บทที่ 3 บทที่1.สาวน้อยสุดอาภัพ 2
“เราเป็นห่วงยายอะเพชร!!” หญิงสาวหน้าม่อยลง เมื่อคิดถึงยายสร้อยที่พักนี้จะเจ็บป่วยบ่อยขึ้น
“เราอยู่ทั้งคนนะนิดา...เราจะช่วยดูแลยายแทนเธอเอง” เพราะรักและหวังดีกับเพื่อน เพชรชมพูจึงรีบเสนอตัว
“เราเกรงใจเธอหน่ะ” นิรดากล่าวเสียงอ่อย
“ไม่ต้องเกรงใจ เราจะเก็บค่าจ้างจากเธอ เธอจะได้ใช้เราเต็มที่ไง” สาวรุ่นหาทางออกให้กับเพื่อนได้ตลอด
“เราคงต้องไปถามยายก่อนนะเพชร” เมื่อปัญหาหลายทางถูกขจัดออกไป นิรดาเริ่มมีความหวังอีกครั้ง
“อืม...มันไม่ได้ไปกันง่ายๆ หรอกนิดา แต่เราคิดว่าเธอมีสิทธิ์ เพราะว่าเธอหน่ะ พูดภาษาฝรั่งเศสได้”
ข้อได้เปรียบสำหรับนิรดาคือเธอมีพื้นฐานเรื่องภาษาอยู่แล้ว หญิงสาวเป็นตัวเต็งของห้อง เมื่อนิรดาเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสเป็นพิเศษ มันเป็นความสามารถพิเศษของเธอ หญิงสาวเรียนรู้ด้วยตัวเอง และหลงรักภาษาต่างชาติ จนทำให้เธอพยายามขวนขวาย วันนี้เองที่ความพยายามนั้น ทำให้โอกาสดีๆ เปิดทางให้สำหรับเธอ
ในขณะที่คนอื่นๆ จะต้องเรียนภาษาก่อนเดินทางไป
นิรดาจะมีโอกาสได้เดินทางก่อน เมื่อเธอสามารถตัดขั้นตอนนั้นออกไปได้ หญิงสาวจะมีเวลาทำงานนานกว่าทุกคน จนกว่าจะหมดฤดูเก็บผลไม้...สำหรับนิรดาแล้ว สี่เดือนก็เหลือเฟือสำหรับเธอ เงินก้อนนั้น เธอสามารถเปลี่ยนหลังคาใหม่ พายายไปหาหมอเช็คสุขภาพ และเก็บไว้สำหรับตัวเองใช้เรียนต่อจนจบ...
หลังเลิกเรียน เพชรชมพูบังคับให้นิรดากลับพร้อมกัน เพื่อไปฟังรายละเอียดที่ผู้ใหญ่เที่ยงอุตส่าห์ไปขอที่อำเภอมาอีกครั้ง และหากไม่ติดว่ารับปากนิรดาไว้ว่าจะคอยดูแลยายสร้อย เพชรชมพูเองก็อยากจะไปหาประสบการณ์พร้อมกับเพื่อนด้วย ได้เรียนรู้การสื่อสารกับเจ้าของภาษาโดยตรง และเป็นประสบการณ์ไปต่างแดนของตนเองครั้งแรก
“แหม...เสียดายจัง เพชรอยากไปด้วยจังเลย”
หญิงสาวบ่น ผู้ใหญ่เที่ยงยกมือขึ้นโยกศีรษะบุตรสาว “อย่างเราน่ะ พ่อให้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ ขี้คร้านจะร้องไห้คิดถึงบ้าน” บุตรสาวของท่านไม่เคยนอนค้างอ้างแรมที่ไหน ผู้ใหญ่เที่ยงไม่เคยให้เพชรชมพูลำบาก การไปทำงานเป็นคนงานเก็บผลไม้ในต่างแดนมันต้องใช้ความอดทน คนหยิบโหย่งอย่างบุตรสาวท่าน ไปก็เสียเที่ยวเปล่า
“พ่ออะ ดูถูกเพชรจัง!” ใบหน้าเล็กๆ งอลง พร้อมกับบ่นอุบอิบ
“แหงสิ...พ่อน่ะเลี้ยงเรามานะ ทำไมจะไม่รู้ ไปร้องไห้ขี้มูกโป่งอายยัยหนูนิดาแย่เลย”
คนโตกว่ายังไม่หยุดกระเซ้า
“เพชรอยู่ที่นี่แหละดีแล้ว เราจะได้ไม่ห่วงยายมากนัก”
หญิงสาวรวบเอกสารในมือยัดใส่กระเป๋าสะพาย คงต้องไปศึกษารายละเอียดยิบย่อยอีกที ก่อนถึงวันที่เขาเปิดรับสมัคร แต่นิรดามีความตั้งใจ เธอจะต้องผ่านการทดสอบครั้งนี้ให้ได้ เพื่อตัวเอง...และอนาคตของยาย
ในอนาคตอันใกล้นี้ เธอต้องใช้เงินอีกไม่น้อย ไหนจะซ่อมหลังคาบ้านที่สังกะสีผุกร่อนเกินจะทานรับแรงลมและฝนได้ ยายจะได้พักผ่อนเหมือนผู้สูงอายุคนอื่นๆ หากเธอมีเงินเก็บสักก้อน เป็นทุนรอนไว้ในยามเดือดร้อน
“ให้เราไปส่งนิดานะ” เพชรชมพูเดินตามมาด้วย เมื่อนิรดาขอตัวกลับ
“อย่าเลย จวนจะมืดแล้ว” หญิงสาวบอกปัด ค่ำๆ มืดๆ เธอไม่อยากให้เพื่อนมีอันตราย
“เพราะว่ามันค่ำแล้วไง เราถึงต้องไปส่ง หากนิดาเดินไปเองเมื่อไหร่จะถึง” เพื่อนสาวบ่นก่อนจะเดินนำหน้า เพชรชมพูเข็ญรถมอเตอร์ไซน์ของเธอออกมา ก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อเพื่อนรักส่ายใบหน้าช้าๆ
“เร็วๆ เดี๋ยวค่ำก่อน” เวลาช่วงหน้าหนาว กลางคืนยาวกว่ากลางวันไม่ทันไรก็จะมืดค่ำ เมื่อพระอาทิตย์ลาลับลงจากฟ้า
“ดื้อตามเคย” นิรดาบ่นเบาๆ ก่อนจะวาดปลายเท้าขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซน์ของเพื่อน
เพชรชมพูสตาร์ทรถคู่ใจ ขับออกไปจากบ้านความเร็วไม่มากนัก สายลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้า ความทุกข์ที่เคยเกาะถ่วงอยู่ในหัวใจเริ่มเบาบางลง หลังมีความหวัง
สาวอาภัพโบกมือให้เพื่อน ก้าวเดินผ่านประตั้วรั้วต้นกระถินเข้าไปด้านใน ยายสร้อยเปิดไฟกลางบ้านไว้ แต่ตัวนางกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว นิรดาวางกระเป๋าลงบนพื้น เดินเลยไปหลังบ้าน “ยายทำอะไรกินจ้ะวันนี้” เธอเอ่ยทักยายสร้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาจุดไฟในเตาฟืน
“ทอดไข่เจียวน่ะ มีน้ำพริกตาแดงของโปรดนิดาด้วยนะ”
วันนี้สร้อยมีงานจ้าง นางเลยมีสตางค์พอที่จะซื้อไข่ไก่มาทำอาหารให้หลานสาว
“ยายไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวหนูทำเองจ้ะ” นิรดาอาสา ยายเหนื่อยมาทั้งวันยังจะต้องมาหุงหาอาหารให้เธออีก อะไรที่ช่วยผ่อนแรงยายได้ นิรดาอยากทำแทนทั้งหมด
“เรานั่นแหละ ไปเปลี่ยนชุดก่อน เข้ามาทำไมไม่รู้ในครัวมีแต่ควัน”
พอไฟติดเชื้อฟืน ควันกับฝุ่นก็กระจายตามแรงพัดที่โบกไปมา เพื่อเพิ่มอุณหภูมิของเปลวให้แรงขึ้น
“หนูไปบ้านผู้ใหญ่เที่ยงมาจ้ะยาย” นิรดารีบหันหลังกลับ เธอรีบเปลี่ยนชุดนักเรียน แต่ก็ไม่วายตะโกนเล่าให้ยายสร้อยฟังด้วย เมื่อความหวังนั้น มีท่าทีเป็นจริง
“ไปทำไมกันล่ะ หรือผู้ใหญ่จะจ้างให้ไปทำอะไร?” สร้อยหยุดพัด เหลียวมองหลานสาวที่เดินมาทิ้งตัวนั่งข้างๆ
“เปล่าหรอกจ้ะ แต่ดีกว่านั้นอีก” นิรดาพูดต่อ ดวงตามีประกายสดใสขึ้น จนยายสร้อยพลอยรู้สึกยินดีไปด้วย
“อะไรหล่ะ...เล่ามาสิ ยายอยากรู้แล้ว” ยายสร้อยเอ่ยเสียงตื่นเต้น เดาจากท่าทีหลานสาว มันต้องเป็นข่าวดีแน่ๆ
“ยายไปอาบน้ำก่อนเถอะเดี๋ยวจะมืดก่อน ส่วนไข่เจียวนี่ เดี๋ยวหนูทำเองจ้ะ”
นิรดาแย่งตะหลิวในมือของยายสร้อยมาถือไว้เอง แล้วยังดันหลังนางให้ออกไปอาบน้ำก่อนที่ฟ้าจะมืดเพราะหมดแสง “ส่วนเรื่องนั้น หนูจะเล่าให้ฟังตอนกินข้าวจ้า” ไข่ไก่ใบใหญ่ๆ นิรดากะเทาะเปลือกเทใสชามพร้อมกับเทเครื่องปรุงใส่แบบรู้งาน ท่าทางทะมัดทะแมงจนยายสร้อยอดอมยิ้มไม่ได้
นางเลยปล่อยให้หลานสาวทำงานครัวไปเงียบๆ เดินไปฉวยผ้าถุงเก่าๆ ที่พาดไว้บนราวไม้ข้างบ้านหลัง ฉวยตระกร้าที่มีสบู่ ยาสีฟัน เดินตรงไปยังท่าน้ำ
