บทที่ 1 ตอนที่ 1

ซีรีส์ชุด Bad Friends มี 3 เรื่องค่ะ

1. Unfriend... เพื่อนกันมัน(ส์)ไม่พอ

2. Friend with (NO) Benefit เพื่อนกัน... มัน(ต้อง)กิน

3. Secret Taste เพื่อนสนิท... คิดเกินเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้ ‘กะทิรีวิว’ จะพาทุกคนมาบุกร้านลับย่านสุขุมวิทกันนะคะ บอกเลยว่าร้านนี้เด็ดมาก โดยเฉพาะเมนู... ว้าย!”

ยังไม่ทันที่ กานต์ธิดา หรือ กะทิ จะได้โชว์มุมกล้องสุดปังลงในเพจที่มีผู้ติดตามหลักแสน ความซุ่มซ่ามระดับตำนานของเธอก็สำแดงเดช เมื่อส้นเข็มราคาแพงระยับดันไปขัดกับร่องบันไดไม้ ร่างบางหงายหลังผึ่ง เธอพยายามไขว่คว้าอากาศ แต่กลับคว้าได้เพียงไม้เซลฟี่ที่หลุดมือลอยละลิ่วไปตกในอ่างปลาคาร์พ

ปึก!

“โอ๊ยยยยยย!”

กานต์ธิดาร้องลั่นเสียงหลงจนพนักงานทั้งร้านวิ่งหน้าตื่นออกมาดู ตอนนี้เธอไม่ใช่แค่เจ็บ แต่มันคือความอับอายขายหน้าที่ถูกบันทึกไว้ในไลฟ์สดเรียบร้อยแล้ว

ก้นงามงอนของเธอกระแทกขอบปูนอย่างแรงจนเธอรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างเลยทีเดียว

“กะทิ! เป็นไงบ้าง!”

สราลี หรือ ส้มส้ม เพื่อนสาวคนสนิทที่ควบตำแหน่งตากล้องจำเป็น วิ่งหน้าตั้งเข้ามารับร่างเพื่อนที่นอนแหมะอยู่บนพื้นอย่างเป็นห่วง

“แกอย่าเพิ่งตายนะ ฉันยังไม่ได้กดปิดไลฟ์เลย คนดูตั้งสามหมื่น!”

“อีส้ม... ปิด... ปิดเดี๋ยวนี้! โอ๊ยยย ก้นฉันแตกหรือยังเนี่ย?!”

กานต์ธิดาเค้นเสียงด่าเพื่อนทั้งที่หน้านิ่วคิ้วขมวด มือข้างหนึ่งพยายามจะตะปบก้นตัวเอง แต่อีกมือดันไปปัดโดนน้ำพุจนตัวเปียกโชกไปครึ่งซีก สภาพของเธอ ตอนนี้บอกเลยว่าจาก ‘เน็ตไอดอลสายกิน’ กลายเป็น ‘ลูกหมาตกน้ำสายเจ็บ’ ไปเรียบร้อยแล้ว

“ตายแล้ว! เลือดไม่ออก แต่มันเริ่มบวมแล้วนะแก สงสัยก้นกบจะร้าว พนักงานคะ! ช่วยหิ้วปีกเพื่อนฉันหน่อยค่ะ!”

สราลีหันไปขอความช่วยเหลือจากพนักงาน จนกระทั่งพนักงานชายร่างยักษ์สองคนเข้ามาช่วยกันประคองกานต์ธิดาที่ร้องโอยด้วยความเจ็บปวดไปที่รถ

เมื่อมาถึงรถยนต์ สราลีก็รีบยัดเพื่อนเข้าไปที่เบาะหลังรถยนต์ แต่ปัญหาก็คือกานต์ธิดา ‘เจ็บก้น’ นอนหงายไม่ได้ นั่งก็ไม่ได้ จะนอนตะแคงรถก็แคบเกินไป

“ส้ม... ฉันจะตายไหม แกดูดิ ฉันต้องนอนท่าไหนเนี่ย โอ๊ยยย เจ็บ!”

“เอาน่ากะทิ เพื่อความปลอดภัย แกก็นอนคว่ำไปก่อนแล้วกัน ทนหน่อยนะเพื่อนสาว!”

สราลีจัดการกดหัวกะทิให้ฟุบลงกับเบาะหลัง และท้ายที่สุดกานต์ธิดาก็ต้องอยู่ในท่า ‘คุกเข่าคลาน’ แล้วฟุบหน้าลงกับเบาะรถ โดยมีก้นที่สวมกระโปรงสั้นทรงสอบชี้โด่เด่ไปทางหน้าต่างรถอย่างไม่มีทางเลือก

“อีส้ม! ท่านี้มันประจานกันชัดๆ ขับรถเร็วๆ เลยนะ ก่อนที่ฉันจะอายไปมากกว่านี้!”

กานต์ธิดาตะโกนด่าเพื่อนลอดผ่านเบาะรถ ขณะที่รถเก๋งคันเล็กซิ่งปาดซ้ายปาดขวา จนกานต์ธิดาหัวสั่นหัวคลอน ก้นกระแทกขอบประตูซ้ำไปซ้ำมา เจ็บจนน้ำตาแทบเล็ดไปตลอดทาง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ณ ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเอกชน กานต์ธิดาถูกย้ายลงมานอนบนเตียงสีขาวสะอาด แต่เธอยังอยู่ในท่าที่น่าอับอายที่สุดเหมือนเดิม นั่นก็คือการ ‘นอนคว่ำหน้า’ ฟุบกับหมอน เหมือนเดิม เพราะพอลองลองพลิกตัวแล้ว แต่เธอไม่สามารถทนความเจ็บปวดได้

“ส้ม... ปิดม่านยัง ปิดให้มิดนะ ฉันอายจะตายอยู่แล้วเนี่ย”

กานต์ธิดาเค้นเสียงกระซิบอู้อี้กับหมอน

“มิดแล้วมึง แต่มิดไม่พอว่ะ อุ๊ย! หมอเดินมาแล้ว... เชี่ย! มึง... หมอหล่อมากกกกก!”

กึก... กึก... กึก...

เสียงฝีเท้าหนักแน่นหยุดลงข้างเตียง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เย็นๆ ที่แฝงไปด้วยความหรูหราลอยมาแตะจมูก

กานต์ธิดาชะงักกึกไป... เพราะกลิ่นนี้มันคุ้นจนหัวใจสั่นกระตุกแปลกๆ

“คนไข้ชื่อกานต์ธิดา ใช่ไหมครับ?”

เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบนั้น ทำให้กานต์ธิดาต้องรีบเอียงหน้ามองลอดผ่านปอยผม และนั่น... ก็ทำให้เธอเห็นเต็มๆ ตา

วินธัย (เพื่อนที่เธอเคยคิดไม่ซื่อด้วย) ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ และเขาก็อยู่ในชุดกาวน์ขาวสะอาดสะอ้าน มือใหญ่นั่น ถือชาร์ตด้วยสีหน้าเฉยเมยราวกับหุ่นยนต์

กานต์ธิดาใจหายวาบ ภาพจำวันที่เธอเมาแล้วไปอ้วกใส่รองเท้าเขา หลังจากโดนปฏิเสธรักวิ่งกลับมาในหัวทันที

ตายแล้ว... ทำไม... ทำไมหมอตั้งเยอะตั้งแยะ จะต้องมาเจอวินธัยด้วยเนี่ย!!!

กานต์ธิดาคิดในใจอย่างตื่นตระหนก เธอเตรียมตัวจะโดนเขาแขวะ หรืออย่างน้อยก็ทักทายแบบเพื่อนเก่า...

แต่ผิดคาด!

“วิน...”

กานต์ธิดาเรียกชื่อเล่นของเขาเสียงแผ่วเบา แต่เขากลับเพียงแค่ปรายตามองผ่านกรอบแว่นใสของเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น ก่อนจะก้มลงอ่านชาร์ตต่อ

“เรียกผมว่าหมอวินธัยครับ และรบกวนอย่าชวนคุยเรื่องอื่น เพราะผมมีคนไข้รออีกหลายเคส”

กานต์ธิดาถึงกับอ้าปากค้างเติ่ง...

นี่เขาจำเธอไม่ได้?

หรือแกล้งจำไม่ได้เนี่ย?

“เอ่อ... หมอจำกะทิไม่ได้เหรอคะ? ที่เราเคยเรียน...”

“คนไข้ช่วยเงียบ แล้วให้ความร่วมมือด้วยครับ”

วินธัยขัดจังหวะด้วยเสียงเย็นชาจนกานต์ธิดาหน้าแตกยับเยิน

“ช่วยถกชายเสื้อขึ้น และลดขอบกางเกง

ลงเล็กน้อย ผมต้องตรวจหาจุดที่กล้ามเนื้อฉีกขาดครับ”

กานต์ธิดาหน้าแดงวาบด้วยความอับอาย เธอจำใจต้องทำตามคำสั่งของเขาอย่างไม่มีทางเลือก

มือเล็กสั่นเทาค่อยๆ ขยับเสื้อผ้าตัวเอง ในขณะที่วินธัยก้าวเข้ามาประชิดเตียงมากขึ้น เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้น หรือขัดเขินแม้แต่นิดเดียว

เขาสวมถุงมือยางเสียงดัง เพียะ! ก่อนจะใช้นิ้วยาวกดลงบนสะโพกของเธออย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ

แต่ทว่า... ในจังหวะที่เขาดึงชายเสื้อให้เข้าที่ นิ้วของเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็น ‘รอยสักชื่อ Win’ ที่เหนือบั้นท้ายของเธอ

กานต์ธิดาใจเต้นโครมครามจนแทบจะหยุดหายใจ คิดว่าเขาต้องเห็นแน่ๆ!

แต่เปล่าเลย... วินธัยเพียงแค่ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดลงบนรอยสักนั้นอย่างแรงจนเธอกระตุกเท่านั้นเอง

“สกปรกนะครับ... ไปสักในจุดที่รักษายากแบบนี้ ถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะลำบาก”

เขาพูดเสียงเรียบเหมือนคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ ก่อนจะเก็บอุปกรณ์

บทถัดไป