่ได้ป่วย ก็ไม่เห็นต้องไปโรงพยาบาลนี่คะ ไปให้เสียเวลาทำไม”

แอนนี่นั่งกอดอก แสดงสีหน้าค่อนข้างหงุดหงิด

“คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า ผมบอกคุณตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าไม่อยากมากับผมก็ไม่ต้องมา ผมไม่ได้บังคับคุณนะ”

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ แอนนี่เห็นว่าพรุ่งนี้เราจะต้องเดินทางกลับไทยตั้งแต่เช้า กลัวว่าคุณจะพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เลยไม่เห็นด้วยกับการที่คุณจะต้องไปโรงพยาบาล มองดูคุณก็ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรน่ะค่ะ”

“...”

พิพัฒน์ไม่ได้ตอบกลับอะไร เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาขับรถจนถึงโรงพยาบาล

“ลูกสาวของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ”

มิสเตอร์ฟรังโก้ถามนายแพทย์วัยกลางคน ที่กำลังตรวจร่างกายของลลิสา

“ข้อเท้าของคนไข้ปูดบวม เกิดจากแรงกระแทกกับของแข็งน่ะครับ น่าจะโดนกับโขดหิน เธอมีไข้ ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างน้อยสองคืนครับ”

ลลิสาถูกนำตัวเข้าไปในห้องวีไอพี เพื่อรักษาตัวตามที่แพทย์สั่ง

“เรากลับกันเถอะนะคะคุณพัฒน์ คุณหมอบอกว่าคุณไม่ได้เจ็บปวดตรงไหน ร่างกายปกติ เรารีบเดินทางกลับนาวิกลิกันดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางตั้งแต่เช้า”

แอนนี่เดินเกี่ยวแขนแฟนหนุ่มออกจากห้องฉุกเฉิน

“คุณไปรอที่รถนะ เดี๋ยวผมมา”

(พรึ่บ)

พิพัฒน์ดึงมือของแอนนี่ออกจากลำแขนของเขา ก่อนจะเดินจากไปด้วยความเร่งรีบ

“อ้าวคุณ ยังไม่กลับเหรอคะ”

มาดามริสาเดินสวนทางกับพิพัฒน์  ตรงประตูลิฟต์

“ผมจะมาลาหนูซาร่าน่ะครับ พรุ่งนี้ผมต้องกลับประเทศไทยแล้ว”

“เชิญค่ะ หนูซาร่าอยู่ในห้องขวามือ ห้องสุดท้าย สามีของฉันก็อยู่ในห้องค่ะ ฉันขอตัวไปร้านสะดวกซื้อก่อนนะคะ”

“ครับ”

พิพัฒน์เดินตรงไปยังห้องที่ลลิสานอนพักรักษาตัว

(แอ๊ดดดด)

“อ้าว...คุณพิพัฒน์ ยังไม่กลับเหรอครับ”

มิสเตอร์ฟรังโก้เอ่ยถามคนที่ช่วยชีวิตลูกสาวของเขาไว้

“กำลังจะกลับครับ ผมมาลาหนูซาร่าก่อน”

ลลิสานอนสะลึมสะลือ อาการกึ่งหลับกึ่งตื่นด้วยความรู้สึกอ่อนล้า

“นั่งก่อนนะครับคุณพิพัฒน์ ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อน”

มิสเตอร์ฟรังโก้พูดพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปในห้องน้ำ พิพัฒน์เดินตรงเข้าไปหาสาวน้อยที่กำลังจะหลับ

“ฉันต้องไปแล้วนะ หนูรีบหายไวๆล่ะ”

“...”

ลลิสาไม่ได้ตอบกลับอะไร เธอหลับไปเสียแล้ว มือหนายื่นไปลูบศรีษะเล็กอย่างอ่อนโยน เขายืนมองคนตัวเล็กที่กำลังหลับ พิพัฒน์ยิ้มอย่างเอ็นดู มันคงเป็นการเจอกันครั้งสุดท้าย อยู่ๆพิพัฒน์ก็รู้สึกใจหาย แต่เขาก็รู้สึกดีที่เขาได้ช่วยชีวิตของเธอให้ปลอดภัย

(แอ๊ดดดด)

พิพัฒน์นั่งรอจนมิสเตอร์ฟรังโก้ออกมาจากห้องน้ำ เขาลุกขึ้นจากโซฟาทันที

“ผมลานะครับคุณฟรังโก้”

“ครับ ผมต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ ที่คุณช่วยชีวิตลูกสาวผม บุญคุณครั้งนี้ผมจะไม่มีวันลืมเลย ถ้ามีโอกาสผมคงจะได้ตอบแทนคุณ”

มิสเตอร์ฟรังโก้พูดกับพิพัฒน์ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเต็มใจช่วย ผมเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ ผมเองก็มีลูกสาว ผมเข้าใจความรู้สึกดี และมันเป็นสิ่งที่ผมควรจะทำอยู่แล้ว ผมลานะครับ”

“ครับ เดินทางปลอดภัยนะคุณพิพัฒน์”

กัปตันพิพัฒน์โค้งศรีษะให้ผู้ที่มีอายุมากว่าเขา ก่อนจะหันไปมองสาวน้อยที่กำลังนอนหลับสนิท จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปทันที

“หายไปไหนมาคะ”

แอนนี่ถามในเชิงประชด

“ผมไปลาครอบครัวคุณฟรังโก้น่ะ”

“เหรอคะ แอนนี่คิดว่าคุณยังอาลัยอาวรณ์เด็กนั่นอยู่”

“คุณพูดอะไรของคุณ แอนนี่”

พิพัฒน์พูดพร้อมกับจ้องหน้าแฟนสาวด้วยอารมณ์หงุดหงิด ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปจากโรงพยาบาลแห่งนั้น

“คุณไปติดอยู่ในป่ากับเด็กนั่นสองต่อสอง หวังว่าคงจะไม่พากันไปขึ้นสวรรค์จนน้ำแตกไปหลายรอบนะคะ”

“แอนนี่!”

(เอี๊ยดดด!)

พิพัฒน์ต้องเหยียบเบรคกะทันหัน และจอดรถริมไหล่ทาง เขาไม่พอใจกับสิ่งที่แฟนสาวพูดเป็นอย่างมาก

“เมื่อไหร่คุณจะหยุดพูดประชดผมสักทีฮะ ผมบอกคุณแล้ว ซาร่าเป็นเด็กรุ่นลูก ผมจะไปทำแบบนั้นทำไม!”

เขาตวาดเสียงดังลั่นรถ

“ก็แอนนี่หึงคุณนี่คะ ทำไมแอนนี่จะดูไม่ออก ว่าเด็กนั่นคิดอะไรกับคุณ แค่เห็นแววตาที่มันมองคุณ แอนนี่ก็รู้ว่ามันชอบคุณขนาดไหน ถ้ามันกลืนกินคุณไปได้ มันคงจะกินคุณแล้ว และแอนนี่ไม่เชื่อหรอก ว่าตอนที่คุณค้างคืนกับมัน มันจะไม่อ่อยคุณเลย คนเจ้าชู้อย่างคุณ มีเหรอจะไม่กินผู้หญิงที่มาอ่อย”

“อ๋อ คุณคิดว่าคุณง่าย แล้วซาร่าจะง่ายเหมือนคุณสินะ”

“คุณพัฒน์! คุณชักจะดูถูกแอนนี่เกินไปแล้วนะคะ”

“ถ้าคุณไม่อยากให้ผมพูดแบบนี้อีก คุณก็หยุดใส่ร้ายผมกับซาร่าได้แล้ว!”

(บรึ๊นนน!)

รถสปอร์ตคันสีดำ แล่นออกไปตามท้องถนนด้วยความรวดเร็ว พิพัฒน์ไม่ยอมพูดจากับแอนนี่แม้แต่คำเดียว จนทั้งสองเดินทางกลับมาถึงโรงแรมหรู

(หมับ)

“แอนนี่ขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณอารมณ์ไม่ดี”

เธอใช้สองแขนโอบรัดลำคอแกร่ง พร้อมกับส่งสายตายั่วยวน เพื่อเชิญชวนเขาทำเรื่องบนเตียง

(พรึ่บ)

“ว้าย!”

พิพัฒน์ผลักร่างหญิงสาวออก จนเธอเซถอยหลัง

“ทำไมคุณทำกับแอนนี่แบบนี้คะ!”

“หลายครั้งแล้ว ที่คุณพูดไม่ให้เกียรติผม แล้วก็เลิกใช้วิธีนี้ง้อผมได้แล้ว หัดปรับปรุงนิสัยตัวเองบ้าง”

“คุณพัฒน์! ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับแอนนี่ จะให้แอนนี่คิดยังไงล่ะ แค่คุณไปหลงป่ากับอีเด็กนั่นคืนเดียว คุณก็เมินเฉยแอนนี่เลยเหรอ  ถ้าเป็นแบบนี้ แอนนี่ไม่กลับไทยพร้อมคุณแล้วค่ะ คุณกลับไปก่อนเลย แอนนี่ไม่อยากทะเลาะกับคุณ”

“ก็เรื่องของคุณสิ คุณจะกลับไทยหรือไม่กลับก็ไม่ใช่เรื่องของผม ผมกับคุณไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกันสักหน่อย อยากทำอะไรก็เชิญ เชิญเลย! หรือจะลาออกจากงานไปเลยก็ได้!”

“กรี๊ดดดด! คุณพัฒน์!”

พิพัฒน์ตวาดดังลั่นห้อง จนแอนนี่ส่งเสียงหวีดร้องออกมา เธอกระชากเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ออกมายัดใส่กระเป๋าเดินทาง

“คุณจะทำอะไร แอนนี่”

“แอนนี่ก็จะไปค้างคืนกับเพื่อนสิคะ คุณพัฒน์อารมณ์แบบนี้ แอนนี่คงคุยอะไรกับคุณไม่ได้แล้ว คุณกลับไทยไปก่อนเถอะค่ะ อีกหนึ่งอาทิตย์เราค่อยเจอกัน”

“...”

พิพัฒน์ยืนมองแฟนสาวเดินลากกระเป๋าออกจากห้องไป ก่อนที่เขาจะล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ เพื่อต่อสายหาใครบางคน

“ว่าใครครับคุณพัฒน์”

ปลายสายเอ่ยถามออกมา

“ขับรถตามแอนนี่ไป แล้วอย่าลืมเรื่องที่ให้ไปสืบด้วยล่ะ”

“ครับ ผมไม่ลืม แค่รอให้ได้หลักฐานที่แน่ชัดน่ะครับ”

“อืม ตามนั้น”

“อื๊อ”

เสียงครางอู้อี้จากคนที่นอนหลับไปหลายชั่วโมง

“เป็นไงบ้างลูกแม่ ดีขึ้นหรือเปล่าลูก”

มาดามริสาถามลูกสาวที่เพิ่งลืมตาตื่น

“กี่โมงแล้วคะคุณแม่”

“สองทุ่มจ้ะ หิวไหมลูก ทานอาหารก่อนนะ จะได้ทานยาแก้ไข้”

“พ่อสั่งข้าวต้มรสชาติอาหารไทยมาให้ลูกด้วยนะซาร่า”

มิสเตอร์ฟรังโก้ถือถ้วยข้าวต้มเตรียมจะป้อนลูกสาว

“ซาร่าหลับนานขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ใช่ลูก ลูกหลับไปตั้งแต่ตอนที่คุณพิพัฒน์เข้ามาเยี่ยมน่ะ”

บิดาของเธอบอก

“คุณพัฒน์มาเยี่ยมซาร่าเหรอคะ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงใส หัวใจสาวน้อยเต้นแรง เมื่อรู้ว่ากัปตันผู้หล่อเหลาและใจดีมาเยี่ยมเธอ

“ใช่ลูก คุณพิพัฒน์มาลาน่ะ เขาต้องเดินทางกลับไทย ก็เลยแวะมาหาลูกน่ะ เสียดายจัง ครอบครัวเรายังไม่ได้ตอบแทนเขาเลย ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีก พ่อคงจะได้ตอบแทน ที่เขาช่วยชีวิตลูกสาวพ่อเอาไว้”

ลลิสารู้สึกจิตใจห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก เธอคงไม่มีโอกาสได้เจอกัปตันผู้หล่อเหลาและใจดีอีกแล้ว

“โชคดีนะคะคุณกัปตัน หนูจะไม่มีวันลืมคุณค่ะ”

ลลิสาพูดพึมพำ ก่อนจะหลับตานอนในช่วงดึก เธอคิดถึงใบหน้าของเขา คิดถึงอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น แม้เธอจะรู้ดีว่า เธอคงไม่มีวันได้เจอกับเขาอีกแล้ว

-----------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป