บทที่ 12 บทที่ 02 คุณภาพชีวิต [1]
“เออๆ ขอบใจมากนะแก”
[เอาไว้...]
“พอๆ
ฉันรู้ว่าแกพยายามเต็มที่แล้ว แต่มันผิดที่ฉันเองนั่นแหละที่ทำได้ไม่ดี
แกไม่ต้องโทษตัวเองหรอก แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ ฉันสู้กับหมาในซอยก่อน บาย”
ยาหยีตัดบทพลางรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเพราะเมื่อครู่หางตาเธอเหลือบไปเห็นเจ้าถิ่นเข้าพอดี
เฮ้อ ทำไมมันจะต้องมีหมาเจ้าถิ่นคอยขู่ให้ตกใจแบบนี้ทุกซอยเลยก็ไม่รู้
“โฮ่ง!”
“ไปเลยนะไอ้หมานิสัยไม่ดี”
“โฮ่งๆ!”
“แน่จริงเข้ามาดิ”
ยาหยีท้าทายพลางทำทีเป็นจะเดินเข้าไปสู้กับหมาจรจัดอย่างทุกที
นึกแปลกใจว่าเธอก็เดินเข้าเดินออกซอยนี้อยู่บ่อยๆ
แต่ทำไมมันถึงไม่คุ้นหน้าเธอสักที เจอกี่รอบ
มันก็เห่าทุกรอบเหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวร
แต่พอเธอทำท่าจะสู้มันก็เผ่นแน่บเหมือนแค่วิ่งมาเห่าให้ตกใจเล่น
“ไอ้หมาประสาทเสีย”
บ่นอุบพลางถอนหายใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินต่อไปเรื่อยๆ
จุดหมายปลายทางของเธอคือบ้านหลังเล็กๆ
ท้ายซอยที่พ่อของเธออาศัยอยู่กับพี่ชาย
พอเดินมาถึงบ้านเธอก็ผลักประตูรั้วเข้าไปอย่างคุ้นเคยเพราะมันไม่ได้ล็อก
โดยปกติแล้วเธอจะแวะมาเยี่ยมพ่อกับพี่ชายอาทิตย์ละครั้งสองครั้งตามแต่โอกาส
ความจริงแล้วอะพาร์ตเมนต์ที่เธอพักอยู่กับบ้านหลังนี้ก็อยู่ไม่ไกลกันมากนัก
แต่เหตุผลที่เธอต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอกก็เพื่อความสบายใจของพี่ชาย
ซึ่งหากมองให้ลึกลงไปแล้วก็คือเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง
“เมาแต่หัววันเลยนะพ่อ”
เอ่ยถามพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย
วางกระเป๋าสะพายลงได้ก็ยกมือขึ้นกอดอกมองพ่อขี้เมาของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเดินเลยเข้าไปในครัวเพราะคงป่วยการที่จะบ่นหรือโน้มน้าวให้พ่อของเธอเลิกดื่มเหล้าสักที
ทุกครั้งที่ยาหยีแวะมาที่นี่
เหตุผลหลักๆ ก็เพื่อจะมาช่วยดูแลเรื่องความสะอาดของบ้าน
เพราะพี่ชายของเธอเองก็ต้องทำงานข้างนอกด้วย บวกกับเป็นผู้ชายจึงไม่ค่อยสันทัดนัก
“อีหยี”
“อะไรพ่อ เมาก็ไปนอน”
“มึงมีผัวรึยัง”
ได้ยินคำถามแล้วยาหยีถึงกับกลอกตาไปมา
ก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วได้แต่ภาวนาขอให้พี่ชายของเธอกลับมาถึงสักที
“ยัง”
“ถ้าจะมีทั้งทีก็หาที่มันรวยๆ
นะ กูจะได้ไม่ลำบาก”
“หยีไม่ได้หาผัวมาเลี้ยงพ่อสักหน่อย
ถ้าพ่อไม่อยากลำบาก ทำไมไม่รู้จักทำมาหากินเองล่ะ”
“เอ๊ะอีนี่
ปากดีเหมือนแม่มึงไม่มีผิด”
ยาหยีถอนหายใจทิ้งอีกรอบ
ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในเพื่อหยิบจานข้าวของพ่อที่เธอเห็นว่าวางทิ้งไว้บนโต๊ะมาล้าง
เดี๋ยวถ้าพี่ชายของเธอกลับมาก็จะได้กินข้าวด้วยกันเลยจากนั้นเธอก็จะกลับ
หมับ!
“ปล่อยพ่อ
หยีจะเอาจานไปล้าง”
“มองไปมองมามึงนี่ก็สวยเหมือนเมียเก่ากูเหมือนกันนะ”
“พ่อ หยีบอกให้ปล่อยหยี!”
“ไหนขอดูใกล้ๆ
หน่อยว่าเหมือนแค่ไหน”
“พ่อ!! ช่วย...อุ้ก”
หัวใจของยาหยีตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อถูกผู้ชายที่เป็นพ่อแท้ๆ
ของเธอฉุดกระชากออกมาจากในครัว ทั้งยังชกเข้าที่ท้องของเธอสุดแรงเมื่อเธอพยายามดิ้น
ตุ้บ!
เธอถูกผลักจนล้มลงบนโซฟาตัวเก่า
จากนั้นคนเมาที่เธอเรียกว่าพ่อก็ขึ้นคร่อมร่างของเธอเอาไว้ก่อนจะจ้องมองด้วยสายตาน่ารังเกียจ
“พ่อ หยีเป็นลูกพ่อนะ”
เธอพยายามจะเตือนสติเขา น้ำตาไหลเป็นสายเพราะความกลัวสุดขั้วหัวใจ
“เพราะแบบนั้นมึงก็ต้องเชื่อฟังกู”
“พ่อปล่อยหยี!”
เพียะ!
ใบหน้าของเธอชาวาบเมื่อถูกสัตว์ร้ายตรงหน้าสะบัดฝ่ามือใส่
มันจ้องเธอด้วยสายตาหื่นกระหายราวกับสัตว์ป่า จากนั้นเพียงเสี้ยววินาที
มันก็แสยะยิ้มร้ายแล้วโน้มลงมาใกล้จนเธอต้องรีบหลับตาปี๋
“เฮ่ย! พ่อ
ปล่อยไอ้หยีเดี๋ยวนี้นะ!”
ตุ้บ!
ไม่ทันได้ทำเกินไปกว่านั้นร่างของคนเมาก็ถูกกระชากแล้วเหวี่ยงออกไปกระแทกกับผนังอีกด้าน
ยาหยีรีบลุกขึ้นนั่งแล้วร้องไห้อย่างหนักด้วยความหวาดกลัว
แม้จะจุกที่ท้องจนไม่อยากขยับแต่เธอก็กลัวว่าจะไม่มีโอกาสลุกขึ้นมามากกว่า
“ไอ้ลูกเวร กูเป็นพ่อมึงนะ
มึงกล้าทำแบบนี้กับกูเหรอ”
“มีพ่อชั่วๆ
แบบนี้สู้อย่ามีเสียดีกว่า! ไปหยี ไปเดี๋ยวนี้”
“ไอ้ลูกทรพี
มึงจะพาน้องมึงไปไหน กูจะเอามันทำเมีย”
“อย่าไปฟังนะหยี
ไม่ต้องกลัว พี่มาช่วยแล้ว ไม่ต้องกลัว”
พี่ชายคว้ากระเป๋าของเธอพร้อมกับอุ้มเธอขึ้นจากโซฟาก่อนจะพาเธอเดินออกมาขึ้นรถแล้วขับออกมาจากบ้านหลังนั้นทันที
ยาหยีร้องไห้มาตลอดทาง
สีหน้าตื่นตระหนก ริมฝีปากซีดขาว แต่ใบหน้าด้านข้างกลับแดงจัด
ประกอบกับที่มุมปากมีเลือดซึมออกมา เห็นแบบนั้นแล้ว ‘ยะหยา’
ผู้เป็นพี่ถึงกับกำพวงมาลัยแน่น
นึกอยากจะต่อว่าเธอที่กลับมาโดยไม่โทรบอก
ทั้งที่เคยตกลงกันแล้วว่าห้ามมาเวลาที่เขาไม่อยู่
แต่ก็กลัวว่าจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายตกใจมากกว่าเดิม
