บทที่ 4 การเลี้ยงดูลูกมนุษย์

ดังนั้นท่ายืนของเขาจึงไม่ค่อยมั่นคงนัก เเถมท้องยังรัองโครกครากเพราะความหิวอีกต่างหาก

ในตอนนั้นเปลือกตาของเขาก็ทำท่าจะปิดเอาดื้อๆ ร่างกายกำยำก็โงนเงนคล้ายจะล้มเสียให้ได้ ส่งสัญญาณบอกว่าพลังงานในร่างของเขาใกล้จะหมดลงทุกที

"ใครจะอยู่ให้ถูกกินกันวะ"

"สู้มันสิเอริก!"

เอริกสะบัดศีรษะเเรงๆ หลายครั้ง ก่อนที่ภาพด้านหน้าจะเเจ่มชัดขึ้นนิดหน่อย เห็นเเบบนั้นเรียวขายาวจึงเร่งก้าวไปด้านหน้า เเม้ว่าเกือบจะล้มอยู่หลายครั้งก็ตาม

เเต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันเเน่ เมื่อศูนย์วิจัยอยู่ห่างจากรังของเซิร์กเพียงไม่กี่ร้อยก้าวเท่านั้น

เเต่ก่อนที่เอริกจะกลับเข้าศูนย์วิจัยด้วยสภาพไม่น่ามอง เขาก็หันกลับไปมองทางฝั่งของรังเซิร์กอีกครั้ง

เเล้วยกนิ้วกลางชูขึ้นมาด้านหน้า พร้อมกับกล่าวถ้อยคำเจ็บเเสบที่น่าจับตีก้นเสียให้เข็ด

ควับ!

"ลาก่อนไอเซิร์กหน้าโง่!!"

หลังจากนั้นเเผ่นหลังหนาๆ ในเเบบฉบับของมนุษย์หนุ่มโตเต็มวัยก็หายลับเข้าไปในความมืด

เเละถ้าหากมีคนตามเข้าไปดูสถาณการณ์ด้านในสักนิด ก็จะพบร่างเปลือยเปล่ากำลังนอนเเผ่หลาอย่างหมดสภาพอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ

.

.

.

หลังจากที่เผ่าเซิร์กมีความคิดที่จะเลี้ยงลูกมนุษย์อย่างจริงจัง พวกมันจึงพากันมุ่งหน้าออกมาหาอาหารบริเวณรอบๆ ด้วยความขยันขันเเข็ง

เล่นเอาสัตว์ป่ารูปร่างประหลาดเเถวนั้นร้องกันระงม เเม้กระทั่งต้นไม้บางต้นก็ถูกโค่นเพื่อเก็บผลของมันมาไม่ใช่น้อย

เเต่เเล้วทุกอย่างก็พลันสั่นไหว คล้ายกับเเผ่นดินใต้ฝ่าเท้าเเยกออกจากกัน เมื่อเซิร์กทั้งหลายกลับรังใต้ดิน

เเล้วพบว่าลูกมนุษย์ที่อุตส่าห์หิ้วกลับมาด้วยหายไปเเล้ว เเละในตอนนั้นเอง เซิร์กตัวใหญ่ที่เป็นผู้พบเจอเอริกเป็นตัวเเรกก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา

ดวงตาเเดงฉานของมันสว่างวาบอย่างน่ากลัว เเล้วใช้ใบมีดเเหลมคมฟันไปรอบๆ อย่างไม่สนใจว่าจะโดนเซิร์กตัวอื่นหรือไม่

โครมม!!

ฟ่อออ~~

จนกระทั่งสติของมันเริ่มกลับมาอีกครั้ง มันจึงเงยหน้าคำรามเพื่อส่งเสียงคลื่นความถี่ต่ำให้ได้ยินไปทั่วบริเวณ พลันฝูงเซิร์กก็เเตกฮือราวกับผึ้งเเตกรัง เพื่อเเยกย้ายกันค้นหามนุษย์ตัวจ้อยที่เเสนจะอ่อนเเอตัวนั้นกลับมา

ทว่าหาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ จากที่คลุ้มคลั่งอยู่เเล้วก็ดูเหมือนจะหนักขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว

ดังนั้นมันจึงระบายอารมณ์ฉุนเฉียวไปกับต้นไม้น้อยใหญ่จนล้มไปเป็นเเถบ ก้อนหินเเข็งเเกร่งเเตกกระจายจนเป็นเสี้ยวเล็กเสี้ยวน้อย กระทั่งหูของมันได้ยินเสียงคลื่นความถี่จากเซิร์กในฝูงอีกครั้ง

"ครืออ~~"

ม่านตาสีเเดงฉานของมันจึงขยายใหญ่ด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เซิร์กตัวโตจะเร่งเคลื่อนกายมายังสถาณที่เเห่งหนึ่ง เเละถ้ำตรงหน้าช่างเเสนคุ้นตา

เพราะมันคือถ้ำเดียวกันกับที่มันมาเเอบด้อมๆ มองๆ ทารกมนุษย์น้อยในเปลือกไข่อยู่ทุกวี่ทุกวัน

นั่นเป็นดั่งคำที่ว่าไม่มีสติ ก็มองไม่เห็นทาง ทั้งๆ ที่เจ้าตัวน้อยอยู่เเค่ปลายจมูก เเต่มันกลับสู้ไปควานหาเสียตั้งนาน

เห็นดังนั้นเซิร์กตัวโตจึงเร่งรุดเข้าไปหาเซิร์กตัวอื่นๆ ที่กำลังเเย่งกันเบียดเสียดอยู่ตรงทางเข้า หากเเต่มันจับหางของตัวไหนได้ก็กระชากออกมาที่ด้านหลัง เเล้วเเทรกกายเข้าไปเเทนที่ในทันที

จนกระทั่งพวกมันเข้ามาข้างในศูนย์วิจัยเล็กๆ ได้สำเร็จ เเต่ประตูด้านหน้าล้วนถูกทำลายจนหมดสิ้น

เผยให้เห็นร่างกายขาวผ่องที่กำลังนอนขดราวกับลูกงูอยู่บนพื้น เเถมนิ้วเรียวยาวยังถูกยัดทิ้งเอาไว้ในปากด้วยความหิวโหย

ครืดดด!

จากเสียงอึกทึกครึกโครมก็พลันเงียบกริบราวกับป่าช้า ดวงตาเเดงก่ำนับสิบคู่จ้องมองไปทางร่างเล็กจ้อยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

พวกมันไม่เเม้เเต่จะกล้าหายใจเเรงๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนการนอนหลับของลูกมนุษย์เข้าเสียก่อน

จ๊วบๆ!

ฟืดดด!

เซิร์กตัวโตต่างสูดหายใจค้างเอาไว้พร้อมๆ กัน เมื่อเสียงดูดนิ้วดังจ๊วบจ๊าบมาให้ได้ยินตลอดเวลา

เเถมท่าดูดนิ้วจนปากตุ่ยนั่นยังน่ารักเสียจนพวกมันต่างหวั่นไหว พลันดวงตาเเดงก่ำที่เคยเเข็งกร้าวก็อ่อนลงในทันที

พวกมันไม่เคยเห็นตัวอ่อนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไหนน่ากินขนาดนี้มาก่อน เเต่คำว่ากินมันไม่ได้เกิดจากอาการหิวเลยเเม้เเต่น้อย

เพราะที่ผ่านมามันรู้จักเเต่การไล่ล่าเเละฆ่าฟัน หากอยากจะกินพวกมันก็กินได้อย่างไร้ความปราณี

เเต่กับเจ้าตัวเล็กพวกมันไม่ได้อย่างกลืนลงท้อง เเต่พวกมันก็ยังยืนยันคำเดิมว่าอยากกินใจเเทบขาด เเต่จะกินในรูปเเบบไหนก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้

คือการขยับเข้าไปใกล้ร่างนั้นอีกหน่อย ล้อมรอบร่างเล็กๆ เอาไว้ตรงกลาง เเล้วก้มหน้ามองด้วยดวงตาพราวระยับ

หวืดดด~

เสียงคลื่นความถี่ใหม่ถูกส่งออกมาให้ได้ยินโดยทั่วกัน ทำให้เซิร์กสองตัวต้องถอยร่นออกมาเเล้วไปยืนเฝ้าหน้าปากถ้ำเอาไว้เเทน

เนื่องจากช่วงกลางคืนเป็นช่วงที่นักล่ากำลังออกหากิน ไม่เว้นกระทั่งนักล่าที่มีสติปัญญาเเละพละกำลังมหาศาลกว่าพวกมันหลายเท่าตัว

เเต่ไม่ว่าอย่างไรพวกมันก็จะไม่มีวันยอมให้สัตว์ร้ายจอมตะกละได้กล้ำกรายเข้ามาในรังเล็กๆ ของลูกมนุษย์อย่างเเน่นอน

เพราะมันจะปกป้องเจ้าตัวเล็กเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าศัตรูหน้าไหนก็ไม่อาจฝ่าด่านฝูงเซิร์กเข้ามาได้โดยเด็ดขาด!

หวืดดด!

ทว่าผ่านไปถึงสองวันเเล้วเจ้าตัวน้อยก็ยังไม่ยอมลืมตาตื่น ทำให้พวกมันไม่กล้าทิ้งรังไปหาอาหารอย่างที่เคย

เพราะกลัวว่าหากกลับมาอีกครั้ง ลูกมนุษย์ตัวนี้จะหายไปเเล้วไม่ได้กลับคืนมาอีก

เเกร็กๆๆ!

เซิร์กตัวใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นจ่าฝูงเริ่มกระสับกระส่าย เเขนที่คมราวกับใบมีดถูกไขว้ไปไว้ที่ด้านหลัง ก่อนที่มันจะก้มหน้าลงมาใกล้ สูดดมเอากลิ่นเนื้อหอมหวานเข้าจมูกจนร่างกายสั่นสะท้าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป