บทนำ
เมื่อผู้ชายที่ฉันวิ่งตาม ไม่เคยหันกลับมามอง
ฉันก็ได้แต่ใช้วิธีที่โง่งม เรียกร้องความสนใจด้วยการกรีดข้อมือตัวเอง
ผลคือ.. คนที่เสียใจที่สุดไม่ใช่เขา แต่เป็นครอบครัว พ่อแม่ และก็ตัวฉันเอง
ในขณะที่เขาไล่ตามผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงที่มีค่า และสูงส่งเกินกว่าที่ฉันจะล่วงเกิน
ฉันทำได้แค่นั่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยหัวใจที่เจ็บปวด
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดใจ
แต่ฉันไม่ได้หูหนวก ตาก็ไม่ได้บอด ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ว่าที่ผ่านมามันไร้ค่าแค่ไหน
ในวันที่ฉันเลือกจะยอมรับความจริง ปล่อยมือจากความรักที่ว่างเปล่า
เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ...ฉันท้อง
ท้องลูกของฮาน!
บท 1
รู้ไหมผู้หญิงเจ็บที่สุดตอนไหน
...ตอนคลอดลูก
ฉันยังจำวินาทีที่เหมือนตายทั้งเป็นนั้นได้ดี มันทั้งเจ็บ ทั้งทรมาน แล้วก็น่าเศร้าจนเผลอคิดว่าตายไปซะยังดีกว่า
แม่คนอื่นอาจจะคิดว่าการให้กำเนิดลูกคือสิ่งมหัศจรรย์และน่าภาคภูมิ แต่สำหรับฉันมันคือตราบาปที่ฝังรากลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ
ฉันรู้... เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดได้เพราะงั้นฉันถึงต้องทนกับความขมขื่นนี้ไปชั่วชีวิต
ฉันไม่ได้เกลียดลูกตัวเอง... เพียงแต่เวลามองหน้าลูกฉันจะรู้สึกเจ็บเสียดลึกๆ อยู่ข้างใน แม้ภายนอกฉันจะทำเหมือนไม่เป็นอะไร บอกกับใครใครว่าสบายดี แต่ความจริงมันไม่ได้ง่าย แอบร้องไห้คนเดียวก็หลายครั้ง บางวันเลี้ยงลูกเหนื่อยมากๆ ก็ถึงขั้นจิตตก คิดไม่ดี โทษตัวเองในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ทำเรื่องโง่ๆ อย่างพลีกายถวายวิญญาณให้กับคนที่เขาไม่เคยเห็นค่าในตัวฉัน
บ่ายวันอาทิตย์
หลังจากที่ตาหนูหลับไปแล้ว แม่กับลุงซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงกำลังช่วยกันจัดสวนอยู่ข้างนอก จู่ๆ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่กำลังง่วนอยู่กับการผสมดินปลูกผละมือไม่ได้ แม่จึงตะโกนเรียกฉันให้ออกมารับพัสดุเพราะคิดว่าเป็นบุรุษไปรษณีย์ไม่ก็ขนส่งเอกชน
คนที่ยืนอยู่นอกรั้วกลับไม่ใช่พนักงานส่งของ แต่เป็นคนที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเจอที่นี่
ฉันนิ่งใบ้ วิญญาณเหมือนหลุดออกจากร่าง พูดอะไรไม่ออกไปหลายนาทีจนแม่กับลุงรู้สึกผิดสังเกตจำต้องวางงานในมือลุกขึ้นมาดูอย่างสงสัย
คนที่ยืนอยู่นอกรั้วยกมือไว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง เสร็จแล้วก็ยิ้มอ่อนหวานจนแม่ฉันเหมือนจะเคลิ้มไปแวบหนึ่ง ฉันเห็นแล้วยังตกใจ แต่ไม่ทันที่แม่จะซักถามอะไร เขาก็เอ่ยขึ้น
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมชื่อฮาน ผมเป็นพ่อของลูกเพนนี”
“จ๊ะ? ว่าไงนะ...”
แม่กะพริบตาอย่างไม่แน่ใจ พลางชำเลืองสายตามาทางฉันที่ยืนอยู่ข้างๆ
ฉันอ้ำอึ้ง ลำคอจุกตันเหมือนโดนคนบีบเอาไว้ สมองพลันขาดเลือดชั่วขณะ นึกคิดอะไรไม่ออก ได้แต่สบถด่าทอคนที่อยู่นอกรั้วในใจ
ฮาน… จู่ๆ เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ในเมื่อเขี่ยฉันออกจากชีวิตสำเร็จแล้ว จะกลับมาข้องแวะกันอีกทำไม
เขาพูดออกมาอย่างไม่กริ่งเกรง ราวกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด เหมือนมาบ้านเพื่อนแล้วแนะนำตัวให้แม่เพื่อนรู้จัก ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล กระทั่งสีหน้าของเขาก็ยังสงบเยือกเย็นไม่แสดงความหวาดหวั่นที่ต้องพูดความจริงแม้แต่น้อย
ลึกๆ ฉันแอบนับถือความกล้าหาญของเขา แต่มันไม่ใช่เวลามาปลื้ม การที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินมากดกริ่งหน้าบ้านแล้วประกาศตัวยอมรับโต้งๆ ว่าเป็นพ่อของลูกแบบนี้คิดว่าฉันจะดีใจงั้นเหรอ อยากร้องไห้มากกว่า
เขากำลังสร้างปัญหา เรียกว่าหย่อนระเบิดตู้มใส่กลางใจเราสองแม่ลูกก็ว่าได้ ฉันรับรู้ทันทีว่าความสงบกำลังจะหายไป
“พะพ่อหนุ่ม... เมื่อกี้พูดว่ายังไง น้าฟังไม่ถนัด” แม่เอ่ยขึ้นหลังจากตั้งสติได้
“ผมคือพ่อของภาม” เขายืนยันตัวตนให้แม่ฉันฟังชัดๆ อีกครั้ง เพียงเท่านั้นแม่ก็เลือดขึ้นหน้าพุ่งไปกระชากกลอนประตูรั้ว เปิดออกไปเอาเรื่องฮาน
เพียะ!
เสียงฝ่ามือแม่กระแทกเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาดังสนั่น หน้าหนาๆ นั่นไม่ได้หันไปตามแรงตบ เขาแค่กะพริบตาทีหนึ่งแล้วมองตอบสายตาเดือดดาลของแม่เงียบๆ
ฉันไม่แน่ใจว่าแม่ออกแรงน้อยไปหรือเขาแกร่งจนพละกำลังแม่ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่การที่เขาไม่ไหวติง ดูไม่เจ็บไม่ปวดยิ่งทำให้แม่คลั่งหนักกว่าเดิม ตบตีไปอีกหลายฝ่ามือ แต่เขาก็เอาแต่ยืนนิ่งไม่หลบไม่หลีกอย่างกับเป็นเบาะนวมไว้รองรับอารมณ์คนเท่านั้น
ฉันกับลุงได้แต่ยืนมอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเราตั้งตัวไม่ทัน เป็นลุงที่ได้สติรีบเข้าไปแยกแม่ออกมา ก่อนที่จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม
“โยใจเย็น! หยุดก่อนโย พอแล้ว พอ!”
“ปล่อยโยนะคุณพี่ คุณพี่ไม่ได้ยินเหรอ มันบอกว่ายังไง มันคือคนที่ทำลายชีวิตเพนนี คุณพี่จะให้โยใจเย็นอยู่ได้ยังไง” แม่สะบัดลุงออกอย่างไม่ฟังอะไรทั้งนั้น แต่ลุงที่แรงเยอะกว่าก็กอดแม่เอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม่ที่กำลังเกี้ยวกราดหลุดออกจากอ้อมแขนไปทำร้ายใคร แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นผู้ชายที่ทอดทิ้งฉันไปก็ตาม
“คุณตั้งสติหน่อยโย ก่อนจะทำอะไรควรจะฟังลูกก่อน ผมรู้ว่าคุณโกรธแต่ใช้อารมณ์ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกนะ”
คำพูดเตือนสติของลุงช่วยให้แม่รู้สึกตัว หยุดใช้กำลัง แต่นัยน์ตาไม่ได้ลดความเดือดดาลลงแม้แต่น้อย
“ยัยนีตอบแม่ ที่ผู้ชายคนนี้พูดเรื่องจริงหรือเปล่า” แม่หันมาทางฉัน เค้นเสียงถามลอดไรฟัน
ฉันก้มหน้า ความเจ็บปวดที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้เอ่อล้นออกมากลายเป็นหยาดน้ำใสๆ รื้นคลอเบ้า ฉันส่ายหน้า
“นีไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ค่ะ”
แม่หรี่ตามองฉันทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ลุงเองก็เงียบ ส่วนเขากำลังมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เธอรู้จักฉันดีเพนนี” เขาย้ำ น้ำเสียงหนักแน่นเหมือนจะเตือนให้ฉันนึกถึงเรื่องราวในอดีต แต่ฉันทำหูทวนลมไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไร หันไปเรียกแม่
“แม่อย่าสนใจคนบ้าเลย เข้าบ้านเถอะ”
แม่มองฉันกับเขาสลับกันไปมาด้วยสายตาข้องอกข้องใจ ไม่ยอมขยับตัว จนฉันเผลอขึ้นเสียงใส่แม่
“แม่! เข้าบ้าน”
“ยัยนีอย่าโกหกแม่ ผู้ชายคนนี้ใช่ไหมที่ทำแกท้อง”
“แม่!”
ฉันเรียกแม่เสียงสั่นเครือ ในอกปวดร้าว เม้มปากแน่นเมื่อถูกสายตาคมกริบของแม่จับจ้อง
พอฉันเงียบไม่ยอมพูด แม่ก็หันไปทางเขา
“ฉันจะแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ เตรียมตัวเข้าไปนอนในคุกได้เลย”
“แม่!”
หัวใจฉันกระตุกวูบมองแม่ที่เดินสวนกลับเข้าบ้านอย่างรู้สึกร้อนรน ฉันรีบตามไปคว้ามือแม่เอาไว้
“แม่จะแจ้งความจริงเหรอ”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ที่เหลือแม่จะจัดการเอง”
“แต่…” ฉันมองสบสายตาเด็ดเดี่ยวของแม่อย่างหวาดหวั่น ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่แม่จะแจ้งความ ฉันไม่อยากเป็นข่าวฉาวโฉ่ ยิ่งกว่านั้นฉันไม่อยากรื้อฟื้น ไม่อยากจะมาเจ็บปวดใจกับเรื่องนี้อีก
“ผมยินดีชดใช้ความผิดทุกทาง ถ้าคุณแม่อยากแจ้งความดำเนินคดี ผมก็จะยอมรับแต่โดยดี”
ระหว่างที่ฉันกำลังร้อนใจเสียงหนักแน่นของเขาก็ดังขึ้น ผู้ชายคนนั้นเดินผ่านรั้วบ้านเข้ามาด้วยใบหน้านิ่งๆ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าฉันกับแม่
หากแต่แทนที่จะดูน่าสมเพช ช่วงขาเรียวยาวกับลำตัวสมส่วนกลับทำให้ร่างสูงที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นดูสง่าผ่าเผย น่าชื่นชม และเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
แม่ที่มีสีหน้าโกรธขึ้งและกำลังจะไล่คนที่ถือวิสาสะเข้ามาออกไป กลับนิ่งอึ้งตะเพิดไม่ออก จ้องมองเขาที่ค่อยๆ พนมมือขึ้นมา แววตาแม่ไหวระริกด้วยความโกรธเคือง สะกดกลั้นอารมณ์ที่เดือดพล่านสะท้อนผ่านเสียงลมหายใจที่ดังผิดปกติ
“ที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อมาขอขมา ผมยอมรับผิดทุกอย่าง คุณไม่ต้องให้อภัยผมก็ได้ แต่ผมอยากขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองสักครั้งว่าผมสามารถเป็นสามีและเป็นพ่อที่ดีของลูกได้”
คำพูดนั้น... แม่ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มเลือดเย็น
“นายคิดว่าฉันจะพยักหน้าแล้วก็บอกว่า ‘ได้สิ’ อย่างงั้นเหรอ! ลูกสาวฉันต้องอุ้มท้องเก้าเดือน ต้องพักการเรียน แล้วก็มีลูกทั้งที่ยังไม่พร้อม แค่คำพูดสวยหรูไม่กี่ประโยคคิดว่าจะลบล้างได้หรือไง!”
“ผมทำไม่ดีจริง ผมยอมรับ เพราะงั้นต่อไปนี้ให้ผมดูแลลูกกับเพนนีเถอะครับ”
เขาก้มหน้าอย่างคนสำนึกผิด ฉันมองภาพตรงหน้ารู้สึกหน่วงในอก ไม่ใช่สงสาร และไม่ได้เห็นใจคนอย่างเขา เพียงแต่เขาที่ฉันเคยรู้จักไม่ใช่คนที่จะยอมคุกเข่าก้มหัวให้ใครง่ายๆ ฉันก็แค่แปลกใจ และไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ทำไปเพื่ออะไร
บทล่าสุด
#114 บทที่ 114 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#113 บทที่ 113 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#112 บทที่ 112 Chapter 28《 Part 2 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#111 บทที่ 111 Chapter 28《 Part 1 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#110 บทที่ 110 Chapter 27《 Part 4 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#109 บทที่ 109 Chapter 27《 Part 3 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#108 บทที่ 108 Chapter 27《 Part 2 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#107 บทที่ 107 Chapter 27《 Part 1 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#106 บทที่ 106 Chapter 26《 Part 4 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025#105 บทที่ 105 Chapter 26《 Part 3 》
อัปเดตล่าสุด: 11/20/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













