บทที่ 10 ชำระล้าง (6)

ฉึ่ก!

ขาเเหลมข้างหนึ่งของเซิร์กจ่าฝูงจิ้มลงที่ลูกมะพร้าวจนทะลุ ก่อนที่ปลายขาคล้ายใบเลื่อยจะตัดฉับจนมะพร้าวผ่าออกเป็นสองซีก ส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ลอยเข้าจมูกโด่งๆ ของมนุษย์น้อยขี้กลัว

โดยที่เจ้าเซิร์กจ่าฝูงทำทุกอย่างไปก็เพราะร่างเล็กจ้อยทั้งนั้น มันทนเห็นปลายนิ้วขาวๆ ขึ้นรอยเเดงเพราะการกินไม่ไหว

เเละด้วยความหวังดีมันจึงช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายราวกับปลอกกล้วย พร้อมดันผลไม้ซีกหนึ่งไปด้านหน้า เพื่อหวังว่าเจ้ามนุษย์น้อยจะเเทะกินอย่างอิ่มเอม

เเต่อนิจจา...

เอริกไม่ได้คิดว่าการกระทำเมื่อครู่เป็นการช่วยเหลือเเต่อย่างใด เขากลับนึกว่าเป็นการข่มขู่เสียมากกว่า ผลมะพร้าวที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีก คงเป็นการเเจ้งเตือนกลายๆ ว่าถ้าคิดหนีอีกครั้ง สภาพของเขาก็จะไม่ต่างจากมะพร้าวที่ถูกสับจนน้ำกระจายอย่างเเน่นอน

อึ่ก!

"ไอยักษ์สันดารเสีย ไอพวกชอบใช้กำลัง!"

เอริกตวาดใส่เซิร์กหนุ่มด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เเต่ฝ่ายตรงข้ามกลับเเสยะยิ้มกลับมาจนเห็นฟันเเหลมคมครบทุกซี่ เล่นเอาคนที่ส่งเสียงเเว้ดๆ ถึงกับเงียบกริบ เเล้วกระถดถอยหลังช้าๆ อย่างตื่นกลัว

"จะ...ใจเย็นๆ นะ ผมเเค่ล้อเล่นเอง"

ครืออ~

"เเหะๆ"

วินาทีนั้นสัญญาณอันตรายก็เเจ้งเตือนทันที เอริกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าเซิร์กโง่เง่าถึงได้ส่งเสียงข่มขู่พร้อมกับเเยกเขี้ยวใส่ไม่หยุด

เเต่ที่เเน่ๆ มันทำให้เขาขนหัวลุก อยากจะเอ่ยปากเจรจาเพื่อหาเส้นทางไปสู่สันติ เเต่ดูเหมือนว่าเจ้าเซิร์กโง่เง่าจะไม่พร้อมคุยสักเท่าไหร่

"ระ...เราคุยกันได้นะพ่อเซิร์กสุดหล่อ"

"....."

"ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่หนีไปไหนเเล้ว"

เอริกตบเเปะๆ ลงกับพื้นถ้ำเสียงดัง พรางเงยหน้ามองเซิร์กมากมายที่กำลังยืนจ้องเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

อีกทั้งดวงตาสีเเดงก่ำพวกนั้นยังทอประกายบางอย่างออกมา กระตุ้นให้ความขลาดเขาพลุ่งพล่านจนสายตาพร่าเบลอ

"เราคุยกันได้ใช่ไหม?"

"....."

"ใช่หรือเปล่า"

ไม่มีเสียงตอบรับจากวิญญาณที่ท่านเรียก มีเพียงความเงียบเข้าครอบงำจนบรรยากาศภายในถ้ำเย็นเฉียบ เเละนั่นก็ทำให้เอริกรู้สึกกังวลจนใบหน้าขาวซีด จมูกโด่งๆ พลันเเดงระเรื่อราวกับคนใกล้ร้องไห้เต็มที

"ผะ...ผมผิดไปเเล้ว!"

กลิ่นอายความกลัวค่อยๆ เเผ่ซ่านออกมาจากกายขาวคละคลุ้ง เเละนั่นก็ยิ่งทำให้ฝูงเซิร์กเกิดอาการระส่ำระส่าย พวกมันบางตัวจึงเริ่มถอยออกมาอย่างช้าๆ เเล้วควานหาต้นตอที่ทำให้มนุษย์น้อยเกิดความผิดปกติทันที

โครม~

เเต่ยิ่งหามากเท่าไหร่ความล้มเหลวก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ฝูงเซิร์กที่กระจัดกระจายตามหาบางอย่างเริ่มงุ่นง่าน พวกมันจึงระบายอารมณ์คุกกรุ่นลงกับก้อนหินเเละผนังถ้ำอย่างรุนเเรง เเต่ตราบใดที่เจ้าตัวน้อยยังคงหวาดกลัวจนตัวสั่น

พวกมันก็ไม่อาจไว้วางใจได้เด็ดขาด!

เเม้กระทั่งจ่าฝูงก็เป็นไปกับเขาด้วย มันใช้กายใหญ่โตบดบังมนุษย์น้อยจนเเทบมิด ทาบทับเเละกักขังเอริกเอาไว้ตรงกลาง พรางใช้สายตาสีเเดงจ้องมองไปตามหลืบถ้ำด้วยความเกี้ยวกราด

กระทั่งเวลาผ่านไปจนท้องฟ้าเริ่มมืด เเสงสว่างภายในถ้ำก็หลงเหลือเพียงน้อยนิด ทีมสำรวจตัวเขื่องจึงหยุดการค้นหา เเล้วรีบกลับมารวมกลุ่มด้วยความกระตือรือร้น

นั่นเป็นเพราะกลิ่นอายความหวาดกลัวได้หายไปเเล้ว เจ้ามนุษย์น้อยนอนหลับคอพับคออ่อนอยู่ใต้ร่างเเข็งเเกร่ง ลมหายใจสม่ำเสมอเสียจนพวกมันรู้สึกได้ เเถมยังมีเสียงกรนน้อยๆ ให้เหล่าเซิร์กตัวโตได้สดับรับฟัง

ครืดด~

นั่นไม่ใช่เสียงครางของอสูรกายกระหายเลือด เเต่เป็นเสียงกรนหลับสบายของเจ้าตัวจ้อยต่างหาก พาให้ดวงตาสีเเสดงสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิด จ้องมองไปยังพื้นที่ตรงกลางเเทบจะเป็นตาเดียวกัน

เเต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานความรู้สึกบางอย่างก็ยิ่งเพิ่มพูน เมื่อมีเซิร์กตัวหนึ่งได้กกกอดร่างงามเอาไว้กับตัว มีหรือที่เซิร์กตัวอื่นๆ จะไม่อยากทำตาม เสียงความไม่พอใจจึงถูกส่งออกมาให้ได้ยินเเว่วๆ ทำเอาเซิร์กจ่าฝูงต้องยอมล่าถอยออกมาด้วยความเสียดาย

มันจ้องมองร่างเล็กๆ ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์อยู่สักพัก ก่อนจะมายืนเเทนที่เซิร์กตัวหนึ่งที่ไปนอนคร่อมทับลูกมนุษย์เอาไว้อย่างหวงเเหน

ถ่ายทอดความอบอุ่นให้เเก่สิ่งมีชีวิตตัวน้อยอย่างช้าๆ ให้สามารถหลับสบายท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายยามค่ำคืน

ครืออ~

เพราะคืนนี้ค่อนข้างจะพิเศษ กลางวันร้อนผ่าวราวกับมีไฟเเผดเผา ส่วนกลางคืนก็หนาวยะเยือกราวกับทีหิมะตก ซึ่งสภาพอากาศเป็นเช่นนี้ตั้งเเต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย

ไม่มีใครเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตอนไหน เเต่พวกมันพร้อมที่จะปกป้องมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวเอาไว้เต็มความสามารถ

ผลัดเปลี่ยนกันมอบความอบอุ่นให้กับอีกฝ่ายจนถึงรุ่งสาง พร้อมทั้งส่งเสียงครางเครือเพื่อขับกล่อมจนกว่าเอริกจะตื่นนอน

.

.

.

.

เมื่อมีอาหารประเภทใดก็เเล้วเเต่ลงกระเพาะ

ธรรมชาติก็ย่อมขจัดของเสียที่เหลือจากการย่อยเเละดูดซึม เเละมันจะไม่ใช่ปัญหาเลย ถ้าอาการปวดอึครั้งนี้มันไม่เกิดขึ้นกับชายที่ชื่อเอริก

"อื๊ออ~ อย่ามาจ้องกันได้ไหม"

เอริกเบียดตัวเข้ากับผนังถ้ำ ทั่วทั้งร่างสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ หากเเต่มือกลับกุมหน้าท้องหดเกร็งเอาไว้เเล้วส่งเสียงร้องครางออกมาเป็นระยะ

"อึ่ก!...ฮื่อออ"

ซึ่งเสียงของเขาฟังดูทรมานราวกับถูกทำให้บาดเจ็บ ทว่าเเท้ที่จริงเเล้วมันเกิดจากการที่เขาปวดท้องอึ เเต่ไม่สามารถกลั้นใจเบ่งของเสียออกมาต่อหน้าเซิร์กตัวโตเสียอย่างนั้น

เเล้วใครมันจะไปกล้าอึหล่ะวะ!

ในเมื่อมีสายตาวาวๆ คอยจ้องอยู่เเบบนี้ เป็นคนอื่นคงขี้หดตดหายกันเป็นเเถว เเต่สำหรับเอริกที่ถูกฝูงเซิร์กเลี้ยงดูราวกับไข่ในหิน มันทำให้เขารู้สึกเกร็งน้อยกว่าคนทั่วไป

เหรอ?

ซะที่ไหนกันหล่ะ!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป