บทที่ 3 บทนำ แรกพบ ประสบ (อุบัติ) เหตุ [3]
ร้านต้มเลือดหมู
“วันนี้มาแต่เช้าเลยนะหนูหยี” เฮียหมู เจ้าของร้านทักทายเธอด้วยความสนิทสนม
“หยีจะไปสัมภาษณ์งานน่ะค่ะเฮีย เอาเหมือนเดิมนะคะ” ยาหยีสั่งแล้วเดินไปนั่งด้านใน
เธอแวะมากินต้มเลือดหมูที่ร้านนี้เป็นประจำ จึงรู้จักและสนิทกับเฮียหมูเจ้าของร้านเป็นอย่างดี บ่อยครั้งที่เธอมาตรงกับช่วงเวลาที่ลูกค้าเยอะจนเฮียหมูทำคนเดียวไม่ทัน เธอก็จะรับบทเด็กเสิร์ฟประจำร้านแลกกับการกินฟรีเสมอ
นั่งลงที่เก้าอี้แล้วสอดส่องสายตามองออกไปที่กลุ่มชายวัยรุ่นสามคนนั้นอีกรอบ เห็นไอ้หัวขโมยกำลังพูดคุยกับเพื่อนของมันอย่างสนุกสนานทั้งที่เพิ่งจะขโมยกระเป๋าสตางค์คนอื่นมา
พวกมันไม่คิดจะหนีไปไหนเพราะขโมยกันจนเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยจนคนแถวนี้ต่างพากันเอือมระอาแต่ทำอะไรไม่ได้ ต่อให้แจ้งตำรวจจับไปได้พวกมันก็ติดคุกเพียงไม่นาน พ้นโทษออกมาพวกมันก็กลับมาทำอีกเหมือนเดิม กลายเป็นปัญหาที่ชาวบ้านต้องช่วยกันระมัดระวังเอาเองมาตลอด
แต่ก็นั่นแหละ อย่างไรเสียครั้งนี้ก็มีเจ้าทุกข์เป็นคนหล่อ เขาดูไม่ใช่ตาสีตาสา บางทีเขาอาจจะมีวิธีจัดการให้พวกมันหลาบจำเสียบ้างก็ได้ หรือถ้าหากมีเส้นสายเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปัญหาและความเดือดร้อนที่คนอื่นมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ก็อาจจะได้รับการเหลียวแลและช่วยเหลืออย่างจริงจังสักที
นั่งรอไม่นานเฮียหมูก็ยกข้าวเปล่าสองถ้วยพร้อมกับชามต้มเลือดหมูมาเสิร์ฟให้
“มาแล้วๆ ต้มเลือดหมูไม่เอาไส้ ไม่ใส่กระเทียมเจียว ข้าวเบิ้ลนะหนูหยี”
“เฮียรู้ใจหยีที่สุดเลยค่ะ” ยาหยียิ้มกว้างพร้อมกับทำทีเป็นหยิบช้อน แอบมองไอ้หัวขโมยอีกรอบให้มั่นใจว่ามันยังอยู่ เห็นว่ามันกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาอวดเพื่อนของมันพอดี
ดูจากสภาพภายนอกของกระเป๋าสตางค์ใบนั้นแล้วยาหยีค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ของพ่อคุณคนหล่อแน่ๆ ลักษณะยังดูใหม่อยู่เลย เป็นกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่ราคาคงจะแพงน่าดู
ไอ้เด็กเวรนั่นหยิบเงินออกมาแบ่งกันกับเพื่อน ก่อนจะหย่อนกระเป๋าสตางค์ใบนั้นทิ้งลงถังขยะใต้โต๊ะไปหน้าตาเฉย จากนั้นมันก็เดินมาสั่งต้มเลือดหมูกับเฮียแล้วนั่งรอที่โต๊ะถัดจากโต๊ะที่เธอนั่งไปไม่ไกลด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ ในขณะที่เพื่อนของมันทั้งสองคนพอได้เงินแล้วก็แยกย้ายกันทันที
“เฮียคะ หยีขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ” ยาหยีตะโกนบอกเฮียหมูเพื่อขออนุญาต เพราะโดยปกติแล้วที่ร้านจะไม่มีบริการห้องน้ำสำหรับลูกค้า แต่สำหรับยาหยี เธอได้รับสิทธิพิเศษจากเฮียหมูมาแต่ไหนแต่ไร
“ตามสบายเลยหนูหยี”
“ขอบคุณค่ะเฮีย” ยาหยียิ้มจนตาหยีสมชื่อก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำพร้อมกับแผนเด็ดในหัว ปิดประตูและล็อกลูกบิดเอาไว้เสร็จสรรพ ยืนรอเวลาอยู่ครู่หนึ่ง สูดลมหายใจพร้อมกับท่องคาถาไปมั่วๆ จบแล้วจึงตะโกนขอความช่วยเหลือออกไปเสียงดังลั่น
“เฮียคะ ช่วยด้วยค่ะ ประตูห้องน้ำมันเปิดไม่ออกค่ะเฮีย”
“อ้าวตายห่า เมื่อเช้ามันยังดีๆ อยู่เลยนะหนูหยี”
“ลูกบิดน่าจะเสียน่ะค่ะเฮีย”
“จริงเหรอหนูหยี ทำยังไงดีล่ะคราวนี้”
เสียงร้อนใจของเฮียหมูดังมาจากด้านนอกพร้อมกับที่พยายามหมุนลูกบิดประตูห้องน้ำสลับกับเขย่าอยู่หลายครั้ง แต่มันจะเปิดออกได้อย่างไรในเมื่อเธอกดล็อกเอาไว้จากด้านใน
“ออกไหมคะเฮีย เดี๋ยวหยีไปสัมภาษณ์งานไม่ทันค่ะ”
“รอแป๊บหนึ่งนะหนูหยี”
ด้านหนึ่งยืนยกมือไหว้ด้วยความรู้สึกผิดที่โกหก อีกด้านกำลังกระวนกระวายหาทางช่วยอย่างสุดความสามารถ
“เอาแบบนี้แล้วกันนะหนูหยี เดี๋ยวเฮียลองพังเข้าไป หนูหยีถอยห่างจากประตูนะหนูนะ”
“แต่ประตูมันจะพังนะคะเฮีย”
“ช่างมันเถอะน่า ตอนนี้เอาตัวเองออกมาก่อน ประตูมันซ่อมได้”
ยาหยีเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองคิดถูกหรือเปล่าที่เลือกใช้วิธีนี้ ภาวนาขอให้เฮียหมูไม่เรียกเก็บค่าซ่อมประตูจากเธอก็แล้วกัน
โครม!
เสียงดังโครมจนยาหยีตกใจ ก้าวถอยหลังไปชิดผนังอีกด้านเพราะกลัวว่าประตูจะถูกพังเข้ามาจริงๆ
โครม!
ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ประตูก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะพัง ทั้งที่สภาพเก่าซอมซ่อแต่กลับแข็งแรงเกินเรื่องเกินราว
“นี่ไอ้หนุ่ม ขอแรงพังประตูหน่อยสิ มีคนติดอยู่ด้านในน่ะ” เฮียหมูที่อายุมากแล้วเริ่มหมดแรงจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากลูกค้าหนุ่ม ซึ่งก็เข้าทางยาหยีพอดี
“ครับเฮีย”
ได้ยินแล้วยาหยีถึงกับยืนกอดอกแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อครู่หากเฮียหมูไม่ขอความช่วยเหลือ เธอก็กำลังจะแนะนำให้เขาทำอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน
“ไอ้พวกปากหวาน สันดานเสียเอ๊ย!”
“ผู้ช่วยมาแล้วหนูหยี ถอยให้ห่างจากประตูนะหนู”
“ค่ะเฮีย” ยาหยีตะโกนบอกแล้วยืนตั้งรับอยู่ด้านใน
“ผมจะพังเข้าไปแล้วนะพี่”
โครม!
ไม่ทันขาดคำประตูก็เปิดเข้าไปด้านในได้ตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มวิ่งชนครั้งแรก
“แหม่ แรงหนุ่มๆ กับแรงคนแก่นี่มันต่างกันจริงๆ” เฮียหมูหันไปเอ่ยปากชม ทั้งที่ความจริงแล้วเหตุผลที่ประตูมันเปิดได้ง่ายๆ ก็เพราะยาหยีปลดล็อกจากด้านในแล้วแอบแง้มเอาไว้ต่างหาก จากการคำนวณดูแล้วเธอมั่นใจว่าจังหวะที่จะวิ่งชนประตู ทั้งเฮียหมูและไอ้หัวขโมยจะต้องถอยห่างจากประตู ซึ่งคงไม่มีใครสังเกตเห็นแน่นอน
“ขอบคุณมากนะคะน้อง แข็งแรงมากเลยนะเนี่ย กระแทกทีเดียวพังเลย”
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่พี่โอเคนะ”
“โอเคๆ ขอบใจนะ” ยาหยีขอบอกขอบใจแล้วยิ้มกว้าง ก่อนจะทำทีเป็นเบี่ยงตัวเดินออกมาก่อน ในขณะที่ผู้ชายคนนั้นกำลังยืนสำรวจบานประตูและลูกบิดด้วยท่าทีงงๆ
ยาหยีหันกลับไปอีกครั้งพร้อมกับอาศัยไหวพริบที่มีมากกว่ารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักนายคนนั้นสุดแรงจนอีกฝ่ายหน้าทิ่มกลับเข้าไปในห้องน้ำ
“เฮ่ย!” อีกทั้งยังร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
