บทนำ
กระทั่งกลับมาเเละรู้ว่าครอบครัวกำลังล้มละลาย
เเต่อยู่ ๆ เพื่อนของบิดาก็ยื่นข้อเสนอมาพร้อมการช่วยเหลือ
โดยมีเงื่อนไขคือ การเเต่งงานกับลูกชายของเขา
ทว่า...เจ้าบ่าวของเธอคือ “รุ่นพี่” ในความทรงจำที่เจ็บปวด !
การเเต่งงานที่เกิดขึ้นเพราะหนี้สินครั้งนี้...
จะทำให้เขาหันมารักเธอได้หรือไม ?!
บท 1
LOVE MARRIAGE วิวาห์รักพิศวาส
(พิมพ์ครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุง)
เรื่องนี้เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มาเเล้วนะคะ ประมาณ 5 ปีก่อนได้ค่ะ
ดังนั้นจึงเอามารีอัพให้อ่านค่ะ ฉบับนี้อาจะมีการปรับเปลี่ยนสำนวน เนื้อหาบางส่วนที่เคยตีพิมพ์ไปเเล้วให้ดีขึ้นนะคะ
โดนจะปรับเปลี่ยนสำนวน เเละฉาก NC เล็กน้อย เเต่ยังคำสำนวนอิโรติกไว้เช่นเดิม ทั้งไม่มีการเพิ่มเหตุการณ์ด้วยค่ะ
บทนำ
เสียงคุณครูสอนประจำคาบวิชาวิทยาศาสตร์ดังทั่วห้อง แต่ก็ไม่ได้เข้าผ่านหูของเด็กสาวร่างอ้วนท้วมที่ส่งสายตามองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลาด้วยใจเหม่อลอย แม้กระทั่งเสียงเข้มของคุณครูเรียกถึงสามครั้ง
“ชาลิสา !” เด็กสาวสะดุ้งขึ้น เธอหันมามองหน้าคุณครูประจำวิชาพร้อมก้มลงด้วยความรู้สึกผิด
“เธอเหม่ออะไร ถ้าไม่ตั้งใจเรียนอีกครั้งฉันจะให้ออกไปยืนหน้าห้อง” เสียงเข้มของคุณครูประจำวิชาดุ
“ค่ะ คุณครู” ชาลิวาก้มหน้ารับผิด แต่ทว่าสายตาสอดส่องก้มมองขวดคุกกี้ที่อยู่ใต้โต๊ะด้วยความชื่นชม ทลายความรู้สึกผิดออกไปจนหมดสิ้น เธอมองนาฬิกาข้อมือรอเวลาอีกไม่กี่นาทีที่จะหมดลง
กริ๊ง ๆ
เสียงออดดังขึ้นบ่งบอกถึงเวลาพักกลางวัน เด็ก ๆ ต่างพากันเดินออกจากห้องด้วยความเหนื่อยล้าจากการเรียนในคาบที่ผ่านมา ทุกคนตรงไปที่จุดเดียวกัน นั่นคือ โรงอาหาร เรียงรายหลายสิบร้าน แต่ละร้านอัดแน่นเต็มไปด้วยนักเรียนที่กำลังต่อแถวเพื่อซื้ออาหารกลางวันเป็นจำนวนมาก
ชาลิสาเด็กสาวรูปร่างอ้วนท้วม ผิวสีขาวอมชมพูอายุราว ๆ สิบห้าปี เดินมองหารุ่นพี่ที่อายุมากกว่าถึงสามปี ใบหน้าคมเข้มของเขาที่ยังตรึงใจและติดตาอยู่ไม่เลือนหาย เมื่อสองเดือนก่อนเธอพบเขาโดยบังเอิญในงานกีฬาสีของโรงเรียน ตั้งแต่นั้นก็ชอบเขา มองเขาด้วยความชอบทุกครั้ง
“ลิสามองใครน่ะ” เด็กสาวผู้เป็นเพื่อนหันไปถาม พลางส่งสายตามองไปทางที่เพื่อนสาวมอง
“ไม่มีอะไรหรอก” เธอตอบเลี่ยง ๆ
“อ้าวแล้วนี่จะไม่กินข้าวกลางวันหรือไง” ผู้เป็นเพื่อนถาม แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเธอเดินจากไปด้วยความรีบร้อนเรื่องอะไรบางอย่าง
ชาลิสาเดินออกมาจากโรงอาหารด้วยความรีบร้อน เธอมาดักรอรุ่นพี่ที่แห่งนี้ เมื่อรู้ว่าทุกเที่ยงเขาจะมาที่สนามบาส วันนี้ตั้งใจจะมอบของให้เขา คุกกี้ช็อกโกแลตถูกบรรจุใส่ขวดโหลอย่างดี พร้อมกับการ์ดเล็ก ๆ สีชมพูน่ารัก ๆ อยากให้รู้ว่าเธอชอบเขา
สายตาเธอสอดส่องมองเขาตลอดเวลาเพื่อที่จะรอรุ่นพี่เดินมายังสนามบาส ฯ ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างสูงโปร่งที่เดินเข้ามายังสนาม แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อมองเห็นเขา ร่างอ้วนท้วมของเธอรีบวิ่งเข้าไปหาเขาด้วยความตื่นเต้นอย่างทันที
สายตาเยือกเย็นของรุ่นพี่หนุ่มมองมายังเด็กสาวร่างอ้วนท้วมที่วิ่งเข้ามาหา เขาจึงส่ายหน้าอย่างรำคาญแล้วเดินหนีไป แต่ว่าเสียงเรียกของเธอทำให้เขาหยุดแล้วหันกลับไปมอง
“รุ่นพี่คะ เดี๋ยวค่ะ” ชาลิสาวิ่งเข้ามาหาเขา เธอก้มหน้าพลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเหนื่อย ก่อนจะเงยหน้าไปมองใบหน้าคมเข้ม ส่งสายตามาที่เธอ
“คือว่าฉันทำมาให้รุ่นพี่ค่ะ” เธอก้มหน้าพูดแล้วยกขวดคุกกี้ให้
“... ” เขามองขวดคุกกี้ในมือของเด็กสาวอ้วนท้วม ก่อนตัดสินใจรับมาด้วยความรำคาญ มือหนาเอื้อมไปรับขวดคุกกี้ ก่อนหันหลังเดินจากไป ใบหน้าของชาลิสายิ้มออกมาด้วยความเขินอาย ก่อนจะเดินกลับไปที่โรงอาหารอย่างร่าเริง
ช่วงเวลาเย็นหลังเลิกเรียน ชาลิสาก้าวออกจากห้องเรียนอย่างอารมณ์ดี เธอเดินเข้าไปทักเพื่อนสาวที่กำลังเดินอยู่ แต่แล้วสายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับของบางสิ่งบางอย่างในมือเพื่อนสาวของเธอ คุกกี้ที่เธอให้รุ่นพี่เมื่อช่วงเที่ยงมาอยู่ในมือของรินดา เพื่อนของเธอ !
“อ้าว ลิสามาพอดีเลย มีอะไรจะให้” รินดาพูดแล้วยื่นขวดคุกกี้ให้
“เอ่อ...” ชาสิลามองขวดคุกกี้ในมือรินดา จุกจนพูดแทบไม่ออก คุกกี้ที่ตั้งใจทำมาให้รุ่นพี่ แต่กลับมาอยู่ในมือของรินดาได้ยังไง !
“เอาไปเหอะ พี่ตั้มให้ฉันมา เขาบอกว่าเพื่อนเขาไม่อยากได้ เห็นทีตอนแรกบอกว่าจะทิ้งด้วยนะ แต่พี่ตั้มเห็นแล้วเสียดายก็เลยเอามาให้ฉัน แต่ฉันไม่ชอบกินคุกกี้สักเท่าไหร่ ก็เลยเอามาให้ลิสา ฉันต้องรีบด้วย แม่มีงานเลี้ยง นี่ให้” รินดาพูดจบแล้วยัดคุกกี้ใส่มือของเธอก่อนจะรีบวิ่งไป แต่คนที่ถูกรับกลับไม่ได้ดีใจเลยสักนิด คุกกี้ที่เธอพยายามทำมาให้เขา แลกกับรอยแผลเป็นบนฝ่ามือที่โดนไฟลวก แต่เขากลับเอาไปให้คนอื่น สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาอยู่ที่เธอ ใบหน้าเนียนขาวเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ ความรู้สึกเจ็บได้ถมทับร่างกายของเธออย่างที่ไม่เคยเป็น
ชาลิสาค่อยๆ ก้าวออกมาจากตึกอย่างเหม่อลอยราวกับร่างไร้วิญญาณ สายตามองไปรถที่อยู่จอดตรงหน้า พร้อมกับคนขับรถที่รอรับเธออยู่ก่อนแล้ว
“คุณหนูเป็นอะไรหรือครับ” ลุงเชิดถามด้วยความเป็นห่วง พลางมองเห็นใบหน้าของเด็กสาวที่มีคราบน้ำตา แต่เธอกลับมองหน้าของลุงเชิดแล้วเดินขึ้นรถไปโดยไม่ตอบคำถาม
เวลาผ่านไปราวๆ สามชั่วโมงนับตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาเก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ร่างอวบขดตัวอยู่ที่พื้นข้างเตียงนอน เสียงสะอื้นที่ร้องออกมาเป็นระยะค่อยๆ หยุดเงียบลง เมื่อประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของใครบางคนที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหา
หญิงสาวร่างอวบเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร เธอวางถาดอาหารลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ ก่อนจะเดินเข้ามาหาชาลิสาแล้วนั่งลงข้าง ๆ แม้ใบหน้าของเธอจะดูเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลา แต่รอยยิ้มอ่อนโยนเวลามองมาที่ ชาลิสาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“คุณหนูของนมเป็นอะไรไปคะ”
“แม่นม...เพราะว่า...ลิ...สาไม่สวย ใช่ไหมคะ...”
เสียงสะอื้นชาลิสาของนมฟังดูแล้วติดขัด แต่ถ้อยคำที่เธอพูดออกมาเต็มไปด้วยความน้อยใจและตัดพ้อ
“ไม่นะคะ คุณหนูของนมสวยเสมอ” แม่นมพูดพลางลูบผมสีดำเพื่อปลอบโยน แม่นมได้แต่มองคุณหนูอย่างสงสารและเอ็นดู ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร
“แม่นมโกหก ลิสาอ้วนจะตายไป” ชาลิสาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ
“ไม่หรอกค่ะ แม่นมจะโกหกคุณหนูทำไม คุณหนูน่ารักในแบบของคุณหนู” แต่คนฟังได้แต่นั่งนิ่งเงียบไม่ตอบใดๆ ทั้งสิ้น
“คุณหนูคะ รับประทานอาหารเย็นดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้วค่ะ” แม่นมพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบถาดอาหารมาวางไว้บนเตียงของเธอ
“กินเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณหนูจะไม่สบายอีกนะคะ” คนฟังได้แต่นั่งนิ่งเงียบแล้วเงยหน้าไปมองแม่นม ก่อนจะลุกขึ้นมารับประทานอาหาร แล้วอาบน้ำเข้านอน ทั้งที่หัวใจนั้นยังร้องไห้
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาลิสาเดินเข้ามาภายในห้องเรียนมาด้วยดวงตาที่หมองคล้ำและแดงก่ำ รินดาเดินเข้ามาทักถามด้วยเสียงใส
“ลิสาเป็นไงบ้าง คุกกี้เมื่อวานที่ให้อร่อยไหม” คนถูกถามได้ฟังแล้วถึงกับต้องกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์ไว้
“อืม อร่อยมากเลยล่ะ”
ช่วงเวลาที่ดูยาวนานผ่านพ้นไปของตลอดทั้งวัน เสียงออดดังขึ้นบ่งบอกว่าเวลาเรียนได้หมดลงแล้ว ชาลิสาเก็บของลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องทันที เธอเดินลงมายังบันไดและพบกับใครคนหนึ่ง ใบหน้าคมเข้มที่คุ้นเคย
รุ่นพี่ !
สายตาคู่สวยมองไปยังเขาที่เดินผ่านเธอไปแบบไม่สนใจ เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหา แต่ว่ามีคนเดินเข้ามาหาเขาเสียก่อน หญิงสาวจึงหยุดชะงักลงเพื่อรอ
“ไงดล เมื่อวานเห็นตั้มบอกว่าแกให้คุกกี้มันเหรอ แปลกมาก ! แล้วให้มันทำไม ?” ผู้เป็นเพื่อนถามออกมาด้วยความสงสัย เขารู้ดีว่าคนอย่างภูวดลจะไม่รับของจากผู้หญิงคนไหนและจะไม่ให้ของใครสักเท่าไร
“เปล่าก็แค่ได้มาน่ะ ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไร อันที่จริงก็ไม่อยากจะรับไว้เท่าไหร่” ภูวดลตอบด้วยน้ำเสียที่เรียบและไม่ค่อยใส่ใจ
“อ้าว ไม่อยากจะรับ ทำไมไม่ปฏิเสธเขาไป”
“รำคาญก็เลยรับมา”
“แล้วสวยไหม” ผู้เป็นเพื่อนถามอย่างอยากรู้ แต่คนตอบกลับตอบกลับมาว่า
“อ้วนแบบนั้นใครจะไปชอบลง อย่าไปสนใจเลย ไร้สาระ” เขาพูดจบแล้วเดินจากไป คนเป็นเพื่อนได้แต่ยืนส่ายหน้าแล้วเดินตามไป
ชาลิสายืนฟังได้แต่น้ำตาไหลพรากออกมา คำพูดที่ฟังแล้วทิ่มแทง เธอดูน่าเกลียดมากหรือ แล้วทำไมไม่พูดกันตรง ๆ ทำไมต้องพูดลับหลังแบบนี้ ในเวลานี้ภาพลักษณ์ของรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบค่อย ๆ จางลงไป เหลือเพียงแต่ความเจ็บและความเกลียดเอาไว้
บทล่าสุด
#78 บทที่ 78 เมื่อ...ครั้งหนึ่งของความรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#77 บทที่ 77 เมื่อ...ครั้งหนึ่งของความรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#76 บทที่ 76 เมื่อ...ครั้งหนึ่งของความรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#75 บทที่ 75 เมื่อ...ครั้งหนึ่งของความรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#74 บทที่ 74 เมื่อ...ครั้งหนึ่งของความรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#73 บทที่ 73 เมื่อ...ครั้งหนึ่งของความรัก
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#72 บทที่ 72 หวงรักซาตาน (11)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#71 บทที่ 71 หวงรักซาตาน (10)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#70 บทที่ 70 หวงรักซาตาน (9)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025#69 บทที่ 69 หวงรักซาตาน (8)
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













