บทที่ 10 บทที่3.เจ้าของสวนเชอรี่สุดหล่อ 4
“มันก็เบื่อมั้งไม่ได้หรือไง?” หนุ่มเจ้าของสวนเชอรี่ตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะเสยกแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบเพื่อปิดบังแววตา
“มันก็ใช่นะ!!” เซ็ปเป้พยักหน้าเห็นด้วย มาโคใช้ชีวิตอยู่ในสวนแห่งนั้นมานานหลายปี ความเบื่อที่เกิดขึ้น คงเป็นเพราะความจำเจ “คุณมาตอนนี้ก็ดีนะมาโค ลิลลี่น้องสาวซูซานสวยมาก เธอจะมาที่นี่วันพรุ่งนี้แหละ”
เซ็ปเป้คุยอวด เมื่อลิลลี่เป็นสาวสะพรั่ง อาจจะเตะตามาโค จนทำให้ความเบื่อที่เกาะเพื่อนอยู่สลายหายไปบ้าง
ชายหนุ่มไหวไหล่เบ้ปาก ผู้หญิงสำหรับเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะหากมีความต้องการ เขาเชื่อว่าเสน่ห์ที่ตัวเองมี สามารถปลดกระโปรงของพวกหล่อนได้อย่างง่ายดาย “ผมไม่ชอบเด็ก” มาโคบอกปัด เพราะเท่าที่เห็นซูซานเองก็ไม่ได้อายุเยอะ...น้องสาวของซูซานก็คงจะเด็กจนเกินความต้องการของเขา
“นั่นสินะ ผมลืมได้ไงว่าคุณชอบสาวไฟแรงสูง ประสบการณ์เยอะๆ” เซ็ปเป้กล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ
“ใช่เลย ผมเบื่อผู้หญิงพูดไม่รู้เรื่อง” ชายหนุ่มบ่นต่อ จากประสบการณ์ที่เคยมีมา สาววัยละอ่อนเป็นอะไรที่พูดด้วยยาก พวกหล่อนเกาะติดแจ กว่าจะสลัดให้หลุดเขาแทบคลั่ง
“ปีนี่ลิลลี่น้อยเพิ่งจบไฮสคูล...ประมาณสิงหา’ก็คงได้เรียนต่อในวิทยาลัย’”
เซ็ปเป้พูดตามที่รู้มาจากซูซาน น้องสาวของเธอจะเรียนต่อที่นี่ ลิลลี่เลยเดินทางมาเพื่อเตรียมตัว
และเป็นอีกครั้งที่มาโคนึกถึงแม่สาวคนนั้น หากประเมิณจากใบหน้า อายุของหล่อนก็น่าจะพอๆ กับน้องสาวของซูซาน...เด็กวัยเรียนควรสนใจตำราสิ ทำไมเจ้าหล่อนถึงมาเป็นคนงาน บางทีหล่อนคงมีปัญหาทางบ้าน เลยทำให้ออกมาทำงานงานก่อนถึงเวลาอันควร ชายหนุ่มนิ่งคิดจนเซ็ปเป้สะกิดใจ เพื่อนของเขาจมอยู่กับภวังค์ส่วนตัว จนลืมไปว่าตอนนี้กำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่
“คุณกลับไปดีกว่ามาโค หากห่วงงานถึงขนาดนั่งเหม่อ” เสียงทุ้มๆ ของเพื่อนทำให้มาโคกระเด็นออกมาจากภวังค์ เขาเลิกหัวคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม
เซ็ปเป้อมยิ้ม ก่อนกล่าวประโยคเดิม “คุณกลับไปดีกว่ามาโค หากห่วงงานถึงขนาดนั่งเหม่อ”
“ไม่ใช่แบบนั้น ที่นั่นไม่มีอะไรต้องห่วง” ชายหนุ่มรีบแก้ตัว สวนของเขาอยู่ตัวแล้ว คนงานในสวนรู้หน้าที่ดี แม้ตนเองจะไม่อยู่ ทุกๆ วันคนงานเหล่านั้นก็ยังทำงานในหน้าที่ตนเองได้เหมือนเดิม
“ผมไม่เคยเห็นคุณเหม่อนานแบบนี้” เซ็ปเป้ยังท้วงต่อ
“ผมไม่ได้คิดเรื่องงานหรอกน่า” ชายหนุ่มรีบพูดปัด แต่นั่นคือการพลาดที่ทำให้เพื่อนรับรู้
รอยยิ้มแปลกๆ ของเซ็ปเป้ทำให้คนร้อนตัวขยับตัวด้วยความอึดอัด “ผมกลับก่อนดีกว่า...คุณจะได้สวีทกับเมียต่อ” ตอนที่ลุกยืนและเอ่ยประโยคนี้ออกมา มาโคหลบตาเซ็ปเป้ตลอด ตอนที่เขาสาวเท้าออกมา เขาจึงได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อนดังไล่หลังมา พร้อมกับเสียงตะโกน “รอให้ผมว่างนะมาโค ผมจะตามไปดูว่าที่สวนนั่นมีอะไรดี!!”
‘ไอ้เพื่อนเวร!!’
นั่นคือคำพูดที่เซ็ปเป้ไม่ได้ยิน มาโคสบถด้วยความหัวเสียที่เพื่อนรักดันสะกิดถูกต่อมหงุดหงิดของตัวเองนั้นเอง
คืนนั้นมาโคเลยตัดสินใจบินด่วนกลับเบลเยียม เขาข่มตาหลับไม่ลง เมื่อกังวลไปร้อยแปด
ความโกรธที่เกิดขึ้นเพราะเกรงว่าจะมีคนงานปากพล่อยบางคนกระเซ้าเหย้าแหย่ แม่สาวตัวเล็กคนนั้น นั่นเอง
