บทที่ 3 🐅ใต้อาณัติ EP : 2 เจ็บทั้งกายและใจ
บทที่ 2
"กรี๊ด" มือหนาที่จับชายกระโปรงเดรสด้านล่างของน้ำตาลเตรียมที่จะถลกขึ้นตามเสียงเชียร์แต่เตโชรีบคว้าจับมือของกรเอาไว้ไม่ให้กระทำอย่างที่เสียงเชียร์ของเพื่อนๆ ยั่วยุ
"อย่าทำแบบนั้นกร" สายตาของเตโชมองกรด้วยความไม่พอใจ แต่เขาใช้เพียงน้ำเสียงเรียบนิ่งจ้องมองหน้าของเพื่อนและจับน้ำตาลดึงไปไว้ทางด้านหลัง
"นี่กำลังเข้าข้างผู้หญิงคนนี้อยู่เหรอ ฉันเป็นเพื่อนของนายนะ! แล้วผู้หญิงคนนี้ต้องมอบความสุขให้กับพวกเราไม่ใช่เหรอ อีกอย่างมันต้องถูกลงโทษเพราะทำไม่ดี"
กรกำลังเถียงเตโชคอเป็นเอ็นมองหน้าของเพื่อนที่กำลังห้ามตัวเอง
"ที่ฉันทำไปก็เพราะว่าหน้าตาของนายนะกร...คุณพ่อของนายกำลังจะเลื่อนให้นายเป็นรองรัฐมนตรีแทน! ถ้าการกระทำของนายมีคลิปวิดีโอหลุดออกไปหรือว่ามีคนเอาไปพูดมันจะเกิดอะไรขึ้นคิดหน่อยสิ" กวินคิดตามในสิ่งที่เตโชพูดก็ถูก
"ก็ได้...ไม่ทำแบบนั้นก็ได้แต่ผู้หญิงคนนี้ต้องชดใช้โดยการกินเหล้าแก้วนี้ให้หมด"
กรหยิบแก้วเหล้าโดยที่เป็นเหล้าเพียวๆ ไม่ผสมโซดาหรือน้ำเปล่ายกขึ้นให้น้ำตาลกินเหล้าแก้วนี้ให้หมด
"ฉันกินเหล้าไม่ได้! ฉันกินเหล้าไม่ได้" น้ำตาลเธอส่ายหน้าไปมาปฏิเสธบอกว่าตัวเองนั้นกินเหล้าไม่ได้เตโชหันมองด้วยความไม่พอใจ เขาจับแก้วเหล้ามาจากมือกรและบีบปากให้เธอกินเหล้าโดยการที่เทเหล้ากรอกใส่ไม่ยั้งเข้าปากเธอบ้างกระฉอกออกบ้างจนหมดแก้ว
"ดื่มให้สนุกนะ ขอตัวก่อน" เตโชวางแก้วเหล้าลงและจับกระชากแขนของน้ำตาลเดินออกมาจากห้องวีไอพี
"ฮื่อๆ" เนื้อตัวของน้ำตาลเปียกสภาพทรุดโทรมเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าพี่ฟุ้ง
"เกิดอะไรขึ้นครับนาย"
"ไปเปิดห้องวีไอพีให้กูห้องนึง" เตโชเดินตามลูกน้องคนสนิทขึ้นไปด้านบนเพื่อเปิดห้องนอนในผับของตัวเอง
น้ำตาลถูกเหวี่ยงลงกับพื้นหลังจากได้เข้ามาห้องนอนวีไอพีชั้นบนตามที่เขาต้องการ
"เมื่อไรจะเลิกทำร้ายฉันสักที! ในสิ่งที่คุณทำมันยังไม่พออีกเหรอ คุณเอาทุกๆ อย่างไปจากฉันคุณพรากฉันจากครอบครัว คุณทำให้ฉันติดคุกแล้วคุณยังทำพ่อของฉันติดคุกอีกไม่พอคุณยังทำร้ายจนฉันแทบตายที่ฉันมีชีวิตรอดอยู่ทุกวันนี้ฉันต้องการอิสระทำไม..."
เตโชนั่งยองๆ ลงตรงหน้าพร้อมกับยกมือบีบคอของน้ำตาลอีกครั้ง เขากัดฟันดังกรวดๆ จ้องมองด้วยแววตาแดงก่ำ
"กูจะไม่เลิกทำร้ายหรอก! ในสิ่งที่ทำไว้ต้องชดใช้ได้ยินไหมว่าต้องชดใช้" เหตุผลก็ไปฟังได้เพียงแต่ใช้อารมณ์และคำด่า
"อึก! เฮือก! น้ำตาลเป็นลมหมดสติในขณะที่เขานั้นบีบคอเธออยู่ เขาคว้ากอดประคองหัวของเธอจึงไม่กระแทกกับพื้น
"น้ำตาลเธอไม่ต้องมาแกล้งเป็นลม! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้" เขาจ้องมองเธอที่หมดสติมันไม่ได้เป็นการแกล้งเมื่อจับชีพจร! รู้ได้ว่าเธอนั้นเป็นลม
เมื่อหมอดูอาการแล้วเขาจึงเอ่ยถาม
"เธอเป็นยังไงบ้าง" เตโชยืนกอดอกถามหมอที่มาดูอาการของน้ำตาลที่นี่
"ร่างกายของเธออ่อนเพลียมาก แต่หมอไม่สามารถตรวจอย่างละเอียดได้ซึ่งร่างกายของเธอแปลกๆ แต่ก็แค่สันนิษฐานเท่านั้น! ถ้าอยากรู้รายละเอียดผมอยากให้พาเธอไปที่โรงพยาบาล"
เตโชพยักหน้าให้กับหมอและหมอได้เดินออกไปจากห้อง เขาจึงมานั่งที่เตียงด้านข้างของน้ำตาลผู้หญิงที่นอนหลับหมดสติ
"ฉันจะไม่มีวันพาเธอไปรักษาตัวหรอกให้เธอตายช้าๆ แบบนี้แหละน้ำตาล สิ่งที่เธอทำเธอต้องชดใช้"
ใบหน้าร้อนซีดเซียว นอนใต้ผ้าห่มหนาหายใจโรยรินและเพียงไม่นานเธอละเมอออกมา
"ช่วยด้วย! นายช่วยเราด้วย" เตโชกำมือแน่นจ้องมองน้ำตาลละเมอเรียกว่านายนั่นคงหมายถึงผู้ชาย
"เธอนี่มันแพศยาจริงๆ! คงจะร่านและคันมากสินะ ขนาดหมดสติยังเพ้อละเมอหาผู้ชาย โถ่เว้ย!!"
เขายกมือตบเข่าตัวเองด้วยความโมโหลุกขึ้นพรวดเดินออกมายังระเบียงด้านนอกเพื่อสูบบุหรี่เพื่อคลายอาการเครียด
คนตัวเล็กขยับมือขึ้นสัมผัสกับความเจ็บปวดบนร่างกายของตัวเองเธอละเมอถึงใครบางคนแต่จำความฝันไม่ได้ ดวงตาคู่น้อยค่อยๆ กวาดมองที่นี่ที่ไหนเป็นห้องหรือว่าเขาพาเธอมาขายตัว ใช่เธอถูกส่งมาขายตัวน้ำตาล
น้ำตาลไม่รอช้ารีบกระชากผ้าห่มออกจากร่างกายตัวเองและลุกขึ้นถึงแม้ว่าจะเวียนหัวแต่เธอพยุงตัวเองจนกระทั่งถึงหน้าห้อง
"แคร๊ก!" หน้าห้องมีชายชุดดำเฝ้าอยู่เขารีบลุกขึ้นยืนและขวางเอาไว้ น้ำตาลออกแรงผลักและวิ่งหนีออกมาซึ่งผู้ชายชุดดำคนนั้นวิ่งเข้าไปในห้องไม่ได้วิ่งตามเธอ
น้ำตาลใช้กำลังที่มีทั้งหมดพยายามวิ่งหนีมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นประตูหนีไฟเธอจึงพรวดเข้ามาทันที
ร่างบางหยุดชะงักเพราะเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่เธอนั้นคุ้นเคยเขาเป็นอดีตคู่หมั้นที่พ่อของเธอบังคับให้มั่นเมื่อห้าปีก่อนแต่งานหมั้นยังไม่เกิดขึ้น เขากำลังยืนจูบอยู่กับผู้หญิงหน้าสวยดูดี
"น้ำตาลเธอออกจากคุกมาแล้วเหรอ"
"เวหา ทำไมถึงเป็นคนขี้โกงแบบนี้คุณพ่อของฉันไว้ใจแต่นายกลับหักหลัง"
"เธอหยุดใส่ร้ายฉันเดียวนี้นะ! ใครมันจะไปเอาผู้หญิงขี้คุกแบบเธอทำเมีย ไปเถอะ" เวหาจับมือของผู้หญิงคนที่ตัวเองนั้นยืนจูบพยายามที่จะหนีน้ำตาลออกมาด้านนอกซึ่งน้ำตาลจับแขนของเวหาเอาไว้
"ทำไมถึงทำแบบนี้"
"ก็มึงกับพ่อของมึงมันโง่ไงอีน้ำตาล" เวหาขยับมาข้างหูของน้ำตาลและกระซิบเบาๆ ด้วยคำด่าพร้อมทั้งเยาะเย้ยด้วยเสียงหัวเราะ
"เลว!"
ประตูหนีไฟถูกเปิดเข้ามาพอดีและคนที่เปิดนั้นเป็นลูกน้องของเตโช น้ำตาลเตรียมที่จะลงจากบันไดหนีไฟหลังจากที่เห็นเพียงไม่นานแขนของเธอถูกจับและกระชากกลับ
"เธอคิดจะหนีเหรอ! หึ! รู้ไหมว่าการที่หนีมันจะถูกทำโทษยังไง มานี่" เธอถูกจับแขนกระชากกลับเข้าไปในห้องเมื่อร่างบางถูกเหวี่ยงล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง
"คุณจะทำอะไร" คนตัวโตยืนจ้องมองด้วยสายตาโกรธมือจับเข็มขัดของตัวเองกระชากออกจากเอวเสียงกระทบกับลมนั้นดัง
"เพี๊ยะ"
"ฉันเคยบอกแล้วว่าถ้าเธอหนีเธอจะเจออะไร"
"เพี๊ยะ!!"
"โอ๊ยฮื่อๆ" มือที่ค้ำประคองลำตัวเอาไว้นั้นอ่อนแรงลงหลังจากที่เข็มขัดฟาดเข้ามากลางหลัง
"จำเอาไว้ว่าอย่าหนี และก็จำเอาไว้ว่าความเจ็บปวดที่เธอได้รับนั้นมันมาจากการกระทำของเธอ เธอทำคนอื่นตาย เธอก็ต้องตายชดใช้แต่สิ่งที่ชดใช้นั้นมันจะทรมานให้เธอค่อยๆ ตาย"
"ฮึ๊ก! ฮื่อๆ ฆ่าฉันเลย"
"เพี๊ยะ!!"
"โอ๊ย" เข็มขัดฟาดลงยังลำตัวเล็กจนสุดแรงเธอสะดุ้งด้วยความเจ็บแสบ
"พูดมาสิ....จะหนีอีกไหม"
น้ำตาลรีบส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตาชีวิตที่เจออะไรมามากทั้งถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจแต่ในตอนนี้ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเองมันทำให้เธอเหมือนตายทั้งเป็น
"เออโถ่เว้ย"
เตโชโยนเข็มขัดอันนั้นลงที่พื้นเขาเดินหันหลังแล้วออกไปจากห้อง เหลือเพียงแต่ร่างกายที่บอบช้ำคนตัวเล็กนอนลงไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวดมีเพียงแต่น้ำตาที่ไหลเอ่อล้นออกมา
"ฮึ๊บ คุณพ่อน้ำตาลช่วยคุณพ่อไม่ได้" น้ำตาแห่งความเจ็บปวดได้เพียงแต่นึกถึงพ่อตัวเองที่ติดคุกเธออยากช่วยให้ทุกวิธีทางเพราะการติดคุกห้าปีที่ผ่านมามันทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น เธอไม่อยากให้พ่อของเธอตกอยู่ในสถานะนั้นแต่เธอไม่สามารถไปช่วยได้
