บทที่ 1 บทนำ

บทนำ

มนุษย์เรามักเชื่อในเรื่องของความรัก ความผูกพันหรือเปล่า...?

หากสำหรับใครคนอื่น...

เธอไม่อาจหยั่งรู้แท้ในห้วงของความรู้สึกของพวกเขาเหล่านั้น    แต่สำหรับตนเองแล้ว...เธอเชื่อมั่นในเรื่องนี้อยู่เสมอ ความรักมันมักจะเกิดขึ้นในตอนที่เราไม่รู้ตัว จะรู้อีกทีก็ตกหลุมรักเขาคนนั้นไปเสียแล้ว เหมือนกับเธอในตอนนี้ที่หวนคำนึกถึงรักที่มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

มันอาจไม่พิเศษสำหรับใครอื่น แต่มันแสนวิเศษสำหรับเธอ

ก็เพียงพอแล้ว

ในวันนั้นเขาเข้ามาในวันที่หัวใจดวงน้อยต้องการเพียงใครสักคนปลอบประโลมความชอกช้ำจิตใจยามฝนพร่ำ...

และเธอก็จดจำค่ำคืนนั้นได้ดี

วันที่ท้องฟ้าคำรามกึกก้องแผ่รัศมีความน่าเกรงขามไปทั่วทั้งผืนนภา เม็ดฝนน้อยใหญ่เริ่มโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ท่ามกลางท้องถนนสีเทา  ที่เปียกชุ่มมีเพียงแสงไฟสีส้มคอยสอดส่องให้ความสว่างในยามค่ำคืน ขณะเดียวกันบนถนนกำลังมีเด็กสาววัยสิบห้าปีสภาพสะบักสะบอมเดินเตร็ดเตร่ไม่เป็นทาง กายบอบบางดูอ่อนแรงจนน่าสงสัยหอบกระเป๋าเป้ใหญ่ไว้บนหลัง หยดน้ำตาหลั่งรินหลอมรวมกับหยาดน้ำฟ้าที่ร่วงลงมาจนแทบดูไม่ออกว่าเด็กสาวคนนี้กำลังเจ็บปวดในบางเรื่องอยู่

แม้จะชอกช้ำเพียงใดก็ยังคงต้องตั้งหน้าเดินต่อไปเพราะอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เธอเฝ้าภาวนาหวังว่ามืดค่ำขนาดนี้แล้วจะยังพอมีรถโดยสาร ให้นั่งไปลงที่หน้า ‘ไร่อิศรา’ ได้อยู่ แม้ว่ามันจะริบหรี่ก็ตามที

แต่ระหว่างที่กำลังหอบกายและใจที่บอบช้ำกลับที่พักอยู่ ๆ ก็มี แสงไฟสาดเข้ามากระทบใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปทั้งน้ำตาและน้ำฝนจนแยกไม่ออก เด็กสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นจ้องมองกลับไป รถยนต์แสนคุ้นตาเปิดไฟสูงจอดอยู่กับที่ ไม่นานนักประตูฝั่งคนขับก็ถูกเปิดกว้าง กายแกร่งของชายวัยสามสิบปีย่างกายลงมาพร้อมร่มสีดำหนึ่งคันมุ่งหน้ามายังเธอ

เดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

จนในที่สุด

ร่มคันสีดำถูกยื่นไปยังร่างของคนตัวเล็กกว่า มันปกคลุมทั้งสองคนเอาไว้ได้อย่างมิดชิดจากเม็ดฝน ยามเจ้าของร่มคันนี้มายืนประจันอยู่ตรงหน้า เด็กสาวก็จำได้ทันที่ว่าเขาคือใคร...

ใบหน้าคมสันนั้น เธอจำได้ขึ้นใจ...

“พ่อเลี้ยง...”

“จำทางกลับบ้านไม่ได้หรือยังไงถึงได้กลับดึกจนป่านนี้”

“หอมเพิ่งทำรายงานกับเพื่อนเสร็จค่ะ เลยเพิ่งกลับ” เธอกำลังโกหก...

“ไปขึ้นรถก่อนแล้วค่อยคุยกัน”

“ค่ะ” มือหนายื่นออกมากุมมือข้างหนึ่งของเด็กสาวเอาไว้แล้วพาเดินไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล สายตาหวานปนเศร้ามองตามมืออบอุ่นและ แผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านให้หัวใจอย่างบอกไม่ถูก

“แล้วมาเดินตากฝนแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวได้ไม่สบายกันพอดี” ขึ้นมาบนรถเขาก็เริ่มซักไซ้ทันที แม้น้ำเสียงในตอนแรกจะออกตำหนิเล็กน้อย   แต่ครั้งนี้เขากลับถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและแววตาที่อ่อนโยนลง

“หอมกำลังจะกลับไร่ค่ะ แต่ไม่มีรถผ่านไปให้ขึ้นรถที่ท่า เลยต้องเดินไปเองค่ะ แล้วให้หอมมานั่งบนรถพ่อเลี้ยงแบบนี้รถพ่อเลี้ยงไม่เปื้อนเหรอคะ” ก็แน่น่ะสิ ดึกจนจวนจะหนึ่งทุ่มกว่าแล้วจะมีรถให้เธอขึ้นได้อย่างไร นอกจากจะเดินเท้าไปขึ้นที่ท่ารถเองเพื่อเข้าไร่นั่นแหละ

“เปื้อนไม่เปื้อนก็นั่งแล้ว ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจะเอารถไปล้างพอดี”

“ว่าแต่เธอเถอะ ทำไมไม่โทรบอกลุงกิตกับป้าฝัน พี่ชายเธอละ... ไปไหน” ลุงกิตกับป้าฝันเป็นพนักงานภายในไร่เขา ทั้งสองดูแลจันทร์หอม ในยามที่พี่ชายอย่างกลธีร์ต้องไปทำงานในช่วงกลางคืนหรือบ้างก็ดูแลอาหารการกินของสองพี่น้อง ทั้งสองเปรียบเสมือนลูกหลานเพราะพวกท่านไม่มีลูกไม่มีหลานที่ไหน

“หอมไม่มีโทรศัพท์โทรหาลุงกิตกับป้าฝันค่ะ ส่วนพี่ธีร์มีทำโอที  ต่อค่ะ”

“เอาเถอะเดี๋ยวฉันไปส่ง แล้วนี่ไปทำอีท่าไหนอีกเสื้อผ้าถึงได้เปื้อนแบบนี้ ผมเผ้าก็ดูไม่ได้”

มือหนายื่นออกไปสัมผัสเบา ๆ ยังผมยาวมัดหางม้าแสนรุงรังของเด็กสาว ชายหนุ่มแสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน สายตาคู่หวานจ้องมองไปยังคนตัวโตกว่า รอยยิ้มของเขากำลังมีผลต่อหัวใจ เขากำลังทำให้มันเริ่มเต้นผิดแปลกไม่ตรงจังหวะ

“ฉันถามว่าไปทำอะไรมาเนื้อตัวเธอถึงได้เปื้อนขนาดนี้ ทำอะไรมา ฮึ?”

“อะ...เอ่อ หอมหกล้มมาค่ะ” เธอโกหกเขาเป็นรอบที่สอง

“ทำไมถึงเดินไม่ระวัง ดูสิ...เสื้อผ้าเปื้อนหมด แล้วเจ็บมากหรือเปล่า”

“ไม่...ไม่เจ็บค่ะ” ก็แค่แผลถลอกที่เข่ากับศอกเล็กน้อย ร่างกายเธอไม่เป็นอะไรหรอก แผลพวกนี้ไกลหัวใจจะตายไป...แต่หากเป็นบาดแผล   ทางจิตใจ ก็คงไม่แน่

“ดีแล้ว”

“ขอบคุณนะคะพ่อเลี้ยง”

“อืม” เขาขานรับเพียงคำสั้น ๆ ก่อนจะเคลื่อนรถออกไปยังถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง

จากที่เดินบนท้องถนนเพียงลำพัง เวลานี้กลับมีชายหนุ่มใจดีช่วยเหลือเธอเอาไว้ หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวเริ่มเบ่งบานขึ้นอีกครั้ง...เธอไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

หรืออาจเป็นเพราะ...

เขายื่นมือเข้ามาและคว้าเอาไว้ในวันที่แสนโหดร้ายของเธอกัน...

ความระทมทุกข์ที่จมปลัก ตอนนี้มันไม่ได้ดิ่งลงเหวเบื้องล่าง   เสียซะทีเดียวเพราะมีชายใจดีฉุดรั้งเอาไว้ด้วยรอยยิ้มและมือหนาแสนอบอุ่นที่ยามนี้แผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ...

บทถัดไป