บทนำ
อารดา วิสเลอร์ ทนายความสาวน้องใหม่ไฟแรง สาวเชยผู้มีบุคลิกขัดแย้งในตัวเองขั้นรุนแรง แทบ
ช็อกเมื่อได้รู้ว่าคู่หมั้นของตนคือคนที่เธอ ‘แอบรัก’ มาตั้งแต่วัยเยาว์ ทว่าถึงแม้จะมีใจให้เขาหน้าที่ย่อมมาก่อนความรู้สึกส่วนตัว และถ้าเขาทำผิดจริงๆ เธอก็จะทำทุกวิถีทางให้เขาแพ้คดีความและไปรับโทษทัณฑ์ให้จงได้ ถึงแม้จะต้อง ‘เฉือนหัวใจ’ ตัวเองก็ตาม!
บท 1
เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา
เวลาเที่ยงคืน…
‘ดาด้าลูกรัก ถือเสียว่านั่นเป็นประสงค์ของพระเจ้าก็แล้วกัน’ เพราะคำพูดกึ่งสอนสั่งของบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนสำนึกตลอดเวลา ทำให้อารดาพยายามคิดบวกกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากแต่เธอให้คำจำกัดความว่า ‘คราวซวย’ ที่มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งในเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้
อารดากลับจากงานเลี้ยงรุ่น ที่เพื่อนสมัยเรียนรวมตัวกันจัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง เกือบจะได้กลับไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สร่างเมาอยู่แล้ว แต่รถคู่ใจดันมางอแงก่อนจะถึงปากซอยทางเข้าบ้านแค่สองร้อยเมตร หลังจากโทร.ไปเรียกช่างซ่อมเจ้าประจำ ซึ่งเปิดให้บริการลูกค้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาลากรถไปเข้าอู่ เธอก็เดินตุปัดตุเป๋กลับบ้านในสภาพเมานิดๆ
“โอ๊ย…ม่ายน่าลองกินเหล้าเลยเรา ปวดหัวชะมัด ให้ตายสิ!” เสียงยานคางเล็กน้อยบ่นอุบกับตัวเอง ขณะยกมือขึ้นคลึงขมับอิ่ม เพื่อให้มันช่วยบรรเทาอาการมึนหัวจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในกระแสเลือด
“อุ๊ย!” เดินเซเข้าซอยมาได้ไม่นานคนเมาก็หลุดอุทานออกมา เพราะสะดุดขาตัวเองจนเกือบล้มหัวคะมำ ก่อนจะย่อตัวลงถอดรองเท้าส้นสูงคู่สวยออกอย่างทุลักทุเล จากนั้นก็เดินเท้าเปล่าพร้อมถือรองเท้าเอียงกะเท่เร่ซ้ายทีขวาที บ้างก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเกินเหตุ
“โอ้เหล้าจ๋า…หันมายิ้มหน่อยซิ ยิ้มซิ ยิ้มซิ ที่รักยิ้มนานๆ อย่าด่วนใจดำทำรำคาญ ฉันจะแต่งงานกับเธอใต้แสงจันทร์” นี่เป็นบทเพลงที่คุณยายซึ่งอยู่เมืองไทยชอบเปิดประชดเวลาที่คุณตากินเหล้าเมาหัวราน้ำ และเธอก็ยังจำได้ขึ้นใจตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็ก ถึงแม้ปัจจุบันอารดาจะไม่ได้ไปเยือนประเทศไทย เพราะญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ทางโน้นได้สิ้นบุญไปหมดแล้ว แต่เธอก็ยังติดนิสัยฟังเพลงไทยมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
“เอิ๊ก…คิดได้ยังไงเนี่ยยัยดาด้า จะแต่งงานกับเหล้า แค่ลองแก้วเดียวก็เมาแอ๋หัวทิ่มหัวตำแล้ว ฮ่าๆๆ” แม่สาวที่เพิ่งริดื่มเหล้าเป็นครั้งแรกในชีวิตหัวเราะอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด
“ฮัลโหล…” หญิงสาวกรอกเสียงหวานติดจะอ้อแอ้ลงไปในสายทันควัน ครั้นไม่มีการตอบโต้จากผู้ที่โทร.มาอารดาก็ขมวดคิ้วมุ่น
“บ้าหรือเปล่าเนี่ย โทร.มาแล้วก็ไม่พูด” เจ้าของร่างอรชรบ่นอุบ พลางทำหน้ายุ่งเหยิง
“นี่คุณ จะพูดไหมคะ ถ้าไม่พูด ฉันจะวางสายแล้วนะ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากเรียวปากสีชมพูระเรื่อชักจะเริ่มกระด้าง ก่อนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ จึงค่อยๆ เบนสายตาสีนิลมามองสิ่งที่เพิ่งลดลงจากใบหูน้อย
“เฮ้ย…นี่มันรองเท้านี่นา บ้าไปแล้วยัยดาด้า” ขณะที่สาวเจ้ากำลังบ่นให้ตัวเองอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์เจ้ากรรมก็กรีดร้องรบกวนโสตประสาทอีกครา เธอจึงรวบรองเท้าไปถือไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะดึงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเก๋อย่างทุกลักทุเล
“อารดาพูดค่ะ” หญิงสาวพยายามครองสติ แล้วกดรับสายทันที
“ดาด้า เธอถึงบ้านแล้วหรือยัง” เสียงแห่งความเป็นห่วงเป็นใยที่ดังแว่วมาตามสายทำให้อารดารู้ได้ทันที ว่าผู้ที่โทร.มาคือโคลอี้ เพื่อนสาวคนสนิทของเธอนั่นเอง
“เราเดินเข้าซอยมาแล้ว อีกแป๊บเดียวก็ถึง” อารดาตอบพลางก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทางไม่มั่นคงนัก
“เราบอกว่าจะไปส่งเธอก็ไม่ยอม เห็นไหมล่ะดึกขนาดนี้ก็ยังไม่ถึงบ้านอีก” ผู้ที่โทร.มาเริ่มบ่นยืดยาว
“เราไม่เป็นไรหรอกน่า เธอไม่ต้องเป็นห่วง”
“โอเค กลับถึงบ้านแล้วโทร.หาเราด้วยนะ” ก่อนจะวางสายโคลอี้ยังไม่วายกำชับเสียงเข้ม ทำให้อารดาย่นจมูกใส่โทรศัพท์ เพราะขบขันแกมหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายชอบทำตัวเป็นแม่แก่
“จ้า” เจ้าของร่างเพรียวระหงรับคำอย่างยิ้มๆ แล้วหย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋าเช่นเดิม ไม่นานเสียงดังสนั่นก็แว่วขึ้นที่เบื้องหลังในระยะไม่ไกลมากนัก
ปังๆๆๆ…
“ใครมาจุดพลุในเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนแบบนี้เนี่ย ถ้าเป็นลูกเป็นหลานแม่จะฟาดให้ก้นลายเลยเชียว” หญิงสาวขยับกลีบปากอวบอิ่มบ่นเป็นหมีกินผึ้ง พลางขมวดคิ้วมุ่น
เขากำลังไล่ยิงกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน แต่แม่คุณดันเข้าใจผิดคิดว่ามีคนจุดพลุเล่น วินาทีถัดมาเสียงเพลงไทยอันแสนคุ้นหูก็ดังขึ้น
พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ
“เออชะรอยจะเป็นเนื้อคู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ…” แม่เจ้าประคุณร้องเพลงคลอเบาๆ พร้อมออกสเต็ปแดนซ์เซซ้ายเซขวา ทั้งที่ปกติเป็นคนค่อนข้างขี้อาย แต่เวลาสติไม่ครบถ้วนเช่นนี้อารดากลับบ้าสุดเหวี่ยง โดยไม่ได้นึกเอะใจเลยว่านั่นคือเสียงสายเรียกเข้าจากอีกหนึ่งซิมการ์ดที่บรรจุอยู่ภายในมือถือของตน
“เอ๊ะ…เมื่อกี้เสียงโทรศัพท์เรานี่นา ตายแล้วยัยดาด้า สวยแต่สติไม่เต็มเต็งได้อีกนะยะหล่อน” กว่าเธอจะนึกขึ้นได้เสียงเพลงก็เงียบไปเสียแล้ว อึดใจต่อมาอารดาก็หยุดกึกและย่นหว่างคิ้วโก่งเข้าหากัน
“เออ…ว่าแต่เมื่อกี้เราโทร.ไปหาใครนะ อุ๊ย…ไม่ใช่สิ ใครโทร.มาหาเราต่างหากละ แต่ก็ช่างประไร อยากคุยกับคนสวยก็ต้องขยันกดโทรศัพท์สิมันถึงจะถูก เพราะคนจะสวยช่วยไม่ได้” ท้ายประโยคคนที่มั่นใจว่าวันนี้ตัวเอง ‘สวย’ ยักไหล่เบาๆ พร้อมยิ้มร่า ทว่าสักพักก็ทำหน้ายุ่ง แล้วบ่นงึมงำ
“อืม…มึนหัวชะมัด” สาวเจ้าสะบัดศีรษะแรงๆ ก่อนที่สมองน้อยๆ ทว่าฉลาดเป็นกรดจะฉุกคิดขึ้นได้ “เออ…มีน้ำขวดเล็กๆ ที่โคลอี้ยัดใส่กระเป๋าให้เรานี่นา”
ขาดคำอารดาก็โน้มตัววางรองเท้าคู่สวยลงบนพื้นถนน แล้วล้วงขวดน้ำเปล่าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะดื่มและล้างหน้ามันเสียตรงนั้น ความเย็นของน้ำทำให้เธอตาสว่างและหายมึนหัวไปได้มากเลยทีเดียว จากนั้นเจ้าของร่างแน่งน้อยก็ก้มลงเก็บรองเท้ามาถือไว้ในมืออีกครา
อึดใจต่อมาหูก็แว่วได้ยินเสียงฝีเท้าถี่ๆ มุ่งตรงมาทางนี้ ทันใดนั้นผู้ที่เพิ่งถอดเสื้อแจ็คเก็ตยัดลงถังขยะก็วิ่งมาชนเธอเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ร่างบอบบางเสียหลักพุ่งไปด้านหน้า
บทล่าสุด
#161 บทที่ 161 ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (125%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#160 บทที่ 160 ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (100%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#159 บทที่ 159 ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (75%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#158 บทที่ 158 ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (50%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#157 บทที่ 157 ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (25%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#156 บทที่ 156 บทส่งท้าย เราจะไม่มีวันทิ้งกัน (200%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#155 บทที่ 155 บทส่งท้าย เราจะไม่มีวันทิ้งกัน (175%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#154 บทที่ 154 บทส่งท้าย เราจะไม่มีวันทิ้งกัน (150%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#153 บทที่ 153 บทส่งท้าย เราจะไม่มีวันทิ้งกัน (125%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#152 บทที่ 152 บทส่งท้าย เราจะไม่มีวันทิ้งกัน (100%)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













